ข่าว

รวบแก๊งทุบรถฉกเงิน12 ล้านได้อีก3ราย

รวบแก๊งทุบรถฉกเงิน12 ล้านได้อีก3ราย

10 มิ.ย. 2553

สตม.ร่วมตำรวจท่องเที่ยว รวบแก๊งทุบรถฉกเงิน 12 ล้านบาทได้ที่ จ.กระบี่ เป็นชาวโคลัมเบีย 2 อเมริกัน 1 ค้นห้องพักคอนโดพบของกลางเงินสด 3 แสน พร้อมซิมการ์ดจำนวนมาก เบื้องต้นเชื่อใช้ชื่อปลอมทำหนังสือเดินทาง เตรียมขยายผลล่าเพื่อนร่วมแก๊ง

ความคืบหน้าการจับกุมแก๊งต่างชาติก่อเหตุทุบรถฉกเงินสดจำนวน 12 ล้านบาท ที่บริเวณหน้าธนาคารกรุงไทย สำนักงานใหญ่ ถนนสุขุมวิท เมื่อช่วงเย็นวันที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาต่างชาติได้แล้ว 3 คน

 เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 9 มิถุนานยน ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ผบช.สตม. เปิดเผยภายหลังเปิดศูนย์หมายจับคนร้ายข้ามชาติว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสนธิกำลังกับตำรวจท่องเที่ยวเข้าจับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติ 3 คน เป็นชาวโคลัมเบีย 2 คน และชาวสหรัฐอเมริกา 1 คน ขณะหลบหนีอยู่ในคอนโดแห่งหนึ่งใน จ.กระบี่ โดยเจ้าหน้าที่พบเงินสดที่ผู้ต้องหาขโมยไปเหลือเพียง 3 แสนบาท ส่วนที่เหลือผู้ต้องหาอ้างว่าส่งออกนอกประเทศไทยไปแล้ว

 จากนั้นเวลา 20.30 น. พ.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช รอง ผกก.5 บก.ทท. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ได้ร่วมกันคุมตัวชายต้องสงสัย 3 คน ที่ร่วมกันก่อเหตุทุบรถฉกเงินสดจำนวน 12 ล้านบาท เป็นชายสัญชาติอเมริกัน 1 คน สัญชาติโคลัมเบีย 2 คน ส่วนชื่อผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 คนยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากทั้ง 3 คนยังคงให้การวกวนและมีการเปลี่ยนชื่อไปมาหลายครั้ง

 ทั้งนี้ หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดกระบี่ ร่วมกันจับกุมเอาไว้ได้พร้อมของกลางเงินสดจำนวน 3 แสนบาท ก็คุมตัวทั้งสามเดินทางมาจาก จ.กระบี่ โดยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวที่เอฟดี 3168 มาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยมี พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มารอรับตัวผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 คนด้วยตัวเอง โดยนำตัวชายทั้ง 3 คนไปพักที่กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว สนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนควบคุมตัวทั้งสามกลับไปสอบสวนที่กองบังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ซอยสวนพลู เพื่อขยายผลจับกุมผู้ร่วมแก๊ง 

 พล.ต.ต.ปัญญา กล่าวว่า ภายหลังจากการร่วมมือกันระหว่างเจ้าหน้าที่จาก 3 หน่วยงาน ในการติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ จนกระทั่งทราบว่าผู้ต้องสงสัยหลบหนีไปพักอยู่ที่ จ.กระบี่ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเร่งออกสืบสวนหาข่าว จนกระทั่งสามารถควบคุมตัวเอาไว้ได้ 3 คน พร้อมด้วยเงินสดของกลาง 3 แสนบาท ควบคุมตัวมาสอบสวนขยายผล เนื่องจากทั้ง 3 คนมีพฤติกรรมและรูปพรรณตรงกับข้อมูลที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีอยู่ อีกทั้งเมื่อค้นภายในห้องพัก พบว่าทั้ง 3 คนต่างมีซิมการ์ดโทรศัพท์มือถืออยู่จำนวนมาก และเงินสดจำนวน 3 แสนบาท

 พล.ต.ต.ปัญญา กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบพบว่าชายต้องสงสัยเป็นชายสัญชาติอเมริกัน 1 คน สัญชาติโคลัมเบีย 2 คน ส่วนชื่อยังไม่สามารถบอกได้ เนื่องจากการสอบสวนทั้งสามยังให้การวกวน ส่วนชื่อและนามสกุลที่อยู่ในหนังสือเดินทางที่ตรวจพบน่าจะเป็นชื่อปลอมด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะเร่งสอบสวนขยายผลติดตามเพื่อนร่วมแก๊งที่คาดว่ายังมีอีกหลายคน มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เมื่อเวลา 22.00 น. พล.ต.ต.ปัญญา พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สตม. เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว และฝ่ายสืบสวน บก.น.5 ได้เข้าตรวจค้นห้องพักภายในโรงแรมนาซ่า เวกัส โฮเต็ล 24 ถนนรามคำแหง แขวงและเขตสวนหลวง กทม. โดยเข้าตรวจค้นห้องพักเลขที่ 539 ชั้น 5 ซึ่งเป็นห้องพักของนายโรดริเควซ คริสเตียน ฟีเดล สัญชาติอเมริกัน แต่ไม่พบทรัพย์สินอื่น มีเพียงโน้ตบุ๊กยี่ห้อแอปเปิล เปิดเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทิ้งไว้ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นได้เข้าตรวจค้นห้องเลขที่ 721 ชั้น 7 โรงแรมเดียวกัน ทราบว่านางรัชณีวรรณ อามาตมณู ชาวไทย เปิดเช่าไว้เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม แต่มีนายเฟอนันโด โลเปซ สัญชาติโคลัมเบีย เป็นผู้อยู่อาศัย ภายในห้องพบเอกสารหลายรายการ ลักษณะแผนผังกำหนดเป้าหมายในการก่อเหตุลักทรัพย์ และคดีอื่นที่เชื่อมโยงกันได้ จากนั้นได้ควบคุมมตัวไปสอบสวนต่อที่ สตม.

 พล.ต.ต.ปัญญากล่าวว่า หลังจากจับกุมผู้ต้องหาแล้ว ได้เร่งดำเนินการสอบสวนและนำมาตรวจค้นภายในห้องพักเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งพบหลักฐานเชื่อมโยงคดีอื่น และคดีลักเงิน 12 ล้านบาท จำนวนมาก และจะสอบสวนขยายผลเพื่อเข้าตรวจค้นห้องพักอื่นๆ อีก เนื่องจากทราบว่าผู้ต้องหายังมีที่พักหลายแห่ง แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ แต่น่าเชื่อว่าเป็นขบวนการใหญ่แอบแฝงตัวมาก่อเหตุหลายเดือน และมีความเป็นไปได้ว่ามีคนไทยเป็นเครือข่ายคอยหาข้อมูลและชี้เป้าหมายจะสอบสวนขยายผลเพื่อทลายเครือข่ายต่อไป ขณะเดียวกันก็จะประสานตรวจกล้องวงจรปิดของโรงแรมไปตรวจสอบด้วย