ข่าว

“สกลธี” จี้รัฐบาล แก้น้ำท่วม 'ช้า' เหน็บ! หยุดแจก-มองภาพกว้าง เร่งเยียวยา

“สกลธี” จี้รัฐบาล แก้น้ำท่วม 'ช้า' เหน็บ! หยุดแจก-มองภาพกว้าง เร่งเยียวยา

30 ก.ย. 2569

“สกลธี” จี้รัฐบาล แก้ไขปัญหาน้ำท่วม 'ช้า' เหน็บนายกฯ แจกเงิน 1,000 ได้แค่บางจุด ชี้! ลดขั้นตอนเยียวยาประชาชนหลังน้ำลด

นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ พร้อมแสดงความห่วงใยว่า

 

ขณะนี้ยังขาดเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขลงพื้นที่ดูแลประชาชน โดยเฉพาะความเสี่ยงจากโรคที่มากับน้ำ เช่น โรคฉี่หนู โรคน้ำกัดเท้า และโรคไข้เลือดออก จึงขอเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เร่งส่งเจ้าหน้าที่เข้าดูแลพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังโดยเร็ว

“สกลธี” จี้รัฐบาล แก้น้ำท่วม 'ช้า' เหน็บ! หยุดแจก-มองภาพกว้าง เร่งเยียวยา

นายสกลธี เผยในฐานะผู้ประสบภัยคนหนึ่งว่า การช่วยเหลือของภาครัฐยังเป็นไปอย่างล่าช้ามาก โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนเคหะร่มเกล้าและเคหะคลองจั่น ซึ่งน้ำท่วมขังมาแล้ว 4-5 วัน ในตรอกซอกซอยเล็กๆ ยังไม่มีเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานเขตเข้าไปดูแล ความช่วยเหลือส่วนใหญ่ยังคงมาจากกลุ่มจิตอาสาและภาคการเมือง

 

จึงอยากเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจกำกับดูแลภาพรวม เร่งสั่งการให้ศูนย์ Single Command และผู้บัญชาการเหตุการณ์น้ำท่วม เร่งสำรวจพื้นที่ซอยย่อย เนื่องจากยังมีประชาชนเกือบ 1 แสนคนได้รับความเดือดร้อนและไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่เขตสายไหมและแจกเงินช่วยเหลือประชาชนคนละ 1,000 บาทนั้น นายสกลธี มองว่า การแจกเงินเป็นเรื่องดี แต่ไม่อยากให้ทำเป็นเพียงจุดๆ เพราะช่วยได้แค่เฉพาะพื้นที่ที่นายกฯ เดินทางไปเท่านั้น แต่นายกฯ ในฐานะผู้ปกครองสูงสุดของประเทศ ควรใช้อำนาจมองภาพใหญ่ในการช่วยเหลือประชาชนในอีกหลายจุดที่ยังรอคอยความช่วยเหลืออยู่

“สกลธี” จี้รัฐบาล แก้น้ำท่วม 'ช้า' เหน็บ! หยุดแจก-มองภาพกว้าง เร่งเยียวยา

นอกจากนี้ นายสกลธี ยังเน้นย้ำถึงมาตรการเยียวยาหลังน้ำลดทั้งด้านทรัพย์สินและจิตใจ โดยถอดบทเรียนจากเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ว่า รัฐบาลควรอำนวยความสะดวกให้ประชาชนมากที่สุด ด้วยการลดขั้นตอนเอกสาร

 

ไม่ควรปล่อยให้ประชาชนที่เดือดร้อนต้องเดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจหรือสำนักงานเขตด้วยตนเอง แต่ควรใช้ "ศูนย์ประสานงานส่วนหน้า" ในแต่ละเขต ให้บริการแบบครบวงจร (One-stop) ทั้งการรับแจ้งความและยื่นหลักฐานประเมินความเสียหายในพื้นที่ เพื่อลดภาระและความยากลำบากของประชาชนให้ได้มากที่สุด