
ระวังรถเมล์ด่วนบีอาร์ทีจะกลายเป็นโบดำของ กทม.
ในปีนี้ กทม.คงคิดว่าจะสร้างผลงานโบแดงชิ้นหนึ่งให้ชาว กทม.ด้วยการเปิดบริการรถเมล์ด่วนบีอาร์ที โดย กทม.เป็นผู้ดำเนินการรับกินรับใช้เองและมีหลายสิ่งน่าเป็นห่วงว่าโครงการชิ้นนี้จะกลายเป็นโบดำไป
ตามแผนการเต็มรูป กทม.จะให้บริการรถบีอาร์ทีทั้งหมด 5 เส้นทาง ครอบคลุมระยะทางทั่วกรุงเทพฯ ถึง 110 กม. เป็นเงินลงทุนทั้งสิ้น 1.3 หมื่นล้านบาท แต่ไม่แจ้งชัดว่าในจำนวนนี้เป็นค่าจัดหาตัวรถโดยสารเท่าไร เป็นค่าสร้างทาง สถานีและส่วนประกอบอื่นๆ เท่าไร แต่มีข่าวรั่วไหลออกมาว่าการจัดซื้อหรือจัดจ้างมีปัญหาถึงขั้นผู้เกี่ยวข้องถูกสอบสวน รายละเอียดเป็นเช่นไรนั้นหน้าที่ กทม.จะแถลงให้สาธารณชนทราบโดยทั่วกัน เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ในการลงทุนตามโครงการนี้ต้องมาจากภาษีอากรของประชาชน
ขณะนี้ กทม.ได้ปล่อยสายแรกเป็นการทดลองคือสายสาทร-ราชพฤกษ์ มีความยาว 16.5 กม. เปิดช้ากว่ากำหนดไปถึงเกือบ 1 ปี ซึ่งไม่ใช่ของแปลกของโครงการที่อยู่ภายใต้การดำเนินงานของหน่วยราชการไทย (ดูโครงการแอร์พอร์ตลิงก์เป็นตัวอย่างอีกโครงการหนึ่ง แม้โครงการบัสฟรีพาร์ตของการทางพิเศษเอาเงินชาวบ้านเขาไปตั้งนานแล้วเปิดไม่ได้สักที เหล่านี้เป็นตัวอย่าง)
โครงการประเภทบีอาร์ทีนี้มีการนำมาใช้ในหลายเมืองใหญ่ทั่วโลกประสบความสำเร็จเช่นที่นครจาการ์ตา หรือที่กรุงไทเปก็มี และประสบความล้มเหลวเช่นที่กรุงเม็กซิโกซิตี้ก็มี (โครงการที่กรุงเม็กซิโกซิตี้นี้เมื่อตอนเปิดก็คิดว่าจะเป็นงานชิ้นโบแดงถึงกับเชิญอดีตประธานาธิบดีคลินตันไปเปิด) จะสำเร็จหรือล้มเหลวนั้นขึ้นกับบริบทของเมืองต่างๆ ซึ่งไม่เหมือนกันสำหรับโครงการนี้ของ กทม.นั้น คงต้องดูกันต่อไป
สิ่งดีที่คาดหวังจากบีอาร์ทีของ กทม.คือจะสามารถชักจูงให้ผู้คนเลิกใช้รถยนต์ส่วนตัวแล้วหันมาขึ้นรถประจำทางบีอาร์ทีนี้เพราะให้ความสะดวกสบายและจะเดินทางได้รวดเร็วกว่า จะเป็นจริงหรือไม่ต้องติดตามศึกษาดู แต่ก็มีผู้ให้ความเห็นว่าวิถีชีวิตของคนไทยที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวนั้นคงยากที่จะทิ้งรถซึ่งซื้อมาด้วยราคาแพงและด้วยค่านิยมอื่นๆ ความหวังที่จะดึงให้เจ้าของรถเหล่านี้เปลี่ยนนิสัยคงยากยิ่งกว่าให้คนเลิกสูบบุหรี่หรือเลิกดื่มเหล้า
สิ่งที่คาดหวังที่ดีๆ และแน่นอนอีกประการหนึ่งของชาว กทม.ที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวและบังเอิญอยู่ใกล้เส้นทางรถบีอาร์ทีก็จะได้โดยสารรถที่สะดวกสบายรวดเร็วขึ้น
แต่ในมุมสว่างทั้งหลายที่คาดฝันไว้ก็มีมุมมืดที่ทาบทับอยู่
ประการแรก เมื่อพิจารณาถึงเงินลงทุนและรายได้ที่คาดว่าจะได้จากผู้โดยสารประมาณ 2.5 หมื่นคนต่อวัน (คิดว่าผู้โดยสารหนึ่งคนเดินทางไปกลับ) แล้ว กทม.จะต้องแบกการขาดทุนปีละเป็นร้อยล้าน หรือมากกว่านั้น กทม.จะทนได้นานเท่าไร
มุมมืดที่สำคัญก็คือ เส้นทางตามระบบของบีอาร์ทีนั้นแย่งเส้นทางของผู้ใช้รถไปถึง 1 ช่องทางโดยเฉพาะในย่านที่การจราจรแออัดอยู่แล้ว เช่นบริเวณระหว่างเชิงสะพานพระราม 3 ผ่านเดอะมอลล์ ท่าพระ ไปยังถนนราชพฤกษ์นั้นเดิมการจราจรก็แออัดแทบไม่มีที่ว่างจะให้มดเดินอยู่แล้ว การจราจรช่วงเช่นนี้หลายตอนคงเป็นอัมพาตไปเป็นแน่ อีกประการหนึ่งการให้สิทธิ์ผ่านทางแยกนั้นจะกระเทือนระบบการจราจรโดยทั่วไปอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะทางแยกถนนสายหลักๆ
การลงโทษผู้ใช้รถส่วนตัวซึ่งเสียภาษีอากรจิปาถะอย่างสูงให้รัฐนับตั้งแต่เริ่มเป็นเจ้าของรถนั้นเป็นการยุติธรรมแล้วหรือ ผู้รับผิดชอบน่าจะไตร่ตรองให้หนักและมีคนฝากถาม ผู้ว่าฯ กทม.ว่าทำไมเส้นทางรถลอยฟ้าที่ต่อถึงบางแคนั้นไม่ทำให้เสร็จเสียที ต้องรอให้คอนกรีตแข็งตัวหรืออย่างไร
นายหนูใหญ่
[email protected]



