ข่าว

ช่วยกันไปให้ไกลกว่าสภาเขตไหมครับ

ช่วยกันไปให้ไกลกว่าสภาเขตไหมครับ

10 มิ.ย. 2553

คนกรุงเทพฯ มักจะได้สิทธิพิศษ และได้อะไรดีๆ กว่าคนอื่น โดยไม่ค่อยได้รู้ตัวเท่าไหร่

 อย่างกรณีการมีระบบการปกครองท้องถิ่นที่เราเรียกกันว่าการปกครองท้องถิ่นในรูปแบบพิเศษ ในแบบที่เรียกว่า กรุเทพมหานคร นี่แหละครับ

 กรุงเทพมหานครเป็นรูปแบบการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ที่พิเศษมากมาย พิเศษและแปลกด้วย เพราะให้ความสำคัญต่ออำนาจรวมศูนย์ของตัวพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่ไม่ให้อำนาจแกชุมชนเล็กๆ มากนัก

 กล่าวง่ายๆ ก็คือ กรุงเทพมหานครนั้นมีโครงสร้างอำนาจที่น่าสนใจอยู่ 3 ส่วน ที่ต่างมาจากการเลือกตั้งโดยตรงคือ ตัวผู้ว่าฯ กทม.ที่จะเข้ามาพร้อมทีมงานของเขา และสภา กทม. ที่จะมาจากเขตละคน มาทำหน้าที่ในสภา กทม.

 ทีนี้ส่วนที่น่าสนใจก็คือส่วนของเขต เขตมีลักษณะพิเศษคือมีสภาเขตที่มาจากการเลือกตั้ง ที่หลายเขตเพิ่งมีการเลือกตั้งเข้าไป แต่ในขณะเดียวกันก็มีผู้อำนาวยการเขตที่มาจากข้าราชการส่วนกลางของ กทม.ที่ขึ้นตรงกับปลัด กทม.ที่เป็นหัวหน้าของข้าราชการทั้งหมดของกทม.

 ลองพิจารณาแบบพิสดารก็คือ อาจเปรียบเทียบระบบเขตว่าเป็นระบบที่เป็นอำเภอ ที่มีนายอำเภอมาจากการแต่งตั้งจากส่วนกลาง แต่มีสภามาจากท้องถิ่น อะไรทำนองนี้แหละครับ

 อย่างไรก็ตามตัวสมาชิกสภาเขตนั้นมักจะไม่ค่อยได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนมากนัก และเอาเข้าจริงก็เถอะครับ สื่อมวลชนของบ้านเราก็ไม่ค่อยสนใจเรื่องของกรุงเทพมหานครมากนัก นอกเหนือไปจากเรื่องของบทบาทของผู้ว่าฯ กทม. และโครงการขนาดใหญ่

 ในทางบวก ประเด็นอาจจะอยู่ที่ว่าคนกรุงเทพฯ อาจจะเชื่อว่าตนมีสื่อที่ใกล้ตัว ดังนั้นเรื่องราวต่างๆ ก็สามารถเข้าถึงได้ง่ายอยู่แล้ว แต่ในอีกด้านหนึ่ง เราก็จะไม่ค่อยสนใจมิติของความเป็นตัวแทนในการตรวจสอบการบริหารงานของผู้ว่า กทม.มากนัก โดยเฉพาะการบริหารที่เป็นระบบผ่านความเป็นสภาท้องถิ่น ถ้าเทียบกับบทบาทของสภาจังหวัด สภาเทศบาล และสภา อบต.ในท้องถิ่น

 สมาชิกสภาเขตนั้นยิ่งแล้วใหญ่ เพราะภาพลักษณ์นั้นมักจะเป็นพวกที่ใส่เสื้อเป็นทีมเดียวกัน มักจะมาจากบรรดาชุมชนที่คุมเสียงกันได้เป็นกลุ่มเป็นก้อน แต่ชุมชนเหล่านี้อาจไม่ได้สะท้อนความเป็นชุมชนในแง่อื่นๆ ที่เกิดขึ้นในเมืองปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นชุมชนที่มีลักษณะข้ามพื้นที่พักอาศัย ชุมชนที่เป็นชุมชนของผู้เช่ามากกว่าผู้เป็นเจ้าของ กรณีของพื้นที่ที่มีย่านบ้านเช่ามากมาย 

 ชุมชนในโครงสร้างสภาเขตนั้นเป็นชุมชนที่เน้นคะแนนเสียง และการเอาโครงการไปลง มากกว่าชุมชนในความหมายของความสัมพันธ์ของเขตทั้งเขต การเข้าใจเรื่องของเขตในอนาคตจะต้องเปลี่ยนแปลงไป แต่ไม่จำเป็นต้องมองในมิติของโครงสร้างการบริหารตลอดเวลา เพราะนั่นคือกับดักของการขยายบทบาทของการเมืองระดับชาติในการเพิ่มผลประโยชน์เชิงการบริหาร

 สิ่งที่อาจจะต้องคิดก็คือ การขยับขยายโครงสร้างของเขตที่มีมิติของการปรึกษาหารือ มิติของการกำหนดนโยบาย โครงการ และมิติของการไกล่เกลี่ยและตัดสินความขัดแย้ง มิติต่างๆ เหล่านี้อาจจะสามารถพัฒนาขึ้นเป็นโครงร่างสถาบันใหม่ๆ ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ

 แต่ทั้งนี้เรื่องสำคัญคือการมองเรื่องชุมชนที่กว้างกว่าเรื่องของที่พักอาศัย มาสู่การพยายามอยู่ร่วมกันและมีชีวิตที่พึ่งพากันของผู้คนที่มากมายในเมือง ทั้งคนที่อยู่เดิม คนที่อยู่ใหม่ คนที่ต้องการความช่วยเหลือ และคนที่เชื่อว่าดูแลตัวเองได้ แต่อาจจะผลิตผลเสียให้คนอื่นโดยที่ไม่รู้ตัว และไม่แคร์ก็ได้

 ขอโทษที่ฝันมากไปหน่อยนะครับ ...