ข่าว

แฉแก๊งฆ่าหลานผู้ว่าฯ กทม.หารถเตรียมปล้นรถขนเงิน !

แฉแก๊งฆ่าหลานผู้ว่าฯ กทม.หารถเตรียมปล้นรถขนเงิน !

10 มิ.ย. 2553

ในที่สุดตำรวจก็สามารถคลี่คลายคดีฆาตกรรม "นพพล โสวรรณี" วัย 26 ปี นักศึกษาปริญญาโท เจ้าของธุรกิจส่งออกเม็ดยางพลาสติก และหลานชาย พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้โดยละม่อม

 แต่ความจริงที่ซ่อนอยู่กลับเลวร้ายมากกว่านั้น เมื่อคนร้ายแก๊งนี้เตรียมปล้นรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ของนพพลไปเป็นยานพาหนะในการปล้นรถขนเงินของธนาคารกรุงไทย แต่เรื่องดันมาแตกเพราะความเห็นไม่ลงรอยจึงยังไม่ได้ลงมือ กระทั่งมาถูกจับกุมในเวลาต่อมา แถมยังเชื่อมโยงไปถึงแก๊งใต้ดินกลุ่มแดงฮาร์ดคอร์ ที่เตรียมก่อเหตุในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ เสียด้วย

 นพพลถูกพบเป็นศพถูกยิงเสียชีวิตในสวนยางพารา ต.ห้างสูง อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ตำรวจ สภ.หนองใหญ่ และกองปราบปรามก็เร่งทำคดีเพื่อให้ได้ความกระจ่าง

 ระหว่างนี้ตำรวจทุกหน่วยงานได้ทุ่มกำลังออกหาข่าวเกี่ยวกับแดงใต้ดิน ที่จ้องจะก่อเหตุวุ่นวายภายหลังยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จู่ๆ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร.ก็ได้รับแจ้งข่าวเล็กๆ จากสายลับว่า มีกลุ่มบุคคลฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เตรียมจะเผาทำลายทรัพย์สินในพื้นที่ บก.น.4 ในช่วงที่ยังคงประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ?!!

 บก.น.4 กินพื้นที่ สน.โชคชัย สน.บางชัน สน.บึงกุ่ม สน.ประเวศ สน.ลาดพร้าว สน.วังทองหลาง สน.หัวหมาก และ สน.อุดมสุข พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ ขลิบเงิน ผกก.สส.น.4 ได้รับคำสั่งให้รับภารกิจติดตามตัวผู้ต้องสงสัยรายหนึ่ง อายุ 35 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ใน จ.ปทุมธานี เคยเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่ราชประสงค์ และทำหน้าที่เป็นการ์ด นปช.อาจจะมีส่วนร่วมกับการเตรียมก่อเหตุป่วนเมือง

 ไม่นานนักชุดสืบสวนก็พบผู้ต้องสงสัย จึงนำตัวมาสอบสวนและทำประวัติ ก่อนจะให้การยอมรับว่าการข่าวที่ พล.ต.ท.อัศวิน ได้มานั้นเป็นเรื่องจริง โดยกลุ่มแดงใต้ดินตระเตรียมอาวุธสงคราม ทั้งปืนเอ็ม 16 และอาก้า เพื่อเอาไปก่อเหตุในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ ซึ่งส่วนใหญ่เคยเข้าร่วมชุมนุมและเป็นการ์ด นปช.จึงทำให้รู้จักกัน

 การสอบซักถามข้อมูลเลยเถิดไปถึงเรื่อง "แผนปล้นรถขนเงิน" ธนาคารกรุงไทย โดยเพื่อนร่วมแก๊งบางคนได้วางแผนปล้นขณะรถขนเงินวิ่งมาเก็บเงินที่ห้างเทสโก้ โลตัส ย่านคลองสี่ จ.ปทุมธานี มีการคาดการณ์กันว่าน่าจะมีเงินสดอยู่ในรถไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท และหนึ่งในทีมปล้นรถขนเงินเคยบอกเอาไว้ว่า เพิ่งได้รถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์มา 1 คัน

 "เขาบอกว่าเป็นรถของหลานรองผู้ว่าฯ กทม.ที่ถูกฆาตกรรม" ผู้ต้องสงสัยป่วนเมืองให้การต่อชุดสืบสวน

 เมื่อได้ข้อมูลชิ้นนี้ พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์เลยรีบรายงานให้ พล.ต.ท.อัศวินทราบ ก่อนจะประสานกับทีมสืบสวนเฉพาะกิจ ได้แก่ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบก.อก.ปภ. พ.ต.อ.นันทชาติ ศุภมงคล รอง ผบก.อก.ภ.2 พ.ต.ท.พลฑิต ไชยรส รอง ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผกก.จร.สน.ทองหล่อ พร้อมทีมสืบสวนมาร่วมสอบสวนผู้ต้องสงสัยรายนี้

 "ข้อมูลที่เขาให้เรามีความเป็นไปได้มาก เขาเล่าละเอียดถึงแผนปล้นรถขนเงินแบงก์กรุงไทย โดยเลือกลงมือที่ห้างเทสโก้ โลตัส คลองสี่ วันที่ 29 พฤษภาคม 2553 ตอน 10 โมงเช้า มีการเตรียมรถแท็กซี่ไว้ 1 คัน จอดทิ้งไว้ที่คลองสามแล้วใช้รถที่ปล้นมาไปดักรอรถขนเงิน ใช้วิธีปาดหน้าให้รถขนเงินชนท้าย แล้วก็จะใช้อาวุธสงครามปล้นเอาเงิน แล้วขับรถมาเปลี่ยนเป็นแท็กซี่หลบหนีไป" หนึ่งในชุดสืบสวนให้ข้อมูล

 ชุดสืบสวนจึงนำเบาะแสนี้ไปแยกย้ายกันตรวจสอบ และมีเค้ามูลความจริงอยู่มาก จึงขอรายชื่อทีมปล้นรถขนเงินจากผู้ต้องสงสัยไปตรวจสอบ ไม่นานนักตำรวจก็สามารถจับกุม 2 ใน 5 ทีมปล้นและฆ่าหลานชายรองผู้ว่าฯ กทม.ในที่สุด

 หนึ่งในชุดสืบสวนจับกุมบอกว่า ทีมปล้นฆ่าหลานรองผู้ว่าฯ กทม.มีด้วยกัน 5 คน ที่ยังหลบหนีอยู่ ได้แก่ นายหนุ่ม นายเจมส์ และนายตี๋ โดยทั้งหมดตระเวนขับรถหารถเป้าหมายสำหรับนำไปเป็นยานพาหนะปล้นรถขนเงินที่ปทุมธานี กระทั่งไปพบรถฟอร์จูนเนอร์ของนพพล จึงขับสะกดรอยตามไปและเมื่อสบโอกาสก็จัดการอุ้มขึ้นรถขับไปเรื่อยๆ

 "ระหว่างทางคนร้ายถามเหยื่อว่าทำงานอะไร ก็ได้คำตอบว่าทำธุรกิจส่งออกเม็ดพลาสติก สอบถามแม้กระทั่งวิธีการเติมแก๊ส เติมน้ำมัน และติดจีพีอาร์เอสหรือเปล่า เพราะเกรงว่าจะถูกติดตามจับกุมได้หลังลงมือปล้นรถขนเงิน คนตายก็ตอบว่ารถคันนี้เป็นของพี่ชายที่เป็นลูกชายรองผู้ว่าฯ กทม.ด้วยเหตุนี้คนร้ายจึงต้องฆ่าทิ้ง แต่บังเอิญว่าในแก๊งความคิดเห็นไม่ตรงกันเรื่องปล้นรถขนเงิน จึงยกเลิกแผนไปไม่ทันได้ลงมือ" ชุดสืบสวนเล่า

 ทั้งนี้ จากการสอบปากคำได้ความว่า นายเจมส์กับนายตี๋เป็นคนลากเหยื่อลงจากรถ ส่วนนายหนุ่มเป็นคนลงมือยิง โดยไม่สนใจคำวิงวอนร้องขอชีวิตของเหยื่อ !?!