ข่าว

เหยื่ออธรรมโพปาล

เหยื่ออธรรมโพปาล

09 มิ.ย. 2553

ชาวเมืองโพปาล ทางภาคกลางของแดนภารตอินเดียต่างสะอื้นไห้ด้วยความเจ็บปวดซ้ำซากอีกครั้ง หลังจากเพียรเฝ้ารอความยุติธรรมมานานถึง 25 ปีด้วยความเชื่อมั่นว่าผู้ที่ก่อกรรมทำเข็ญจะต้องชดใช้กรรมที่ก่อไว้อย่างสาสม กรณีทำให้ชาวเมืองกว่า 1.5 หมื่นคนหรืออาจจะสูงถึง 2.5

25 ปีผ่านไปอย่างเชื่องช้า โดยศาลเพิ่งจะตัดสินว่าอดีตผู้บริหาร 7 คนของบริษัทนี้ซึ่งขณะนี้ล้วนแต่แก่เฒ่าอายุกว่า 70 ปีมีความผิดจริงในข้อหาฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา พร้อมกับตัดสินให้ลงโทษสถานเบาแค่จำคุก 2 ปี แต่ให้รอลงอาญาไว้ก่อนขณะที่ผู้ต้องหาประกาศจะอุทธรณ์คดีนี้

 บรรดานักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนต่างโวยว่าโทษนี้เบายิ่งกว่าปุยนุ่นเสียอีก ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ทนายต่างชาติมากหน้าหลายตาได้เสนอตัวเป็นทนายให้ชาวเมืองโพปาลเพื่อเรียกค่าเสียหายให้คุ้ม แต่พอนานไปทนายเหล่านี้ก็หายหน้าหายตาไปจนหมดสิ้นหลังฟันค่าทนายไปส่วนหนึ่ง

 ไหนจะเจ็บปวดใจที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคดีนี้ ไหนจะต้องทนอยู่ราวต้องคำสาปให้ต้องเผชิญกับปัญหาโรคร้ายต่างๆ เพราะจนป่านนี้ยังไม่มีใครรับผิดชอบเรื่องการทำความสะอาดเมืองนี้ให้ปลอดจากสารพิษตกค้างเสียที แม้บริษัทยูเนียน คาร์ไบด์ เคยให้สัญญากับรัฐบาลเมื่อปี 2532 ว่ายินดีให้ทุนทำความสะอาดชะล้างสารพิษนี้ 470 ล้านดอลลาร์ตามค่าเงินในยุคนั้น

 แต่ทุกอย่างก็ยังปล่อยตามมีตามเกิด ในเมื่อเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเองคงไม่มีความรู้เกี่ยวกับสารพิษตกค้างจึงไม่เร่งดำเนินการใดๆ แม้กระทั่งการเก็บกวาดสารพิษให้ถูกวิธี ปล่อยให้กองเกลื่อนตามพื้นและสนามหญ้า จนกระทั่งค่อยๆ ซึมไปตกค้างตามแหล่งน้ำสะอาดที่ชาวเมืองกว่า 2 หมื่นคนต้องใช้อยู่เป็นประจำ ทำให้ชาวเมืองล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุคนแล้วคนเล่า ขณะที่เด็กที่เกิดในช่วงหลังๆ ล้วนแต่พิกลพิการ

 บทเรียนราคาแพงนี้สะท้อนให้เห็นว่าคนจนย่อมตกเป็นเหยื่อธรรมตลอดกาล เฉกเดียวกับโศกนาฏกรรมที่เชอร์โนบิลในรัสเซีย ที่เกิดเหตุกัมมันตรังสีรั่วจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ มีผู้เสียชีวิตหลายพันคนเช่นกัน หรือกรณีเกิดโรคมินามาตะที่ญี่ปุ่น อันเนื่องมาจากสารปรอทตกค้างในทะล

 ไม่นับเรื่องทุกข์ใจในสิ่งที่ไม่ได้ก่อของชาวมาบตาพุด จ.ระยอง ซึ่งคงต้องศึกษาบทเรียนจากกรณีเหล่านี้ไว้ให้ดี จะได้เร่งหาทางป้องกันด้วยการสร้างพลังชุมชนที่เข็มแข็งที่จะปกป้องตัวเอง โดยไม่มัวแต่รอพึ่งภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรมที่ล้วนแต่มีผลประโยชน์ทับซ้อนอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น

บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์