
ทนายกร่าง ด่าเพื่อนบ้านชั้นต่ำ! แก้ผ้าอาบน้ำหน้าบ้าน-ปล่อยขยะท่วมท่อ
ชาวบ้านสุดทน! ทนายเพื่อนบ้านกร่าง แก้ผ้าอาบน้ำหน้าบ้าน จุดไฟเผาขยะ ขยะล้นท่วมท่อ จอดรถปิดทางเข้า-ออก พอเข้าไปคุยกลับโดนสวนด่าสารพัด ร้อง 3 ครั้ง เรื่องเงียบกริบ
24 ก.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี หลังได้รับร้องเรียนจากกลุ่มผู้เสียหาย หลังต้องทนทุกข์ทรมานกับพฤติกรรมสร้างความเดือดร้อนรำคาญจากเพื่อนบ้านซึ่งมีอาชีพเป็นทนายความและอุปนายกสมาคมแห่งหนึ่ง มานานกว่า 10 ปี ทั้งอาบน้ำหน้าบ้าน โชว์ของลับ ทิ้งขยะเกลื่อนถนนส่วนกลาง ตั้งราวตากผ้า ซักผ้า และจอดรถกีดขวางหน้าบ้านผู้อื่น ตลอดจนใช้วิชาชีพทางกฎหมายแจ้งความดำเนินคดีฟ้องกลับชาวบ้าน จนเกิดความหวาดกลัวและยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าจัดการได้อย่างเป็นรูปธรรม
น.ส.กัญญารัตน์ หรือบี เปิดเผยว่า ตนอาศัยอยู่ในหมู่บ้านมานานเกือบ 20 ปี และย้ายมาอยู่บ้านหลังเกิดเหตุได้ราว 1 ปีเศษ โดยพบว่าคู่กรณีมีพฤติกรรมสร้างความเดือดร้อนรำคาญมาโดยตลอด เช่น นั่งดื่มสุราและเปิดเพลงเสียงดังในยามวิกาล ส่งผลกระทบต่อผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง ตลอดจนพูดจาเสียดสีลูกบ้านรายอื่น ว่าเป็น “ชนชั้นต่ำ”
และยังเคยจุดไฟเผาขยะถึง 2 ครั้ง จนต้องแจ้งตำรวจเข้าควบคุมสถานการณ์ รวมถึงมีพฤติกรรมอนาจารโดยการแก้ผ้าอาบน้ำและเปิดเผยอวัยวะเพศบริเวณพื้นที่ส่วนกลางหน้าบ้าน ซึ่งเมื่อผู้เสียหายถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน กลับถูกคู่กรณีแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาท
นอกจากนี้ คู่กรณีมักถ่ายภาพและคลิปวิดีโอชาวบ้านขณะเดินผ่านหน้าบ้านหรือออกมาทิ้งขยะ เข้าข่ายละเมิดสิทธิส่วนบุคคล รวมถึงจอดรถกีดขวางทางเข้า-ออก เมื่อเข้าไปพูดคุยขอความร่วมมือ กลับถูกพูดจาเหยียดหยามและแสดงพฤติกรรมคุกคาม แม้กระทั่งขณะที่ชาวบ้านกำลังให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าว คู่กรณีก็ยังนำโทรศัพท์ออกมาบันทึกภาพอยู่ตลอดเวลา
ปัจจุบัน ปริมาณกองขยะและเศษใบไม้บริเวณหน้าบ้านคู่กรณีได้สะสมจนอุดตันท่อระบายน้ำ ส่งผลให้น้ำท่วมขังทุกครั้งเมื่อฝนตก และกลายเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์มีพิษ เช่น งูเห่า และตะขาบ สร้างความหวาดกลัวให้แก่ผู้อยู่อาศัยในชุมชน ที่ผ่านมา
แม้หน่วยงานท้องถิ่นและเทศบาลจะลงพื้นที่ตรวจสอบ แต่ไม่สามารถเข้าจัดการได้เนื่องจากติดข้อจำกัดด้านกฎหมายเกี่ยวกับพื้นที่ส่วนบุคคลของนิติบุคคล ส่วนทางนิติบุคคลแนะนำให้ลูกบ้านดำเนินการทางกฎหมายกันเอง ทำให้ปัญหาคาราคาซัง ชาวบ้านจึงขอความช่วยเหลือผ่านสื่อมวลชน วิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยจัดเก็บกองขยะ ยุติพฤติกรรมอนาจารในพื้นที่ส่วนกลาง และคืนความสงบสุขปลอดภัยให้แก่ชุมชนโดยเร็ว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า กลุ่มผู้เสียหายเคยร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนมาแล้วถึง 3 ครั้ง (ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569) แต่ปัจจุบันทั้งทางนิติบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังไม่สามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าวให้แก่ชาวบ้านได้อย่างเป็นรูปธรรม



