
รวบแก๊งโคลัมเบียก๊วนทุบกระจกชิง12ล้านบาท
สตม. เปิดศูนย์จับคนร้ายข้ามชาติพร้อมโชว์รวบแก๊งโคลัมเบีย คาดเป็นกลุ่มเดียวกันกับที่ก่อเหตุทุบกระจกรถยนต์ชิงเงิน 12 ล้านบาท ท้องที่ สน.ลุมพินีด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล
ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ (9 พ.ค.) นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พล.ต.ต.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์หมายจับคนร้ายข้ามชาติ โดยมี พล.ต.ท.วุฒิ ลิปปตภัลลภ ผบช.สตม. พร้อมด้วยคณะฑูตจากประเทศต่างๆ ประจำประเทศไทยให้การต้อนรับ
นายพีระพันธ์ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ได้สนองนโยบายของรัฐบาลในด้านการรักษาความมั่นคง ด้วยการเปิดศูนย์หมายจับคนร้ายข้ามชาติ เพราะจะทำให้ประชาคมโลกมีความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของไทยที่ยึดมั่นในหลักนิติธรรม และมาตรฐานสากล รวมทั้งยังเป็นการแสดงออกถึงความจริงใจและมุ่งมั่นในการสืบสวนจับกุมตัวคนร้ายข้ามชาติ
ด้าน พล.ต.ท.วุฒิ กล่าวว่า สำหรับศูนย์หมายจับคนร้ายข้ามชาติได้จัดตั้งขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมหมายจับคนต่างด้าวจากแหล่งต่างๆ อาทิ หมายจับของศาลไทย หมายจับตำรวจสากล หมายจับของหน่วยงานสอบสวนกลางสหรัฐอเมริกา หมายจับสำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา และหมายจับต่างประเทศตามที่ได้รับการประสานงานจากรัฐบาลต่างประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันปราบปรามคนร้ายหรืออาชญากรข้ามชาติ และสามารถประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทุกภาคส่วน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายความมั่นคงและการบังคับใช้กฎหมายร่วมกัน
พล.ต.ท.วุฒิ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังสามารถจับกุมตัวอาชญากรข้ามชาติที่เกี่ยวข้องกับคดีสำคัญๆ ได้ถึง 3 คดี ซึ่งเป็นการประสานงานผ่านทางศูนย์หมายจับคนร้ายข้ามชาติ คดีแรก เจ้าหน้าที่ สตม. ได้รับการประสานจากสถานฑูตเยอรมันนี ประจำประเทศไทย ให้จับกุมตัว นายรอลฟ์ ดีทเตอร์ ชวาซ อายุ 60 ปี สัญชาติเยอรมัน เนื่องจากผู้ต้องหาได้ร่วมกันกับพวก 7 คนฉ้อโกงการขอคืนภาษีทางการค้าและเงินประกันสังคม มูลค่าความเสียหายประมาณ 485 ล้านบาท โดยนายรอลฟ์ได้หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย เจ้าหน้าที่จึงทำการสืบสวนจนทราบว่า นายรอลฟ์ พักอยู่ที่คอนโดมิเนียม เลขที่ 366 ซอยอมร ถนนนางลิ้นจี่ แขวงช่องนนทรีย์ เขตยานนาวา กทม. จึงนำกำลังเข้าจับกุมได้ในที่สุด
"คดีที่ 2 เจ้าหน้าที่ สตม. ได้รับการประสานจากสำนักงานตำรวจสากล ให้ติดตามจับกุมตัว นายฟิลลิป แฮก อายุ 28 ปี สัญชาติออสเตรเลีย โดยผู้ต้องหาได้หลบหนีหมายจับออสเตรเลียในข้อหา ลักพาตัว กรรโชกทรัพย์ และทำร้ายร่างกายแม่เลี้ยงของตัวเอง จากนั้นได้หลบหนีเข้ามาซ่อนตัวอยู่ที่ บิลแอนด์บลูเกสท์เฮ้าส์ ในจังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมตัวก่อนผลักดันส่งกลับประเทศต่อไป คดีที่ 3 เจ้าหน้าที่สถานฑูตอเมริกาประจำประเทศไทย ได้ประสานให้ สตม. จับกุมตัว นายวามูแอล ฮอร์ตัน อายุ 38 ปี สัญชาติอเมริกัน ที่หลบหนีหมายจับของศาลสหรัฐอเมริกา ในข้อหาพรากผู้เยาว์ ซึ่งผู้ต้องหาได้หลบหนีไปอยู่ประเทศต่างๆ ก่อนจะเข้ามาซ่อนตัวที่จังหวัดภูเก็ต ในประเทศไทย แต่ก็ถูกตามจับกุมตัวได้ในที่สุด" พล.ต.ท.วุฒิ กล่าว
พล.ต.ท.วุฒิ กล่าวต่อว่า สำหรับคดีที่สำคัญที่จับกุมได้เมื่อเร็วๆนี้ คือ แก๊งลักทรัพย์ชาวโคลัมเบีย สามารถจับกุมได้ จำนวน 11 คน ประกอบด้วย 1.Mr.Mateus Hernandez Julio Cesar 2.Mr.Arango Bedoya Willmman 3.Mr.Ramos Samaca Richardo 4.Mr.Munoz Richardo Jordan Gonzalez 5.Mr.Farid Richardo Jordan Gonzalez 6.Mr.Abril Rojas Christian Camilo 7.Miss.Jina Tatiana Roa Currau 8.Mr.Jairo Naranjo Lopez 9.Mr.Fideligno Suarez Mo Jica และ 10.Mr.Parze Enchina พร้อมของกลาง 1. ทรัพย์สินต่างๆ ทั้งเครื่องเพชร สร้อยคอทองคำ ธนบัตรสกุลเงินต่างๆ นาฬิกาข้อมือหลายยี่ห้อ เครื่องเสียง และโทรศัพท์ 2. รถยนต์ที่ใชก่อเหตุ จำนวน 6 คัน 3. อุปกรณ์ที่ใช้ในการงัดแงะ หมวกปิดบังใบหน้าและอุปกรณ์ตรวจเครื่องเพชร
พล.ต.ท.วุฒิ กล่าวอีกว่า การจับกุมแก็งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ สภ.บางศรีเมือง สามารถจับกุมคนต่างด้าวสัญชาติโคลัมเบียก่อเหตุลักทรัพย์ ได้ที่จ.นนทบุรี โดยผู้ต้องหาได้เช่ารถยนต์มาจาก จ. เชียงใหม่ และใช้หนังสือเดินทางปลอมของประเทศสเปนเป็นหลักฐานในการเช่ารถ สตม.จึงสืบสวนขยายผลต่อจนสามารถรวบตัวได้ถึง 11 คน แนวทางการสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาแก๊งนี้จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยครั้งละหลายร้อยคน โดยใช้หนังสือเดินทางปลอมทั้งหมด จากนั้นจะแบ่งทีมกันออกตระเวนก่อเหตุ โดยเลือกบ้านที่ไม่มีคนอาศัยอยู่ เมื่องัดแงะเข้าไปในบ้านก็จะขโมยทรัพย์สิน และยกตู้เซฟออกมาไว้ในรถเพื่อใช้เหล็กเจียรเปิดเซฟ และนำทรัพย์สินไปขายนำเงินมาแบ่งกัน นอกจากนี้ผู้ต้องหายังใช้วิธีสะกดรอยตามเหยื่อที่มีทรัพย์สินจำนวนมากอยู่ในรถ เมื่อสบโอกาสก็จะทุบกระจกขโมยทรัพย์สินไป
"ผู้ต้องหากลุ่มนี้เป็นกลุ่มเดียวกันกับที่ก่อเหตุทุบกระจกรถยนต์ชิงเงิน 12 ล้านบาท ท้องที่ สน.ลุมพินีด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล นอกจากนี้เมื่อ 5 วันที่ผ่านมา กลุ่มผู้ต้องหาได้นำตู้เซฟที่มีทรัพย์สินอยู่ภายใน ส่งปยังประเทศโคลัมเบีย แต่ทาง สตม.ได้ประสานอายัดเอาไว้เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการนำกลับมาตรวจสอบ สำหรับแก๊งนี้ยังมีคนไทยอยู่เบื้องหลัง โดยจะรับใบสั่งจากคนไทยกลุ่มหนึ่งให้ไปก่อเหตุขโมยทรัพย์สินมา ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี " พล.ต.ท.วุฒิ กล่าว



