
กกต.ผวาเลือกตั้งโหดชงรัฐออกฉุกเฉินคุมหย่อนบัตร
กกต. ผวา เลือกตั้งโหด เตรียมใช้ยาแรง ชงรัฐออกพ.ร.ก.ฉฉ.คุมหย่อนบัตร ให้นักการเมืองทำสัญญาประชาคมไม่ขวางหาเสียง ขู่ ใครฝ่าฝืนคุก 10 ปีถอนสิทธิลต.อีก 10 ปี สดศรี พ้อ รัฐ ลอยแพกกต. ปล่อยให้ถูกถล่มหนักทั้งที่ไม่ใช่คู่กรณี
(9มิ.ย.) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เปิดแถลงข่าวเนื่องในวันครบรอบสถาปนา 12 ปี กกต. โดยนายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า ตั้งแต่กกต.ชุดนี้เข้ามาทำงานพบว่าการเลือกตั้งมีคุณภาพมากขึ้น ผู้สมัครที่มีลักษณะเป็นเจ้าบุญทุ่มสอบตกไปจำนวนมาก มีการซื้อสิทธิขายเสียงน้อยลง แต่การเลือกตั้งครั้งหน้าประเมินดูแล้วจะมีแนวโน้วที่รุนแรงมากเพราะเป็นการช่วงชิงอำนาจรัฐกันระหว่าง 2 ฝ่าย ขณะที่ผู้สมัครของแต่ละพรรคต้องเผชิญแรงกดดันสูงมาก
กกต.จึงเตรียมความพร้อมที่ต้องวางระบบให้กับผู้สมัครอย่างเข้มข้นมากขึ้น โดยจะประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเพียงพอ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิยุติธรรม รวมทั้งการใช้สื่อของแต่ละพรรคการเมืองต้องมีความเสมอภาค ปัจจุบันสื่อทีวีและวิทยุชุมชนที่มุ่งทำลายและเสนอข่าวสนับสนุนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งหากในช่วงการเลือกตั้งที่มีการประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งแล้ว มีอำนาจในการสั่งห้ามให้ยุติ แม้ว่าจะไม่มีอำนาจเท่าศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แต่สามารถทำได้อำนาจตามพ.ร.บ.การเลือกตั้ง และพ.ร.บ.กกต. ซึ่งให้อำนาจไว้
“ในการเลือกตั้งครั้งหน้าก็คาดว่าจะค่อนข้างรุนแรงซื้อสิทธิขายเสียงน่าจะหนักหน่วงกว่าทุกครั้ง เวลามีการเลือกตั้งเราก็จะมีการตรวจสอบในเรื่องของซุ้มมือปืนต่างๆ อย่างในเรื่องของการตรวจสอบเส้นทางการเงิน กกต.ก็มีอำนาจแต่ไม่เคยใช้อำนาจนี้มาก่อน ถ้าสถานการณ์รุนแรงก็อาจประสานไปที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ป.ป.ง.) และธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อให้รายงานการทำธุรกรรมหรือความเคลื่อนไหวในบัญชี แต่ก็ยังคิดว่าคงไม่ต้องใช้อำนาจนี้ถ้าสื่อช่วยกันสถานการณ์ก็อาจจะไม่รุนแรงก็ได้” นายประพันธ์ กล่าว
นายประพันธ์ กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาไม่เคยมีการประทุษร้ายเจ้าหน้าที่กกต.จนถึงชีวิต แต่การเลือกตั้งครั้งหน้าคิดว่าจะมีการเลือกตั้งที่รุนแรง ผู้สมัครต้องรับผิดชอบถ้าหากปล่อยให้มวลชนออกมาเคลื่อนไหว ถ้าไม่ระงับยับยั้งก็เท่ากับว่ารู้เห็นเป็นใจ ตรงนี้กฎหมายกำหนดไว้อยู่แล้ว ว่าจะต้องโดนใบแดงถูกเพิกถอนสิทธิ และถูกดำเนินคดีอาญาที่มีโทษ 10 ปี เพิกถอนสิทธิอีก 10 ปี และถ้าสามารถสืบสวนต่อไปว่าพรรครู้เห็นก็ต้องรับผิดชอบซึ่งมีโทษถึงขั้นยุบพรรคได้ โดยเรื่องยุบพรรคนี้กกต.เคยพูดไว้ตั้งแต่ตอนร่างรัฐธรรมนูญแล้วว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นยาแรงก็ไม่มีคนเชื่อจนมีการยุบไปแล้ว 4 พรรคการเมือง
ด้านนางสดศรี กล่าวว่า นอกจากมาตรการในทางกฎหมายที่กกต.จะนำมาใช้ในการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยแล้ว กกต.ก็มีโครงการเลือกตั้งสมานฉันท์ อยู่แล้ว โดยให้ผู้สมัครพรรคการเมืองต่างๆมาทำสัญญาต่อกันหรือสัญญาประชาคม ว่าจะหาเสียงกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ขัดขวางการหาเสียงของพรรคการเมืองอื่น ถ้าไม่เช่นนั้นเราก็คงต้องให้รัฐบาลออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินในช่วงนั้น ซึ่งเราไม่อยากทำแต่ก็ต้องประเมินสถานการณ์ถ้าจำเป็นก็ต้องทำ เพราะเราไม่สามารถที่จะแบ่งประเทศออกเป็น 3 ส่วน ไทยเหนือ ไทยกลาง ไทยใต้ ได้ แต่ถ้าเลือกตั้งแล้วบ้านเมืองไม่สันติก็คิดว่าน่าจะเสนอ แก้รัฐธรรมนูญต่ออายุส.ส.ไปเลย 10 ปีกกต.จะได้ไม่ต้องเหนื่อยด้วย
“ในเรื่องที่จะให้มีการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินในขณะเลือกตั้งอยากให้มองแยกส่วนว่า เป็นการประกาศเพื่อรักษาความมั่นคงของประเทศ และให้ทุกพรรคไปหาเสียงในทุกพื้นที่ได้ เพราะไม่ใช่เมื่อมีพ.ร.ฎ.เลือกตั้งแล้วกกต.จะเป็นตำรวจโลกหรือตำรวจของรัฐบาลที่สามารถทำอะไรได้ทุกอย่าง แต่ก็ไม่ได้ฟันธงว่าจะต้องใช้เพราะสถานการณ์อาจจะไม่รุนแรงตามที่คาดการณ์ไว้ก็ได้” นางสดศรี กล่าว
กกต.ผู้นี้ กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมากกต.ได้รับแรงกดดันจากการทำหน้าที่ต้องยอมรับว่าการผันแปรทางการเมืองขึ้นอยู่กับตัวพรรคการเมือง ซึ่งตั้งขึ้นได้ง่ายแต่ดำรงอยู่อยาก โดยมีกฎหมายเป็นขวากหนามทำให้สดุดล้มได้ง่าย กกต.เป็นองค์กรทีได้รับเกียรติ มีม็อบ มีมวลชนมาเยี่ยมอยู่เลยเมื่อปี 50 ครั้ง 3 - 4 และปีนี้ก็ 3 ครั้ง ถ้ามาด้วยความสงบไม่ว่า แต่ถ้ามาโดยไม่ถูกต้องตามกระบวนการประชาธิปไตยรัฐบาลก็ต้องดูแลกกต.ด้วย ไม่ใช่ปล่อยลอยแพอยู่อย่างนี้ เพราะว่าเราไม่ใช่คู่กรณี
นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งหน้านี้เราได้มีแผนรับมือกับนักการเมืองเพราะทราบว่า พวกเขามีกระสุนอยู่ เราก็จะหาเป้าเทียมให้เขาเพื่อจะได้รู้ว่าเขายิงกันอย่างไร ที่ผ่านมายอมรับว่าสังคมวิจารณ์กกต.อย่างรุนแรง เพราะขาดความน่าเชื่อถือซึ่งเกิดจากเจ้าหน้าที่ของกกต.ที่มีความรู้ไม่เพียงพอทำให้เราถูกมองว่าเป็นการทำหน้าที่แบบไม่ตรงไปตรงมา 2 มาตรฐาน ซึ่งเราจะต้องแก้ไขทำให้เป็นมาตรฐานเดียว



