ข่าว

บช.น.เผยรายชื่อผู้ถูกจับตามพรก.ฉุกเฉินในเว็บ

บช.น.เผยรายชื่อผู้ถูกจับตามพรก.ฉุกเฉินในเว็บ

09 มิ.ย. 2553

กองปราบจับ"สมชาย ไพบูลย์"แกนนำเสื้อแดงรุ่น 2 ขณะที่ผู้ต้องหาเผาศาลากลางเมืองอุดรธานีดับอีก 1 ราย หลังถูกยิงและพักรักษาตัวอยู่ ห้องไอซียูโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานีนานถึง 21 วัน

 เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 9 มิ.ย. พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รักษาราชการแทน ผบก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ต.จารุวัฒน์ พาหุมันโต สว.กก.1 บก.ป. พร้อมกำลังจับกุม นายสมชาย ไพบูลย์ อายุ 41 ปี อดีต สข.บางบอน พรรคไทยรักไทย ตามหมายจับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ที่ 96/2553 โดยจับกุมได้ที่หน้าบ้านเลขที่ 33 หมู่ 1 ต.ควนเกย อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช จึงนำตัวมาทำบันทึกที่กองปราบปราม โดยมีประชาชนจำนวนหนึ่งที่ทราบข่าวเดินทางมารอรับ และมอบดอกกุหลาบสีแดงเพื่อนเป็นกำลังใจ

 ทั้งนี้ นายสมชาย เป็นแกนนำกลุ่ม นปช.ที่เคยขึ้นเวทีปราศรัยบ่อยครั้ง นอกจากนี้ ยังอยู่ในกลุ่ม “Thailandmirror” จัดรายการวิทยุชุมชนในเว็บไซต์ และเป็นแกนนำตั้งเวทีคู่ขนานอยู่ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา กระทั่งถูกออกหมายจับตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อย่างไรก็ตาม ภายหลังทำบันทึกแล้วพนักงานสอบสวนจะนำตัวนายสมชายไปควบคุมไว้ที่ บก.ตชด.ภาค 1 คลองห้า จ.ปทุมธานี

 นายสมชาย กล่าวว่า เรื่องการมอบตัวไม่ได้อยู่ในความกลัวของพวกเรา แต่ว่าอยากให้ยกเลิก พ.ร.ก.เสียก่อน ซึ่งก่อนหน้านี้คาดการณ์ว่าหลังจากมีการสลายการชุมนุมแล้วไม่เกิน 7 วันน่าจะมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่เมื่อถึงเวลารัฐบาลนี้ยอมให้ประเทศเสียหายโดยการคง พ.ร.ก.ไว้เพื่อไล่ตามจับพวกตน ตนเชื่อว่าหากยกเลิก พ.ร.ก.เมื่อใดพวกตนส่วนใหญ่พร้อมจะมอบตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

 นายสมชาย กล่าวต่อว่า ตนถูกออกหมายจับเนื่องจากไปตั้งเวทีปราศรัยที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ซึ่งอยู่ใกล้สามเหลี่ยมดินแดงที่มีการปะทะกันจนมีผู้เสียชีวิต จึงมีผู้ใหญ่คนหนึ่งขอให้ไปช่วยดูแล เพราะถ้าการชุมนุมใดไม่มีคนดูแลคอยห้ามปรามก็จะมีคนเสียชีวิตมากขึ้น ตนจึงรับอาสาไปเพื่อห้ามไม่ให้คนไปที่สามเหลี่ยมดินแดง

 “เราต่อสู้กันมาขนาดนี้แล้วก็ยินดีเข้าสู่กระบวนการ แต่ผู้มีอำนาจเมื่อหมดอำนาจก็ต้องเข้าสู่กระบวนการเหมือนกัน เราชาวพุทธถือเสียว่าเวรกรรมมีจริงเท่านั้นเอง ไม่มีอะไร ผมมั่นใจว่า 86 ศพคงเป็นกำลังใจให้ผม” นายสมชาย กล่าว

 ด้าน นายคารม พลทะกลาง ทนาย นปช. ซึ่งเดินทางมาร่วมรับฟังการสอบสวนนายสมชาย กล่าวว่า นอกจากจะถูกหมายจับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯแล้วยังทราบว่านายสมชายถูกกล่าวหาว่าก่อการร้ายด้วย ตนจึงต้องเข้ามาช่วยดูแลและเตรียมเรื่องเอกสารต่างๆให้ อย่างไรก็ตาม อยากเรียกร้องรัฐบาลพิจารณากฎหมายตัวนี้ เพราะจะทำให้ถูกจับกันเรื่อยๆ ไม่รู้สิ้นสุดเมื่อใด เพราะเท่าที่ดูรายชื่อยังมีอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่ถูกจับกุม ส่วนที่ถูกจับบางคนก็จะครบกำหนด 30 วันแล้วแต่ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ยังคงอยู่ ซึ่งจะครบ 3 เดือนในวันที่ 7 ก.ค.นี้ จึงอยากจะถามว่าอยากให้คงอยู่ถึงวันที่ 7 ก.ค.อย่างนั้นหรือ เพราะไม่ได้ช่วยสร้างความปรองดองแต่อย่างใด

 “ในฐานะที่เป็นทนาย นปช. อยากให้รัฐบาลยกเลิกกฎหมายนี้เสียทีแล้วจะได้ไปสู้กันตามกระบวนการยุติธรรมจริงๆ อีกส่วนหนึ่งอยากจะเรียนว่าคนที่ถูกคุมตัวโดยไม่คุมขังตาม มาตรา 12 พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ คือต้องคุมตัวที่อื่นที่ไม่ใช่เรือนจำ หรือทัณฑสถานนั้น ทราบว่ามีหลายคนถูกขังในเรือนจำ ถามว่าเรารู้ไหม เรารู้นะครับ แต่ปัญหาที่ต้องทำก่อนเรื่องนี้มีอยู่ ไม่ใช่ไม่รู้ ไม่ใช่ทำอะไรไม่สนใจผิดถูก พูดแต่นิติรัฐ แต่ไม่รู้ทำถูกหรือเปล่า นายกฯ ก็ดี คุณสุเทพก็ดี ผมเชื่อว่ากระบวนการต้องยุติธรรมจริงๆ” นายคารม กล่าว

 นายคารม กล่าวอีกว่า สำหรับ นายวิเชียร ขาวขำ ส.ส.เพื่อไทย นั้นจะเข้ามอบตัวภายในสัปดาห์หน้า ไม่รอให้ถึงวันนัดหมาย ไม่ต้องไปดีเอสไอ แต่ไปที่ศาลเลย ส่วนแกนนำคนอื่นๆ ที่ยังไม่ถูกจับกุมนั้น ตนได้พูดคุยกับนายพายัพ ปั้นเกตุ นายชินวัฒน์ หาบุญพาด และนางดารณี กฤตบุญญาลัย ส่วนนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ นั้นยังไม่ได้คุย แต่ทราบว่าสบายดีและอยู่ด้วยกัน แต่ไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน ส่วนคนอื่นๆ เช่น น.ส.กัญญาภัค มณีจักร หรือ ดี.เจ.อ้อม หรือ นายเพชรวรรต วัฒน์พงศ์ศิริกุล ก็ไม่รู้อยู่ที่ไหน แต่เชื่อว่าพวกเขากลัวกฎหมายฉบับนี้ เพราะสามารถควบคุมตัวไปทำอะไรก็ได้ อย่างไรก็ตาม ตนพร้อมทีมงานกำลังรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมฟ้องกลับกรมสอบสวนคดีพิเศษกรณีกล่าวหาบรรดาแกนนำ นปช.ว่ากระทำผิดฐานก่อการร้าย

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนายสมชาย แล้วชุดสืบสวน กก.1 บก.ป. นำโดย พ.ต.ท.พุทธพงศ์ เมฆเอี่ยมนภา สว.กก.1 บก.ป. พร้อมกำลังยังได้ติดตามจับกุม นายพันธุ์ศักดิ์ ซาบุ ผู้บริหารสถานีวิทยุชุมชน “คนรักไทย” คลื่น 95.25 เอฟเอ็ม ตามหมายจับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ที่ 49/2553 ได้ที่ ถ.ประชาราษฎร์ สาย 1 ซ. 28 แขวงและเขตบางซื่อ เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา จึงนำตัวไปควบคุมไว้ที่ บก.ตชด.ภาค 1 คลองห้า จ.ปทุมธานี

เสื้อแดงเผาศาลากลางอุดรฯตายอีก1

 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี ว่า เมื่อเวลา 14.30 น. พ.ต.ท.สิงหราช แก้วเกิดมี สารวัตรเวร สภ.เมือง อุดรธานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากฝ่ายต่าง ๆ ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จากฝ่ายปกครอง อัยการ และแพทย์เวรโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ได้ร่วมกันชันสูตรพลิกศพ นายอภิชาต ระวิวัฒน์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 202 หมู่ 14 ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี

 นายอภิชาติ  เป็นหนึ่งในผู้ต้องหา ที่ก่อเหตุบุกเผาศาลากลาง จ.อุดรธานี และ สนง.เทศบาลนครอุดรธานี ก่อนจะไปก่อเหตุเผาที่ว่าการอำเภอเมืองอุดรธานี เมื่อวันที่ 19 เมษายน ที่ผ่านมา จากการตรวจสอบสภาพศพของนายอภิชาต  ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาด เข้าที่บริเวณด้านหลังทะลุหน้าอก และได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ถึง 21 วัน และมาเสียชีวิตในวันนี้  

          ทั้งนี้สืบเนื่อง จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 19 เมษายน ที่ผ่านมา กลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนกว่า 800 คน ได้บุกเผาศาลากลางหลังเก่าเสียหายทั้งหลัง ก่อนจะบุกไปเผาสำนักงานเทศบาลนครอุดรธานี โดยขณะเกิดเหตุกลุ่มคนเสื้อแดง ยังพยายามจะบุกไปเผาที่ว่าการอำเภอเมือง และบ้านพักผู้ว่าราชการจังหวัด จนทหารได้เข้าควบคุมสถานการณ์ และสามารถจับกุมกลุ่มคนเสื้อแดงที่ก่อเหตุในวันนั้นได้ 49 คน โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน และเสียชีวิต 1 ราย คือนายเพิน วงษ์มา อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 145 ต.กุดจับ อ.กุดจับ จ.อุดรธานี บาดเจ็บ 3 ราย ซึ่งนายอภิชาต ระวิวัฒน์ เป็น 1 ในผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตเป็นรายที่ 2

 ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้ ที่ห้องประชุมฉัตรไพฑูรย์ กองบังคับการตำรวจ ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.สนั่น ชวาลธรรม รักษาการ ผบก.ภ.จว. พ.ต.ท.ชนินทร์ คลังเงิน พงส.กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ นายนิรันดร์ ยั่งยืน อัยการประจำกระทรวง และนายวิเชียร ปิยะวรากร ปลัดจังหวัดอุดรธานี ได้ร่วมประชุมด้วยกันเป็นครั้งแรก เพื่อพิจารณาสำนวนในการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมในวันที่ 19 เมษายน จำนวน 45 คน

  หลังจากที่โอนคดีให้ ดีเอสไอ รับไปดำเนินการเป็นคดีพิเศษ จำนวน 4 คดี คือ 1.คดีเผาศาลากลางจังหวัด 2.คดีเผา สนง.เทศบาลนครอุดรธานี  3.คดีร่วมกันเผาที่ว่าการอำเภอเมืองอุดรธานี 4.คดีร่วมกันเผาศาลากลางจังหวัด ซึ่งในวันเกิดเหตุได้จับผู้ต้องหาเอาไว้แล้วจำนวน 45 คน

บช.น.เผยรายชื่อผู้ถูกจับตามพรก.ฉุกเฉินในเว็บ

พล.ต.ต. ปิยะ อุทาโย โฆษก บช.น. เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (8 มิ.ย.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้ชี้แจงข้อมูลต่างๆ ทั้งกรณีผู้ถูกจับกุมคดีต่างๆ ทั้งตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และความผิดอาญา โดยให้สำรวจรายชื่อ สถานที่ควบคุมต่างๆ ว่าใครไปอยู่ที่ใด มีความผิดอะไร เพราะบางครั้งญาติหาไม่ได้ ส่วนอีกเรื่องคือ กรณีคนสูญหายหรือแจ้งว่าสูญหาย

 ซึ่งตำรวจก็ตรวจสอบไปทุก สน. หลายรอบแล้ว มีจำนวน 20 ราย ขณะเดียวกันมีข้อมูลปรากฏตามสื่อต่างๆ หรือมูลนิธิกระจกเงา ที่แจ้งว่าคนหายไป 79 ราย ส่วนหนึ่งในที่ประชุม ศอฉ. ก็บอกว่า ผู้ที่มาแจ้งทั้งหมดให้มาแจ้งที่ สน. ด้วยเพื่อเป็นหลักฐาน เพราะการแจ้งกับส่วนราชการเป็นการแจ้งที่จะเป็นหลักฐานในการทำนิติกรรมทุกอย่าง อีกส่วนให้ตำรวจประสานมูลนิธิกระจกเงารวมถึงพรรคฝ่ายค้าน ให้ส่งข้อมูลกับตำรวจด้วย ว่าผู้ที่แจ้งอยู่ในผู้สูญหาย หรือถูกคุมขัง หรือติดคุกเรื่องอื่น หรือสูญหายอย่างอื่นจะได้ตามหา

 พล.ต.ต. ปิยะกล่าวอีกว่า อีกเรื่องก็เป็นประเด็นที่ ศอฉ. แจ้งว่า นอกจากนี้ในหลายกรณีก็มีคนคิดหลายแบบ เจตนาดีแจ้งเพราะหายจริงๆก็มี แต่บางคนเอาคนกลุ่มอื่นมาแจ้ง หรือแจ้งด้วยเหตุอื่นไม่เกี่ยวกับการเมือง ก็ต้องตรวจสอบว่าการแจ้งหายนั้นมีเจตนาใด โดยเมื่อวานนี้ ตร. ก็ชี้แจงเรื่องนี้ โดยมีตัวเลข 422 คน ที่ถูกควบคุมไปขึ้นเว็บไซต์ของกองสารนิเทศในช่วงเย็นนี้ ที่เว็บไซต์กองสารนิเทศ กรมตำรวจ www.saranitet.police.go.th

 "โดยในส่วนของ บช.น. ผู้ที่ถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉินและคดีอาญา มี 221 คน อยู่เรือนจำพิเศษกรุงเทพทั้งหมด 221 คน ส่วนบช.ภ.1 มี 40 คน กระจายตามที่ต่างๆทั่วไป บช.ภ.3 จำนวน 34 คน บช.ภ.4 จำนวน 105 คน บช.ภ.5 จำนวน 20 คน บช.ภ.7 จำนวน 2 คน รวม 422 คน ส่วน บช.ก. บช.ภ.2 บช.ภ.6 บช.ภ.8 และบช.ภ.9 ไม่มี" โฆษก บช.น. กล่าวและว่า "สำหรับบุคคลสูญหายที่แจ้งกับตำรวจ มี 20 คน บช.น. 3 คน บช.ภ.1 จำนวน 3 คน บช.ภ.2 จำนวน 1 คน บช.ภ.4 จำนวน 4 คน บช.ภ.5 จำนวน 1 คน บช.ภ.6 จำนวน 1 คน บช.ภ.7 จำนวน 2 คน บช.ภ.8 จำนวน 1 คน ส่วนที่มูลนิธิกระจกเงาบอกว่ารับแจ้ง 74 ราย พบแล้ว 23 ราย ยังไม่พบ 51 ราย โดยใน 51 รายอยากให้มาแจ้งตำรวจด้วยจะได้รู้ โดยใน 51 ราย เมื่อตำรวจตรวจสอบแล้ว มี 4 คนถูกจำคุกอยู่"

 พล.ต.ต. ปิยะกล่าวอีกว่า สรุปว่าตัวเลขคนที่ถูกหมายจับตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขณะนี้มีทั้งหมด 85 รายทั่วประเทศ อยู่ในกทม. 84 ราย ต่างจังหวัดแค่ 1 ราย โดยใน 84 รายจับแล้ว 31 ราย โดยยังมีคุมอยู่และปล่อยไปแล้วก็มี ส่วนที่จับไม่ได้ 53 รายนั้น นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ก็อยู่ในส่วนนี้ด้วย ส่วนหมายจับอาญาทั้งประเทศมี 819 ราย อยู่ในกทม. 32 ราย และต่างจังหวัด 787 ราย ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะลงเว็บไซต์ทั้งหมด