
ตั้งชุดเฉพาะกิจสอบ กบข.3ประเด็นดึง"สมพล เกียรติไพบูลย์"นั่งประธาน-ยื่นตีความอำนาจป.ป.ท.
บอร์ด กบข.ลงมติตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจสอบผลดำเนินงาน กบข. ปี 2551 ใน 3 ประเด็น ตั้ง "สมพล เกียรติไพบูลย์" เป็นประธาน ดึงตัวแทนจากหลายหน่วยงานเข้าร่วมรวม ป.ป.ท. เผยบอร์ดส่งกฤษฎีกาตีความอำนาจตรวจสอบของ ป.ป.ท.
นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กล่าวว่า คณะกรรมการ กบข. มีมติให้ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจ เพื่อตรวจสอบการดำเนินงานของ กบข. ในปี 2551 จนถึงปัจจุบัน โดยมีนายสมพล เกียรติไพบูลย์ เป็นประธานกรรมการและมีองค์ประกอบจากตัวแทนของหน่วยงานต่างๆ ทั้งกระทรวงการคลัง สำนักงานอัยการสูงสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) น.ส.บุญชู มั่งคั่ง ผู้แทนสมาชิก กบข. ซึ่งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา นายอภิชาติ จีรวุฒิ ผู้แทนสมาชิกซึ่งเป็นข้าราชการพลเรือน และผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย กบข.
ทั้งนี้ คณะกรรมการเฉพาะกิจจะมีอำนาจตรวจสอบใน 3 ส่วนคือ 1.ตรวจสอบการลงทุนและการดำเนินงานอื่นของ กบข. ตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบันว่าเป็นไปตามกฎ ระเบียบ คำสั่ง ประกาศ และเป็นไปตามมติของคณะกรรมการ กบข. ที่เกี่ยวข้องอื่นหรือไม่ 2.ตรวจสอบการดำเนินงานของ กบข.ว่าได้บริหารเงินลงทุนเพื่อรักษาผลประโยชน์ของสมาชิกอย่างมีประสิทธิภาพตามแนวทางการดูแลเงินออมเพื่อการเกษียณอายุของสมาชิกแล้วหรือไม่ และ 3.ตรวจสอบแนวทางการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ของ กบข. และการชี้แจงสมาชิกว่าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพียงใด
“คณะกรรมการเฉพาะกิจจะต้องเสนอรายงานต่อคณะกรรมการ กบข.ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2552 เพื่อจะพิจารณาเสนอรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังต่อไป” นายศุภรัตน์กล่าว
นายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด กล่าวว่า การเปิดให้ ป.ป.ท.เข้าร่วมก็เพื่อให้องค์ประกอบของคณะกรรมการเฉพาะกิจมีความเป็นกลาง มีการตรวจสอบจากบุคคลภายนอก แต่หาก ป.ป.ท.จะไม่ส่งคนเข้าร่วมก็ไม่เป็นไร ส่วนเรื่องอำนาจการเข้าตรวจสอบนั้น คณะกรรมการ กบข. ฝ่ายกฎหมายเห็นตรงกันว่า ตามกฎหมายแล้วผู้ที่มีอำนาจเข้ามาตรวจสอบคือ คณะกรรมการ ป.ป.ท. ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการตั้งขึ้นมา อำนาจในการตรวจสอบไม่ได้อยู่ที่สำนักงาน ป.ป.ท. หรือเลขาธิการ ป.ป.ท.
"ดังนั้นคณะกรรมการ กบข. จะส่งข้อสงสัยในประเด็นดังกล่าว เกี่ยวกับอำนาจของ ป.ป.ท. ในการตรวจสอบ กบข. ผ่านกระทรวงการคลังไปถึงสำนักงานกฤษฎีกา เพื่อให้ตีความให้เกิดความชัดเจนอีกครึ่งว่า ป.ป.ท. มีอำนาจเข้ามาตรวจสอบการทำงานของ กบข. ตามกฎหมายหรือไม่ เพราะถ้าป.ป.ท.ไม่มีอำนาจในการตรวจสอบ กบข.แล้ว กบข.ไปเปิดเผยข้อมูลให้ ป.ป.ท.รับรู้ แบบนี้ก็จะมีปัญหาได้เช่นเดียวกัน" นายชัยเกษมกล่าว



