
"ยศชนัน" ลั่น! ไทยต้องพร้อมก่อน "โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR" มาถึง เคาะ 4 มติด่วน
"ยศชนัน" ลั่น! ไทยต้องพร้อมก่อน "โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR" มาถึง เคาะ 4 มติด่วน มอบ "ปส." เสาหลักคุมความปลอดภัย ชง กม.ชดเชยประชาชนเข้า ครม.
บอร์ดนิวเคลียร์เดินหน้าเต็มสูบ! "ยศชนัน" นั่งหัวโต๊ะ พนส. ประกาศกติกากำกับ SMR ด้วยมาตรฐาน IAEA วาง "สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ" เป็นเจ้าภาพหลักคุมความปลอดภัย ยึดหลัก 3S ชู 6 ระบบ "ปลอดภัย-คน-เทคโนโลยี" ย้ำชัดยังไม่ฟันธงสร้างที่ไหน ด้าน ปส. โชว์ผ่านประเมิน IAEA การันตีเกิดเหตุมีกองทุนเยียวยา
เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ปฏิบัติหน้าที่ประธานการประชุมคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (พนส.) ครั้งที่ 2/2569 โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. และ นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการ เข้าร่วม โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบกรอบนโยบายกำกับดูแลโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ SMR ให้ได้ตามมาตรฐานสากลของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เพื่อเตรียมประเทศให้พร้อมรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ปี 2026
ศ.ดร.ยศชนัน แถลงหลังประชุมว่า วิกฤตพลังงานปีนี้ทำให้หลายคนถามหาว่า SMR ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดทางเลือก ไทยพร้อมนำมาใช้หรือยัง และจะใช้ได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ นี่จึงเป็นหมุดหมายแรกที่ต้องทำให้ชัดเจน ภายใต้แนวคิด “ไม่รอให้เทคโนโลยีมาถึงแล้วจึงเริ่มเตรียมตัว” โดย ปส. ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลด้านนิวเคลียร์ของประเทศ ได้ทำงานร่วมกับกระทรวงพลังงานมาพอสมควรแล้ว จนได้ 4 มติ คือ
- กฎหมาย มอบ ปส. เสนอร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดทางแพ่งต่อความเสียหายทางนิวเคลียร์เข้า ครม. เป็นหลักประกันทางการเงินชดใช้ความเสียหาย โดยร่างผ่านที่ประชุมแล้ว
- เตรียมคน มอบกระทรวง อว. ศึกษาธิการ และพลังงาน ทำหลักสูตรและแผนพัฒนากำลังคนด้าน SMR และความปลอดภัย
- กำจัดกาก ให้ ปส. เร่งทำแผนจัดการกากนิวเคลียร์ที่ใช้แล้วครอบคลุมตลอดวงจรชีวิต ไม่ผลักภาระให้คนรุ่นต่อไป
- วิจัยเชิงลึก มอบ บพค. ร่วมกับกระทรวงพลังงานและ ปส. วิจัยทั้งในเตาปฏิกรณ์และชิ้นส่วนรอบเตา ปั๊ม วาล์ว ปูน เหล็ก สายส่ง AI Digital Twin และไซเบอร์
พนส.-ปส. 2 เสาหลักคุมความปลอดภัย ยึดหลัก 3S ชู 6 ระบบ
ที่ประชุมย้ำกลไกกำกับดูแล 2 ชั้น คือ พนส. กำหนดนโยบาย ออกข้อกำหนดและมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดของประเทศให้สอดคล้องกับ IAEA และ ปส. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล (Regulatory Body) และฝ่ายเลขานุการ พนส. รับหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ตรวจสอบสถานประกอบการ ออกใบอนุญาต ควบคุมกากกัมมันตรังสี และรับมือเหตุฉุกเฉิน โดยมีหัวใจคือ หลัก 3S Safety, Security และ Safeguards พร้อมย้ำว่าการเตรียมพร้อมครั้งนี้ไม่ได้แปลว่าไทยเลือกใช้ SMR แล้ว แต่คือการเตรียมประเทศให้พร้อมก่อนตัดสินใจ ผ่าน 6 ระบบสำคัญ ได้แก่
1) "ปลอดภัยตั้งแต่ต้นจนจบ" กำกับ SMR ตลอดวงจรชีวิต
2) "ประชาชนต้องมั่นใจ" ระบบรับมือเหตุฉุกเฉินจากระดับชาติถึงพื้นที่
3) "Safety ต้องมาพร้อม Responsibility" กฎหมายคุ้มครองและเยียวยาชัดเจน
4) "พลังงานวันนี้ต้องไม่เป็นภาระวันพรุ่งนี้" จัดการกากครบวงจร
5) "สร้างคนก่อนเทคโนโลยีมา" ปั้นเยาวชน นักวิจัย วิศวกร รองรับ AI ไซเบอร์ กฎหมาย
6) จาก "Technology Buyer" สู่ "Technology Value Creator" พาอุตสาหกรรมไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก
IAEA ชี้ 19 ด่าน ไทยผ่านแล้ว 10 ด่วน 3 เรื่อง
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อว่า จากการประเมินตามแนวทาง IAEA ซึ่งกำหนด "19 ด่าน" ที่ทุกประเทศต้องมีก่อนสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ตั้งแต่นโยบายระดับชาติ กฎหมาย หน่วยงานกำกับดูแล ความปลอดภัย กำลังคน การจัดการกาก ระบบสายส่ง ไปจนถึงเงินลงทุน ขณะนี้ไทยผ่านแล้วราว 10 ด่าน ส่วนใหญ่เป็นเรื่องกำกับดูแลและกฎหมายที่ ปส. รับผิดชอบโดยตรง อีกราว 6 ด่านต้องเร่ง โดยเฉพาะ 3 ด่านเร่งด่วน คือ นโยบายระดับชาติ องค์กรขับเคลื่อน และเงินลงทุน ซึ่งรัฐบาลต้องเคาะร่วมกันหลายกระทรวง
"วันนี้เรายังไม่ได้ตัดสินว่า SMR จะอยู่ที่ไหน เพียงแต่เป็นการเตรียมระบบกฎหมายและเตรียมคน ให้พร้อมสำหรับวันที่เราจะตัดสินใจได้ หลังจากนี้กระทรวงพลังงานจะรับหน้าที่เชื่อมโยงกับภาคเอกชน ร่วมกับ ปส." ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว พร้อมย้ำว่า SMR ไม่ใช่แค่เรื่องพลังงาน แต่คือโอกาสยกระดับประเทศ เราไม่รอช้า เรื่องใดต้องเริ่มก่อนก็เริ่มเลย ทั้งลงทุนใน Tech Startup ด้าน SMR และใช้ Local Content จาก SME และอุตสาหกรรมไทย ทั้งอิเล็กทรอนิกส์ ก่อสร้าง และโลหะหนัก ให้ไทยเป็นหนึ่งในระบบนิเวศ SMR ระดับโลก ด้าน ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวว่า อว. พร้อมเชื่อมมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย ปั้นองค์ความรู้และกำลังคนสมรรถนะสูง
"ปส." เจ้าภาพหลักคุมความปลอดภัย การันตีเกิดเหตุมีกองทุนเยียวยา
ขณะที่ นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการ ปส. กล่าวว่า ปส. ทำงานด้านกำกับดูแลนิวเคลียร์มานาน และช่วง 2 ปีที่ผ่านมาได้ร่วมกับทุกหน่วยงานเตรียมมาตรฐาน ทั้งภาวะปกติและฉุกเฉินจนผ่านการประเมินของ IAEA ได้รับการยอมรับระดับนานาชาติ ตามที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน พนส. มอบให้เตรียมล่วงหน้า จนพร้อมรับแผน PDP หลังจากนี้ ปส. จะเป็นผู้รับผิดชอบหลักวางระบบกำกับดูแล ออกข้อบังคับ กฎหมาย มาตรฐาน และบุคลากร
โดยยึด "ความปลอดภัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อม" เป็นหลักสูงสุด ส่วน พ.ร.บ.พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติที่มีอยู่ใช้ได้ แต่เพื่อดูแลประชาชนให้ดีขึ้น จึงผลักดันร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดทางแพ่ง หรือ Nuclear Liability ซึ่งมาตรฐานนานาชาติกำหนดให้ต้องมี
"แม้โอกาสเกิดเหตุจะน้อย แต่เมื่อเกิดความเสียหายขึ้น จะมีกองทุนเข้ามาดูแลรับผิดชอบ และประชาชนจะได้รับการเยียวยาอย่างดีตามมาตรฐาน" นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ กล่าว
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ พนส. 6 ท่าน ได้แก่ รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม และ รศ.สมยศ ศรีสถิตย์ (วิทยาศาสตร์) รศ.ดร.พาสิทธิ์ หล่อธีรพงศ์ (วิศวกรรมศาสตร์) ดร.สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ (เกษตรศาสตร์) รศ.ดร.สุรศักดิ์ บุญเรือง (นิติศาสตร์) และ ผศ.พญ.ปฐมพร ศิรประภาศิริ (แพทยศาสตร์) เพื่อวางรากฐานให้ไทยมี “กติกาที่พร้อม คนที่พร้อม เทคโนโลยีที่พร้อม และสังคมที่มีส่วนร่วม” หากวันหนึ่งไทยเลือกใช้ SMR จะใช้ได้อย่างปลอดภัย กำกับดูแลได้เอง และส่งต่ออนาคตที่ดีกว่าให้คนรุ่นต่อไป
สอบถามเพิ่มเติม กลุ่มเลขานุการคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ โทร. 0 2596 7600 ต่อ 4111-4112 เว็บไซต์ www.oap.go.th เฟซบุ๊ก atoms4peace สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
อีเมล [email protected]



