
แฉ! รังสแกมเมอร์ "โอร์เสม็ด" เจอโรงพักปลอม ห้องผ่าตัด สงสัยค้าอวัยวะเหยื่อ
แฉ! เบื้องหลังรังสแกมเมอร์ "โอร์เสม็ด" จัดฉากโรงพัก 6 ชาติ พบห้องผ่าตัดปริศนา คาดซ้อมเหยื่อทำยอดไม่ถึง โดนผ่าขายอวัยวะ
เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย–กัมพูชา (JIC) นำคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) พร้อมด้วยคณะสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ ลงพื้นที่สำรวจ “อาณาจักรสแกมเมอร์โอร์เสม็ด” ฝั่งกัมพูชา บริเวณใกล้จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ หลังฝ่ายไทยเข้าควบคุมพื้นที่จากเหตุสู้รบ
จากการเข้าตรวจสอบพื้นที่ซึ่งมีเนื้อที่รวมกว่า 500 ไร่ ประกอบด้วยอาคารมากถึง 157 แห่ง พบว่าเป็นอาคารที่ใช้ปฏิบัติการสแกมเมอร์โดยเฉพาะ 29 แห่ง ภายในตึกมีการจัดฉากทำเป็น “สถานีตำรวจปลอม” ถึง 6 ประเทศ ได้แก่ จีน, อินโดนีเซีย, บราซิล, ออสเตรเลีย, สิงคโปร์ และเวียดนาม มีการจัดเตรียมเครื่องแบบตำรวจต่างประเทศ ฉากห้องสอบสวน ภาพจำลองการจับกุมผู้ต้องหา สคริปต์พูดหลอกลวง รวมถึงห้องประเมินผล เพื่อสร้างความสมจริงขั้นสุดในการตุ๋นเหยื่อข้ามชาติทางออนไลน์
ไฮไลต์สำคัญจากการสำรวจคือการเข้าตรวจค้น โรงพยาบาลจงหนาน (Zhong Nan Hospital) ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ คณะสำรวจพบห้องผ่าตัดพร้อมอุปกรณ์ 1 ห้อง โดยข้อมูลเบื้องต้นจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุข้อสงสัยว่า ห้องผ่าตัดดังกล่าวอาจถูกใช้ผ่าตัดอวัยวะ (เช่น ไต หรือหัวใจ) ของแก๊งสแกมเมอร์หรือเหยื่อที่ทำยอดไม่ได้ตามเป้า ซึ่งมักถูกทำร้ายและซ้อมทรมานจนใกล้เสียชีวิตเพื่อนำอวัยวะไปขายต่อ อย่างไรก็ดี ประเด็นนี้ยังคงเป็นข้อสันนิษฐานที่อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนเชิงลึกอย่างละเอียด
ทางด้าน ผอ.JIC ระบุว่า วันที่ 8 กันยายนนี้ จะครบรอบ 9 เดือนเต็มที่ฝ่ายไทยเข้าควบคุมพื้นที่ โดยสภาพปัจจุบันอาคารหลายแห่งเริ่มทรุดโทรมจากการชำรุดเสียหาย มีน้ำท่วมขัง ข้าวของเครื่องใช้แตกหัก และอาหารขึ้นราเน่าเสียเนื่องจากไม่มีการเคลื่อนย้ายสิ่งของออกจากพื้นที่
นอกจากนี้ ผอ.JIC ยืนยันว่า ประเทศไทยไม่มีเจตนายึดครองดินแดนกัมพูชาแต่อย่างใด แต่จำเป็นต้องเข้าควบคุมเนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งอาชญากรรมข้ามชาติที่เป็นภัยคุกคามระดับโลก อีกทั้งยังถูกฝ่ายตรงข้ามใช้เป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร ทั้งสะสมอาวุธ วางกำลังพลซุ่มยิง และปล่อยโดรนโจมตีเข้ามายังฝั่งไทย ซึ่งกองทัพไทยมีความพร้อมในการป้องกันอธิปไตยตามแผนอย่างเต็มรูปแบบ



