ข่าว

"อภิชาติ”ตั้ง7ผู้เชี่ยวชาญร่วมอัยการสอบยุบปชป.

"อภิชาติ”ตั้ง7ผู้เชี่ยวชาญร่วมอัยการสอบยุบปชป.

09 มิ.ย. 2553

"อภิชาติ”ตั้ง 7 ผู้เชี่ยวชาญร่วมอัยการสอบยุบปชป. 30 วันก่อนชี้ขาดส่ง-ส่งไม่ศาลรธน.ได้ทีคุยซ้ำเคยบอกแล้วว่าหลักฐานอ่อน ข้องใจฉกโน็ตบุ๊คดีเอสไอทำไมบังเอิญขนาดนี้ “อธิบดีอัยการคดีพิเศษ” เผย สำนวนยุบ"ปชป."เงินบริจาค 258 ล.ไม่สมบูรณ์หลายประเด็น รอกกต. ตั้งคณะท

 (9มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงเช้านายอภิชาติ สุขขคานนท์ ประธานกกต.ได้นำคณะกรรมการทั้ง 4 คน และเจ้าหน้าที่กกต.ประกอบพิธีบวงสรวงศาลพระหรหมณ์ ที่หน้าอาคารสำนักงานเนื่องในโอกาสครบรอบ 12 ปีกกต.ท่ามกลางสายฝนโปรยปราย

 นายอภิชาต ให้สัมภาษณ์กรณีการตั้งคณะทำงานร่วมกับอัยการสูงสุด ว่า เมื่อวานนี้ ( 8 มิ.ย.) ที่ประชุมมีมติให้ตั้งคณะทำงานในส่วนของกกต.จำนวน 7 คน เพื่อพิจารณาร่วมกับอัยการสูงสุด ที่ระบุว่า หลักฐานของกกต.ยังไม่เพียงพอต่อการยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีเงินบริจาค 258 ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการของกกต.ที่จะตั้งร่วมนั้น จะเป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะและบุคคลที่รู้เรื่องดี

 ทั้งนี้กรณีดังกล่าวอัยการสูงสุดก็มีความเห็นตรงกับความเห็นส่วนตัวของตนที่ได้ลงมติไปว่าหลักฐานยังไม่หนักแน่นเพียงพอต่อการส่งศาลรัฐธรรมนูญ แต่ก็แพ้โหวตกลายเป็นเสียงข้างน้อย แต่ในเมื่อกกต.มีมติก็ต้องปฏิบัติดำเนินการตามนั้น ส่วนที่จะเป็นเหตุให้พรรคประชาธิปัตย์นำเสียงข้างของตนที่ให้ยกคำร้องนั้น มาเป็นข้อต่อสู้ เนื่องจากยังไม่ได้ชี้ให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ตามกฎหมายนั้น ตนเห็นว่าไม่น่าจะนำมาอ้างได้ เพราะทุกมติย่อมมีเสียงข้างมากและข้างน้อย

 “ ความเห็นผมไม่เคยเปลี่ยนแปลง และการดำเนินการขณะนี้ก็ต้องรอทางคณะทำงานที่พิจารณาร่วมกันว่าเขาจะเห็นอย่างไร และคงต้องปล่อยให้เข้าพิจารณาไปก่อนตามประเด็นที่อัยการสูงสุดต้องการ แต่ในวันนี้ผมน่าจะได้เซ็นต์คำสั่งแต่ตั้งคณะทำงานของกกต. ” นายอภิชาต กล่าว

 นายอภิชาต กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษถูกโจรกรรมโน๊ตบุ๊ก ที่มีข้อมูลเรื่องยุบพรรคประชาธิปัตย์ ว่า เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น แต่ก็ไม่ทราบว่าระบบของดีเอสไอในการเก็บข้อมูลเป็นอย่างไรไม่อาจก้าวล่วง แต่ถ้าเป็นกกต. คงต้องสั่งให้มีการสอบสวนว่าเหตุใดจึงบังเอิญแบบนี้ อย่างไรก็ตามหวังว่าข้อมูลคงไม่หายไปทั้งหมด และการดำเนินการก็จะเป็นไปตามวิถีทางกระบวนการไม่ออกนอกลู่นอกทาง

“อธิบดีอัยการคดีพิเศษ”เผยคดีเงินบริจาค 258 ล.ไม่สมบูรณ์

 นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ หนึ่งในคณะทำงานอัยการรับผิดชอบคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีถูกกล่าวหารับเงินบริจาคจำนวน 258 ล้านบาท จากบริษัททีพีไอโพลีนจำกัด (มหาชน) ที่ กกต. เสียงข้างมากวินิจฉัยเป็นนิติกรรมอำพราง เข้าข่ายกระทำผิด พ.ร.บ.ว่า พรรคการเมือง ฯ ม. 95 ว่า คณะทำงานอัยการได้พิจารณาสำนวนคดีที่ กกต.ส่งมาให้แล้ว เห็นว่ามีความไม่สมบูรณ์หลายข้อในเป็นประเด็นหลักที่เป็นประเด็นสำคัญ ซึ่งหากจะให้อัยการสูงสุด ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จะต้องไปรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมในประเด็นเหล่านั้นให้สมบูรณ์ครบถ้วนก่อน คณะทำงานอัยการจึงทำหนังสือแจ้งไปยังกกต. ให้ตั้งคณะทำงานร่วมกัน โดยฝ่ายอัยการ มีนาย วัยวุฒิ หล่อตระกูล รองอัยการสูงสุด และตน รวมทั้งคณะทำงานอัยการรวม 7 คน

 ขณะที่แหล่งข่าวคณะทำงานอัยการ กล่าวว่า สำหรับข้อไม่สมบูรณ์ในสำนวนคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ มี 7 ข้อ ที่เป็นประเด็นสำคัญซึ่งยังไม่ครบถ้วนทั้งในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย อาทิ ประเด็นที่กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ที่เข้าข่ายมีส่วนรู้เห็นในการกระผิดมีใครบ้าง เพราะคดีนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2547- 2548 ขณะนั้นพรรคประชาธิปัตย์มีกรรมการบริหารประมาณ 40 คน แล้วต่อมายังมีการเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรคอีกหลายชุด รวมทั้งกรรมการบริหารพรรคชุดปัจจุบันจะมีส่วนด้วยหรือไม่ ตกลงมีกรรมการบริหารคนใดบ้างที่มีส่วนรู้เห็นในการกรทำผิด ซึ่งยังไม่ชัดเจนพอ เพราะกรรมการบริหารพรรคกลุ่มนี้ ถ้าหากมีพยานหลักฐานว่ามีส่วนรู้เห็นในการกระทำผิด จึงจะมีเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิทางการเมือง

 นอกจากนี้ยังประเด็นเรื่องข้อต่อสู้ของพรรคประชาธิปัตย์ที่อ้างว่า ที่ กกต.ส่งความเห็นมานั้นไม่ได้เป็นความเห็นของนายทะเบียนพรรคการเมือง ซึ่งประเด็นต่างๆ เหล่านี้หากอัยการส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญจะต้องมีหลักฐานที่รัดกุม ซึ่งต้องรอดูว่าจะมีการตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างอัยการกับ กกต.หรือไม่ เพราะเป็นอำนาจของนายทะเบียนพรรคการเมืองที่จะพิจารณา