ข่าว

เพื่อไทยโวย"อภิสิทธิ์"ใช้พรก. ฉุกเฉิน รังแกผู้พิการ

เพื่อไทยโวย"อภิสิทธิ์"ใช้พรก. ฉุกเฉิน รังแกผู้พิการ

09 มิ.ย. 2553

"พท."โวย"อภิสิทธิ์"ใช้ พรก. ฉุกเฉิน รังแกผู้พิการ จำกัดสิทธิ เสรีภาพ ประชาชน เตือน"รบ.-ธาริต"อย่าแทรกแซงคดียุบพรรค ปชป.

 (9มิ.ย.) นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า เกิดเหตุการณ์น่าสลดใจเมื่อวานนี้ 8 มิ.ย. 53 ที่รัฐบาลอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจ พรก.ฉุกเฉิน โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจล เข้าผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุมคนพิการที่มาเรียกร้องการจัดสรรโควต้าฉลากการกุศลใหม่จนทำให้ผู้ชุมนุมคนพิการต้ โดดหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กดดัน ลงคลองผดุงกรุงเกษม ซึ่งเป็นภาพที่น่าเวทนาสำหรับผู้ที่พบเห็นและผู้ที่ได้ติดตามข่าวสารผ่านสื่อเป็นอย่างยิ่ง รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลได้จับกุมแกนนำผู้ชุมนุม 10 กว่าคน ไปดำเนินคดีตามพรก.ฉุกเฉิน เมื่อปรากฎเป็นข่าวสร้างภาพที่ไม่ดีให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ นายอภิสิทธิ์แก้ภาพพจน์โดยสั่งการให้ตำรวจปล่อยแกนนำทั้งหมด นี่คือรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ที่แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แทนที่จะรับฟังปัญหาของผู้พิการที่มาชุมนุม และให้เข้าพบเพื่อจะหาทางแก้ไขในปัญหาที่พวกเขาประสบปัญหา เหมือนกรณีที่มีกลุ่มพันธมิตรหรือกลุ่มเสื้อหลากสี ที่เข้าพบเพื่อเชียร์รัฐบาล หรือเสนอแนะ  

"เตือน"รบ.-ธาริต"อย่าแทรกแซงคดียุบพรรค ปชป.

นายพร้อมพงศ์ แถลงว่า กรณีที่คณะพนักงานสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI รวม 10 คน ที่รับผิดชอบสำนวนคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ นำโดย พ.ต.ท. วรชัย อารักรัฐ หัวหน้าพนักงานสอบสวน กรณีเงินบริจาค 258 ล้านบาท และ กรณีใช้เงินสนับสนุนพรรคการเมือง 29 ล้านบาทผิดวัตถุประสงค์ ได้ทำเรื่องถึงอธิบดี DSI เพื่อขอถอนตัวจากการเป็นพนักงานสอบสวนคดีดังกล่าว และต่อมา นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดี DSI ได้อนุญาตให้ถอนตัวนั้น เห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญที่จะส่งผลต่อคดียุบพรรค ประชาธิปัตย์เนื่องจากคดีนี้ มีพยานเอกสารและพยานบุคคลจำนวนมาก และเรื่องการกระทำความผิดมีความสลับซับซ้อน ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนชุดเดิมได้ติดตามแกะรอยเส้นทางการใช้จ่ายเงินทั้งสองเรื่อง มาอย่างละเอียดจึงรู้ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นอย่างดี จนกระทั่งส่งสำนวนไปให้ กกต. และกกต. ได้สรุปสำนวนเสนออัยการสูงสุด เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์แล้ว

 การที่พนักงานสอบสวนมาถอนตัวออกกลางคัน ก็เพราะถูกกดดันจากฝ่ายการเมืองเนื่องจากเห็นว่าคณะพนักงานสอบสวนชุดนี้ทำงานอย่างตรงไปตรงมาและมีการสอบพยานอย่างละเอียด หากนำพนักงานสอบสวนชุดนี้ไปให้ถ้อยคำต่อศาล ย่อมทำให้ผลของคดีมีความชัดเจนที่จะทำให้ข้อเท็จจริงมีน้ำหนักที่จะทำให้พรรคประชาธิปัตย์ถูกยุบได้ ดังนั้นจะมีการทำทุกวิถีทางเพื่อทำให้สำนวนคดีอ่อน ก่อนที่จะส่งไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะกรณีที่มีการทุบรถและขโมยคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คที่มีข้อมูลและสำนวนคดียุบพรรค ประชาธิปัตย์ ของพนักงานสอบสวน DSI ไปเมื่อเดือน พ.ค. 2553 แสดงให้เห็นเจตนาของผู้กระทำว่ารัฐบาลต้องการข้อมูลดังกล่าวเพื่อไปเป็นประโยชน์ในทางคดีของตนเอง ขณะเดียวกันก็เป็นการกดดันเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบคดีไปในตัว นอกจากนี้ ยังทราบข่าวว่ามีการกักตัวพยานสำคัญในคดีไว้เพื่อจะให้กลับคำให้การในชั้นพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือวิชามาร ที่ถนัดของผู้มีอำนาจในรัฐบาลชุดนี้

 " ฝากไปยังแกนนำรัฐบาลในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดี DSI ว่าอย่าคิดกระทำการใดที่เป็นการกดดันหรือแทรกแซงคดีดังกล่าวเพราะอำนาจรัฐนั้นมีแล้วก็หมดไปได้แต่ความเป็นธรรมและความเที่ยงธรรมในการใช้กฎหมายนั้น จะต้องมีตลอดเวลาหากใช้อำนาจโดยมิชอบหรือลุแก่อำนาจ สักวันหนึ่งผลของการกระทำจะย้อนมาหาตนเองเมื่อหมดอำนาจลง " นายพร้อมพงษ์กล่าว