
นพดลระบุทักษิณพร้อมเจรจาสันติภาพรวมทุกสี
"นพดล" ชู แผนเจรจาสันติภาพ รวมทุกสี เผย ทักษิณ พร้อมร่วมวงเจรจาหาทางออกบ้านเมือง ย้ำไม่ยื่นเงื่อนไขส่วนตัว
(9มิ.ย.) นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แถลงถึงกรณีศอฉ.สั่งห้ามทำธุรกรรมทางการเงินบุคคล 106 รายที่สงสัยว่าอาจสนับสนุนการเคลื่อนไหวทางการเมือง ว่า ล่าสุดคนในรัฐบาลออกมาระบุมีเงินไหลหมุนเวียน 6 หมื่นล้านบาทบุคคลที่สั่งห้ามทำธุรกรรมไปแล้ว รวมทั้งนายกฯยังระบุว่าอาจเป็นค่าใช้จ่ายทางการเมืองอาจนำมาเคลื่อนไหวการชุมนุมนั้น อยากบอกว่ามีแต่คนวิกลจริตเท่านั้น ที่จะมาใช้เคลื่อนไหวแบบนี้ มันเป็นไปไม่ได้ อีกทั้งพ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัว ถูกอายัดทรัพย์กว่า 7 หมื่นล้าน ท่านไม่มีใครมีเงินมากขนาดนั้น คนมีเงินมากขนาดนั้น คงไม่มีใครเอามาเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ไม่รู้จะบรรลุผลอะไรทั้งสิ้น เรื่องนี้เป็นการโรยตะปูเรือใบทางการเมือง ถอยไปพลาง แล้วก็โรยไปพลาง หวังดิสเครดิตทางการเมือง โดยไม่มีมูลความจริง การใช้พรก.ฉุกเฉิน อายัด การทำธุรกรรมทางการเงิน เป็นการทำที่รุนแรงที่สุด สะท้อนถึงการใช้กฎหมายที่เกินเลย
นายนพดล กล่าวว่า ส่วนแนวทางการปรองดอง ที่ประกาศออกมา ขณะเดียวกันก็ออกหมายจับก่อการร้าย พ.ต.ท.ทักษิณ โดยส่งไปแล้ว 187 ประเทศ หวังทำลายอดีตนายกฯทำให้เคลื่อนไหวลำบาก แต่ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เนื่องจากผู้นำ สื่อมวลชน และสังคมระหว่างประเทศเข้าใจว่าการออกหมายจับดังกล่าวมีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง เลยเพิกเฉยและไม่สนใจ การที่รัฐบาลไปไล่บี้ประเทศบรูไน ควรระวัง เพราะสังคมการเมืองระหว่างประเทศมีความสำคัญ มีเครือข่ายโยงใยทั่วโลก อย่าทำอะไรซุ่มซ่าม เหมือนข่มขู่คนอื่น เหมือนทำกับคนในประเทศไทย วันนี้รัฐบาลยังมีทัศนคติอันตรายต่อพ.ต.ท.ทักษิณ จากการออกหมายจับข้อหาก่อการร้าย และยังให้นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ที่ถูกกล่าวหาข้อหาก่อการร้ายเช่นกัน รัฐบาลยังให้อยู่ในตำแหน่ง เพราะไม่มีใครไล่ล่าอดีตนายกฯได้ดีกว่า โดยเอาภาษีประชาชนมาไล่ล่าคู่แข่งทางการเมือง ขณะเดียวกันโฆษกรัฐบาล ก็พยายามบอกว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ใช้ยุทธศาสตร์โลกล้อมประเทศไทย มีตั้งทนายความเพื่อทำลายประเทศ ซึ่งไม่เป็นความจริง รัฐบาลมาแล้วไป แต่ประเทศและรัฐ ยังอยู่ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์คิดว่าถ้าตัวเองคือเจ้าของประเทศ มันจะสับสน ยังเข้าใจว่าพ.ต.ท.ทักษิณ เคลื่อนไหวทำร้ายประเทศไทยทั้งที่ไม่จริงเลย เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ รักประเทศไทย แต่ไม่รักรัฐบาลนี้ คนเราเมื่อถูกรังแกจนไม่มีที่ไป สิ่งที่ทำได้คือใช้กฎหมายเท่านั้น ไม่ได้ใช้โลกล้อมประเทศไทย แต่ใช้ยุทธศาสตร์ความจริงต้องมาก่อน
“ถ้าคุยดีๆแผนปรองดอง ถ้าเอาจริง อดีตนายกฯทักษิณ ก็เอาด้วย แต่แผนปรองดอง 5 ข้อของรัฐบาลนั้น ไม่ได้นำไปสู่ความปรองดอง เรื่องสื่อ ยังปิดสื่อคนอื่น แต่เปิดของตัวเอง ตั้งนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีนิด้า ที่เป็นกองเชียร์ตัวเองมาเป็นคนดูเรื่องปฏิรูปการเมือง ตั้งนายคณิต ณ นคร ที่เคยเป็นประธานตรวจสอบการปราบปรามยาเสพติดสมัยรัฐบาลทักษิณ มาเป็นประธานตรวจสอบข้อเท็จจริงสลายการชุมนุม ประเด็นคือช่วยหาคนเป็นกลางหน่อยได้ไหม ผมจึงเสนอเจรจาสันติภาพ หรือ ” Peace Talk “ โดยเชิญเสื้อทุกสี พรรคฝ่ายค้าน รัฐบาล ผู้นำความคิด เอ็นจีโอ มาประชุมกันในระดับชาติ เอาปัญหามาคุยกันบนโต๊ะ จะแก้อย่างไร ก็ว่าไป เหมือนประเทศอัฟกานิสถาน สงครามโลกครั้งที่สอง ตายกว่า 30 ล้านคน สุดท้ายก็ต้องมาเจรจา การปรองดองที่แท้จริงคือเอาทุกฝ่ายมาคุยกัน แต่ที่ทำในปัจจุบัน เป็นเพียงกลยุทธ์ทางการเมือง หาคะแนนนิยมเท่านั้นเอง หากยังเป็นเช่นนี้ไม่แน่ใจการเลือกตั้งสมัยหน้าจะเป็นอย่างไร และจะได้เลิกกลัวว่าจะลงไปใต้ดิน แต่ละฝ่ายจะได้ทำนายอนาคตประเทศได้ เราต้อง Forgive and Forget ลืมและให้อภัยกันบ้าง ต้องมีเมตตาธรรมกันบ้าง ” นายนพดลกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าแผนเจรจาสันติภาพหรือพลีตทอล์ค เป็นแนวคิดของพ.ต.ท.ทักษิณ นายนพดล กล่าวว่า ตนเป็นผู้เสนอ ไม่ใช่ของพ.ต.ท.ทักษิณ แต่ก็คุยกับผู้ใหญ่หลายฝ่ายที่เป็นห่วงบ้านเมือง รวมทั้งได้หารือพ.ต.ท.ทักษิณด้วย เชื่อว่าหากบอกว่าเป็นแนวคิดอดีตนายกฯทักษิณ นายอภิสิทธิ์คงจะปฏิเสธ แน่นอน แต่การคุยคือเอาปัญหาทุกอย่างมากองไว้แล้วเสนอหาทางออกร่วมกัน
เมื่อถามว่าข้อเสนอส่วนตัวพ.ต.ท.ทักษิณ จะเสนออะไร นายนพดล กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ คงไม่เสนออะไรที่เป็นประโยชน์ส่วนตัว วันนี้เราเอากระบวนการก่อนทำให้ทุกฝ่ายมาคุยกันก่อน ที่ผ่านมาหลายคนบอกว่า เมื่อไหร่ปัญหาจะจบ ทำไมไม่คุยกัน เพราะฉะนั้นพ.ต.ท.ทักษิณ เห็นว่าถึงเวลาควรคุยกันได้แล้ว เราอย่าเพิ่งเอาเงื่อนไขมาคุยกัน แต่ควรมาโดยไม่มีเงื่อนไข แล้วให้ประชาชนได้พิจารณาว่าของแต่ละฝ่ายเป็นอย่างไรบ้าง ตนเลยอยากโยนแนวคิดไปก่อน อย่าเพิ่งลงในรายละเอียด ว่ากัน แฟร์ๆคดีต่างๆล้วนเกิดหลังจากการยึดอำนาจใช่หรือไม่ อย่าทำให้เราเป็นประชาชนชั้นสอง ให้เรามีที่ยืนบ้าง ขนาดตนถูกห้ามทำธุรกรรมทางการเงิน เอทีเอ็ม บัตรเครดิต ก็ใช้ไม่ได้ ต้องหยิบยืมจากเพื่อน แม้กระทั่งเฟซบุ๊ค ยังโดนบล็อก
เมื่อถามว่าการเจรจาควรมีคนกลางหรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า ควรเป็นคนกลางซึ่งก็อาจเป็นสว. ก็ได้แม้จะมีทั้งสายเลือกตั้งและลากตั้ง แต่ก็เชื่อว่ายังเป็นกลางอยู่ ทั้งนี้ยังไม่อยากระบุถึงตัวบุคคลว่าควรเป็นใคร แต่อยากโยนหลักการนี้ก่อนว่า รัฐบาลคิดอย่างไร ถ้าลงรายละเอียดมากเกินไป ก็จะเป็นอุปสรรคต่อการเดินหน้าหลักการใหญ่
เมื่อถามว่ารูปแบบจะเป็นอย่างไร นายนพดลกล่าว่า พ.ต.ท.ทักษิณ คงไม่มาเจรจาด้วย แต่ควรมีคนทุกฝ่าย หรือมีผู้แทนบ้างตามสมควร ส่วนเป็นใครก็ยังไม่ทราบ เพราะยังไม่รู้รัฐบาลเอาด้วยหรือไม่
เมื่อถามว่าถ้าจะเจรจารัฐบาลบอกว่าให้พ.ต.ท.ทักษิณเข้ามาดำเนินคดีก่อน นายนพดล กล่าวว่า ถ้าบอกให้นายอภิสิทธิ์ถูกดำเนินคดี ข้อหาปราบประชาชนด้วย ว่ากันตามข้อเท็จจริงปัญหามาจากการยึดอำนาจ คดีความก็มาหลังจากนั้น แต่เงื่อนไขเช่นนั้นจะเกิดหรือไม่ เราน่าจะมีการเจรจาก่อนดีหรือไม่ ตอนนี้มีแต่ตอบโต้ทางสื่อ ถ้ามาพูดคุยกันเลย เอาไหม ถ้าถึงคลองตันจริงๆ ก็ว่ากันไป เราจะได้ไปสู้กันในบริบทอื่น ซึ่งหมายถึงในทางการเมือง บนดิน ไม่ใช่ใต้ดิน อย่างไรก็ดีวันนี้มันต้อง อินคลูซีฟ คือต้องรวบรวม โอบอุ้ม ทุกฝ่ายเข้ามา ไม่ใช่ผลักแต่ละฝ่ายออกไป ถ้าไปดูความเห็น นักวิชาการสายกลางๆ เขาก็เป็นห่วงมาก สงครามโลกครั้งที่ 2 ตายกว่า 30 ล้านคน สุดท้ายยังต้องมาเจรจา นายอภิสิทธิ์ ถูกจารึกว่าเป็นนายกฯที่มีคนตายเกือบ 100 ศพ ก็สามารถเปลี่ยนวิกฤตมาเป็นโอกาส สร้างสันติภาพได้
เมื่อถามว่าเท่าที่คุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ เห็นด้วยใช่ไหม นายนพดลกล่าว่า ท่านเห็นด้วยกับเจรจาปรองดอง การพูดคุย ไม่อยากให้มองว่าพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้เสนอ พีซทอล์ก เดี๋ยวก็จะมีคนออกมาตอบโต้ แต่ประเด็นนี้ไม่ใช่การหาเปรียบทางการเมือง แต่เป็นการหาทางออกจริงๆ



