
เอกนัฏ ย้ำ รัฐบาลเอาจริงเร่งจัดระเบียบ ไม่ปล่อยผ่าน ดาต้าเซ็นเตอร์
"เอกนัฏ" รมว.พลังงาน เผย รัฐบาลเอาจริง สั่งตรวจสอบ "ดาต้าเซ็นเตอร์" ทั่วประเทศ ระงับก่อสร้าง-ห้ามจ่ายน้ำไฟ จนกว่ากฎเกณฑ์จะชัดเจน ย้ำ กักตุนน้ำมัน คุก 2 ปี
3 ก.ย. 2569 นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามสดถึงนายกรัฐมนตรี ถึงปัญหา Data Center ในการกำกับควบคุม เพราะประชาชนจำนวนมาก มีความกังวลต่อ Data Center (ดาต้าเซ็นเตอร์) ทั้งการใช้ไฟ ใช้น้ำ การถ่ายเทพลังงาน และมีการกักเก็บน้ำมันโดยไม่มีการกำกับดูแลจากหน่วยงาน เสี่ยงที่จะเกิดอันตราย และยังมีการตรวจสอบการกักเก็บน้ำมันด้วย
พร้อมระบุว่า ตนเองไม่ได้ห้ามการมี Data Center แต่ปัญหาปัจจุบัน รัฐบาล และกรุงเทพมหานคร ไม่มีศักยภาพในการกำกับควบคุม ตรวจสอบกิจการ Data Center ให้ตั้งอย่างถูกที่ และดำเนินการอย่างเหมาะสม แต่กลับสะเปะสะปะ ทำให้ Data Center ตั้งอยู่ในกลางเมือง และมีการกักตุนน้ำมันกว่าแสนลิตร รวมถึงไม่มีใบอนุญาต และตนเองได้แจ้งปัญหาไปยังนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 แล้ว แต่นายกรัฐมนตรี ตั้งแต่เป็นรองนายกรัฐมนตรี กลับไม่ได้ใส่ใจ นายศุภณัฐ ยังเห็นว่า กฎหมายควบคุมอาคารปัจจุบัน ยังไม่มีการกำหนดคำนิยาม Data Center ทำให้มีการอ้างกิจการเป็นคลังสินค้า
ดังนั้น จึงควรนิยาม Data Center ให้ชัดเจน และออกระเบียบกำกับเฉพาะ ทั้งความปลอดภัย มาตรการการระบายความร้อน การดับเพลิง ฯลฯ โดยให้เชื่อมโยงภาครัฐ และเอกสารผังเมืองของกรุงเทพมหานคร ชี้ชัดว่า Data Center ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด สามารถตั้งได้ และไม่ผิดผังเมืองทุกสี ซึ่งก็ยังมีช่องว่างทางกฎหมาย รวมถึง Data Center ปัจจุบัน ยังไม่มีการทำการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือ EIA แม้จะสร้างขนาดใหญ่เพียงใดก็ตาม ดังนั้น ตนจึงต้องการทราบว่า เหตุใดตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว นายกรัฐมนตรี ที่รับทราบปัญหาจากตนแล้วมาโดยตลอด แต่กลับไม่มีการดำเนินการใด ๆ และหลังจากนี้ รัฐบาลจะดำเนินการกำกับควบคุมอย่างไรต่อไป
ด้าน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ให้มาตอบกระทู้ถาม โดยยืนยันว่า รัฐบาลเห็นตรงกันหลายเรื่อง และทั่วโลกก็ให้ความสำคัญเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเดินหน้าอุตสาหกรรมยุคใหม่ และตั้งแต่ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ก็มีความเป็นห่วงเช่นกัน โดยเฉพาะการใช้ทรัพยากร จึงให้ไปกำหนดการใช้ไฟฟ้า ที่จากนี้หากมี Data Center จะต้องแยกประเภทผู้ใช้ไฟ และผู้ประกอบกิจการ จะต้องรับผิดชอบต้นทุนการนำเข้าก๊าซ เพื่อไม่ให้เป็นผู้ใช้ไฟประเภทอื่น
รวมถึงยังมีปัญหาเรื่องอื่น ๆ อีกหลายเรื่อง เพราะก็มีการโฆษณาชวนเชื่อว่า จะเกิดประโยชน์กับเศรษฐกิจไทย และจะใช้พลังงานสะอาด 100% แต่ในความเป็นจริงกลับกลายพันธุ์ เพราะมีการใช้ไฟแบบใดก็ได้ และไม่ได้เป็นเพียงที่เก็บอุปกรณ์ แต่ยังมีการกักเก็บน้ำมัน เพื่อผลิตไฟสำรองโดยไม่ได้รับอนุญาตการกักเก็บเกิน 150,000 ลิตร และได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับ Data Center แล้ว และหลังจากนี้ จะมีการปูพรมตรวจทุกพื้นที่ในกรุงเทพฯ ที่หากมีการกักเก็บน้ำมันเกินปริมาณ ก็จะต้องขออนุญาต หากไม่ขออนุญาตจะมีความผิด มีโทษจำคุก 2 ปี
นายเอกนัฏ ยังระบุว่า รัฐบาลยังได้มีการกำหนดเกณฑ์การใช้น้ำ ใช้ไฟ และผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ พร้อมเปิดเผยว่า รัฐบาล ได้มีการออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งคณะกรรมการ Data Center ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เพื่อจัดระเบียบ Data Center ทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์เศรษฐกิจ และติดตามผลกระทบสิ่งแวดล้อม และชุมชน กำหนดการใช้ไฟ และน้ำ ไม่แย่งประชาชนใช้ในราคาถูก เพื่อจัดระเบียบปัญหาที่เกิดขึ้น 3-4 ปีที่ผ่านมา
พร้อมยังได้สั่งการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สั่งระงับการก่อสร้าง Data Center ทั้งหมด และกระทรวงพลังงาน ก็ได้สั่งระงับการอนุญาตการใช้พลังงานไว้ทั้งหมดเช่นกัน จึงยืนยันว่า รัฐบาลได้ดำเนินการจัดระเบียบ Data Center แล้ว แล้วระหว่างการจัดระเบียบนี้ ก็จะยังคงไม่สามารถเปิดได้ จนกว่าจะจัดระเบียบเสร็จ นายศุภณัฐ ยังเสนอให้มีการจัดทำฐานข้อมูลอาคาร และออกระเบียบให้มีการติดตามการก่อสร้าง เพื่อคุ้มครองผลกระทบประชาชน และหากรัฐบาลเห็นด้วยกับข้อเสนอ รัฐบาลจะเริ่มดำเนินการเมื่อใดนั้น
นายเอกนัฏ ชี้แจงว่า Data Center มีการผูกโยงหลายเรื่อง ทั้งการอนุญาตก่อสร้าง ประเมิน EIA เกณฑ์การใช้ไฟ และใช้น้ำ แต่ยืนยันว่า ที่ผ่านมา รัฐบาลชุดนี้ ให้ความสำคัญกับการจัดระเบียบ Data Center ตั้งแต่การกำหนดนิยาม เพราะก่อนหน้านี้ ศูนย์เก็บข้อมูลต่าง ๆ สำหรับเอกชนมีมานานแล้ว แต่ Data Center ได้เริ่มเข้ามาในประเทศ 3-4 ปีที่ผ่านมา จึงมีความจำเป็นต้องจัดระเบียบ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาร่วมกำหนดนิยาม และแก้กฎกระทรวง เช่น เกณฑ์การใช้ไฟ เกณฑ์การจัดเก็บน้ำมัน ซึ่งกระทรวงพลังงาน จะเข้าไปดำเนินการ ซึ่งบางเรื่อง ไม่ต้องแก้กฎหมาย และสามารถดำเนินการตามกฎหมายได้ทันที เช่น การจัดเก็บน้ำมัน
ดังนั้น จึงยืนยันว่า คณะกรรรมการ Data Center ที่รัฐบาลจัดตั้ง มีความครอบคลุมดำเนินการทุกเรื่อง ทั้งผลกระทบสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และการใช้น้ำ รวมถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ฉะนั้น ก่อนที่เกณฑ์ต่าง ๆ ที่คณะกรรมการจะกำหนด Data Center จะต้องยุติการดำเนินการก่อน
ส่วนการกำหนดเกณฑ์จะแล้วเสร็จเมื่อใดนั้น นายเอกนัฏ ชี้แจงว่า ส่วนใดที่มีกฎหมายอยู่แล้ว ก็สามารถดำเนินการได้เลย เช่น กรณีที่กรุงเทพมหานคร สั่งระงับการก่อสร้างอาคาร และถังน้ำมันเก็บน้ำมันที่ไม่ได้ขออนุญาต ก็จะต้องจับกุมทั้งหมด หรือถ้ายังไม่มีการขออนุญาต ก็จะระงับการอนุญาตไว้ก่อน และรอคณะกรรมการฯ กำหนดเกณฑ์ ทั้งการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการกำหนดผังเมือง จึงคาดว่าไม่นานจะชัดเจน และเสร็จเรียบร้อย
นายเอกนัฏ ยืนยันว่า รัฐบาลกล้ากำหนดให้ Data Center ไปซื้อไฟแบบ Direct PPA และให้ใช้วัสดุสิ่งก่อสร้างภายในประเทศแน่นอน และรัฐบาลได้ดำเนินการไปแล้ว ส่วน Data Center ที่ได้รับอนุญาตการก่อสร้างที่ใดก็ได้ไปแล้ว รัฐบาลก็ได้เข้าไปกำกับควบคุมถังเก็บน้ำมัน ดังนั้น หากมีการก่อตั้งโดยได้รับการอนุญาตการก่อสร้าง แต่หากเกณฑ์การใช้ไฟ หรือการสำรองน้ำมันไม่ถูกต้อง ก็จะใช้กฎหมายที่มีจัดการได้ ซึ่งกฎหมายมีอยู่แล้ว เช่น หากไม่มีการขออนุญาตจัดเก็บน้ำมัน แต่ไปจัดเก็บน้ำมันไว้ใช้ ก็ถือว่า ผิดกฎหมาย มีโทษจำคุก 2 ปี
ดังนั้น หลังจากนี้ ก็จะต้องไปไล่ตรวจสอบ ซึ่งในกรุงเทพฯ Data Center ที่ได้รับอนุญาตไปแล้ว มีประมาณ 3 ที่ และการจ่ายประปา นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะกำกับการประปานครหลวง ก็ระงับการจ่ายน้ำ จนกว่ากฎเกณฑ์ต่าง ๆ จะชัดเจนเช่นเดียวกัน รวมถึงการจ่ายไฟ รัฐบาลได้ดำเนินการ แยกประเภทผู้ใช้ไฟของ Data Center ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนที่นายศุภณัฐ จะมาตั้งกระทู้ถามรัฐบาลในวันนี้ (3 ก.ย.) ดังนั้น Data Center ที่จะมาใช้ไฟในประเทศ จะต้องมีราคาแพงกว่าประชาชน เพราะ Data Center ที่ต้องการใช้ไฟมาก หากประเทศไทยต้องผลิตมาก และต้องนำเข้าก๊าซ หากไม่กำหนดผู้ใช้ไฟ Data Center แยกออกมา ก็จะทำให้ประชาชน ต้องร่วมแบกรับต้นทุนการผลิตไฟเพิ่ม
ดังนั้น Data Center ก็จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต้นทุนที่เพิ่มแพง และยืนยันว่า รัฐบาลจะไม่ทำให้ Data Center มาทำให้ค่าไฟของประชาชนแพงขึ้นแน่นอน นายเอกนัฏ ยังกล่าวถึงกรณีที่มี Data Center กลายพันธุ์ ชวนเชื่อจะใช้พลังงานสะอาด ไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ปรากฏกลับใช้ไฟที่มีแบบใดก็ได้ว่า รัฐบาล ก็ได้กำหนดเกณฑ์ ให้ Data Center ใช้พลังงานสะอาด ในสัดส่วนที่ไม่ช้ากว่าแผนผลิตพลังงานที่กำลังจะออกมา เพื่อไม่ให้กระทบต่อการผลิตพลังงานสะอาดให้กับประชาชน
พร้อมเปิดตลาดเสรีรับซื้อพลังงานสะอาดให้กับทุกอุตสาหกรรม ดังนั้น Data Center ต้องมีเกณฑ์การใช้พลังงานสะอาด แต่หากจะใช้ไฟหลวง ก็ต้องใช้ในราคาที่แพงขึ้น ส่วนที่ Data Center มาซื้อไฟถูก ประชาชนต้องจ่ายค่ายไฟแพงนั้น นายเอกนัฏ ยืนยันว่า ปัญหาดังกล่าวนี้ยังไม่ได้เกิดขึ้น ดังนั้น มติคณะรัฐมนตรี ที่ตั้งคณะกรรมการฯ ที่มีนายเอกนิติ ขึ้นมาจัดระเบียบ Data Center จะมีการกำหนดเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน หากไม่เกิดประโยชน์ ก็ไม่ต้องมาลงทุน



