ข่าว

"ตู่"ลั่นไม่รับ"คณิต"ปธ.สอบม็อบนปช.

"ตู่"ลั่นไม่รับ"คณิต"ปธ.สอบม็อบนปช.

09 มิ.ย. 2553

"จตุพร" ยืนยัน ไม่ยอมรับ"คณิต"นั่งปธ.กรรมการสอบ การขอคืนพื้นที่ม็อบราชประสงค์

(9มิ.ย.) เวลา 09.30 น. ที่ศาลอาญา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีคณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติแต่งตั้งนายคณิต ณ นคร เป็นประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.-19 พ.ค. 2553 ซึ่งพรรคเพื่อไทยและกลุ่มนปช.ไม่ยอมรับตัวของนายคณิตว่า ถ้าติดตามในช่วงของการอภิปรายไม่ไว้วางใจตนพูดชัดเจนว่านายอภิสิทธิ์กำลังตั้งคนที่เป็นประธานสอบฯ ซึ่งมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องในการพิจารณาคดีเรื่องสปก. 4-01 ในปี 2537 ซึ่งขณะนั้นนายคณิตเป็นอัยการสูงสุดและมีการไม่สั่งฟ้องนายชวน หลีกภัยและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่มีตำแหน่งในขณะนั้น และขณะนั้นนายอภิสิทธ์เป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตามตนติงมาตั้งแต่ต้น เพียงแต่ไม่ได้ระบุชื่อว่าเป็นนายคณิต ซึ่งปัญหาคือการสอบสวนข้อเท็จจริงคืออะไร เพราะในทางคดีความอาญาขณะนี้กลังมีการทยอยแจ้งความดำเนินคดี ต่อนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพและพวกในคดีบงการใช้จ้างวานฆ่าประชาชนประมาณ 80 กว่าคดี ตามจำนวนประชาชน-วีรชนที่เสียชีวิต นอกจากนี้ก็ยังมีข้อหาพยายามฆ่า ตามจำนวนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ

 “ดังนั้นการสอบสวนหาข้อเท็จจริงจะเป็นแบบสงกรานต์เลือดปีที่แล้วหรือไม่ เพราะการสอบสวนสงกรานต์เลือดเมื่อปีที่แล้วมีการสอบสวนโดยทุกฝ่ายทั้งส.ว. ส.ส.ฝ่ายค้านและรัฐบาล บุคคลภายนอก แต่ท้ายที่สุดรัฐบาลไม่ได้นำผลการสอบสวนดังกล่าวมารายงานที่สภาฯ ดังนั้นการตั้งนายคณิต สังคมอาจไม่ได้คาดหวังเหมือนกับการกรณีการตั้งนายแพทย์บรรลุ ศิริพาณิชย์ เป็นประธานสอบทุจริตโครงการไทยเข้มแข็งในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขครั้งที่ผ่านมา เพราะผลมันแตกต่างกัน”นายจตุพร กล่าว

 แกนนำนปช. กล่าวอีกว่า การสอบสวนครั้งนี้มันเป็นความหมายต่อชีวิตนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ เพราะฉะนั้นผลการสอบสวนจะมีหรือไม่มีผลต่อคดีอาญาหรือไม่นั้นก็เป็นเรื่องของอนาคต แต่ถ้าตนเป็นนายคณิตคงต้องถามหัวใจของตัวเองก่อนว่ามีความเป็นธรรมหรือไม่ ถ้ามีจิตใจที่เอนเอียงเรื่องสปก. 4-01 เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ก็จบลงเหมือนที่ศาลฎีกาตัดสินให้ที่ดินตกเป็นของแผ่นดิน ไม่มีการดำเนินคดีกับนายสุเทพ นายชวน และรัฐบาลชุดนั้น ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ วันนี้นายคณิตจึงคิดอย่างถ่องแท้ว่าจะยอมเอาตัวซึ่งสังคมได้สร้างเคลือบแคลงมาตั้งแต่ต้น เข้ามาเป็นประธานชุดดังกล่าวหรือไม่

 เมื่อถามว่าแสดงว่าต้องการให้นายคณิตถอนตัวออกจากการเป็นประธานฯใช่หรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า นายคณิตผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ถ้าประชาชนมีความสงสัยและไม่ยอมรับในความเป็นกลางก็ต้องยอมถอย และพฤติกรรมขณะนี้ต้องยอมรับว่านายธาริต เพ็งดิษ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เคยเป็นเลขาหน้าห้องของนายคณิตมาก่อน เพราะฉะนั้นมันมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน หากรัฐบาลยังดาหน้าแต่งตั้งนายคณิตเป็นประธานสอบฯต่อไปก็คงไม่มีใครห้ามรัฐบาลได้ แต่ในทางคดีความอาญาก็ยังคงต้องกันไปต่อ อย่างไรก็ตามอย่าลืมว่าวันนี้รัฐบาลใช้ดีเอสไอในการทำงาน ซึ่งมีนายธาริตเป็นอธิบดี แล้วนายธาริตเคยเป็นเลขาหน้าห้องของนายคณิตมีความสัมพันธ์กันเป็นอย่างดี

 “จะใช้เป็นคอหอยลูกกระเดือกในกรณีเช่นนี้สังคมก็มีสิทธิ์ที่จะคิดได้ และนายธาริตเองก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมการศอฉ.ที่ร่วมในการสั่งฆ่าประชาชนเกี่ยวพันกันหมดแบบนี้ มันไม่ใช่ว่านายคณิตเป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทยถือเป็นคนละเรื่องกัน แต่ผลประโยชน์เกี่ยวข้องแบบนี้ เป็นทั้งศอฉ. เป็นทั้งอธิบดีดีเอสไอ และเคยเป็นหน้าห้องประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงฯ สังคมจะยอมรับในแบบนี้หรือ วันนี้ผมไม่ได้ไปกล่าวหาใคร แต่อย่าลืมว่าเรื่องสปก. 4-01 มันเป็นเรื่องตราบาป และเมื่อมีการวางคนในเมื่อคุณธาริต เป็นผู้ที่ดูแลงานสำคัญในดีเอสไอ เป็นเลขาหน้าห้องคุณคณิตมาก่อนแล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกันโดยตรงในการทำสำนวนบิด ผมถามว่าวันนี้ผลชันสูตรพลิกศพทำกันไปถึงไหนแล้ว”นายจตุพร กล่าว

 เมื่อถามย้ำว่าแต่นายคณิตก็เคยเป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทยมาก่อน นายจตุพร กล่าวว่า เป็นคนละกรณีกัน เพราะสำหรับพวกตนไม่ใช่ว่าเคยมาร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทยแล้วต้องมาเป็นพวก ตนไม่ต้องการให้เป็นพวกตนหรือพวกของนายอภิสิทธิ์ หรือเป็นพวกใคร ถ้ามีการแต่งตั้งอย่างนายแพทย์บรรลุก็จะไม่มีใครว่า เพราะทุกคนรู้ว่าหมอบรรลุไม่เคยเป็นสมาชิกพรรคการเมืองหรือมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับใครในทางคดีความ

 เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยและนายจตุพรจะให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการตรวจสอบหรือไม่ แกนนำนปช. กล่าวว่า วันนี้คณะกรรมการชุดนี้ยังไม่เกิดขึ้น มีแต่ตัวนายคณิตเป็นประธานคนดียว จึงต้องให้เวลานายคณิตได้ตัดสินใจ แต่ถ้านายอภิสิทธิ์จะดาหน้าตั้งเราก็ไม่ขัดข้อง นายคณิตดื้อต่อไปก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่วันนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าคณะกรรมการชุดนี้หน้าตาจะเป็นอย่างไร เพียงแต่เปิดตัวคนที่จะเป็นหัวหน้าสังคมก็รับไม่ได้ เพราะอย่าลืมว่ากรณีนี้มันเกี่ยวข้องกับความตายของคนไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐหรือประชาชน และพวกเราก็ไม่ใช่ว่าพวกเราจะให้ความเชื่อมั่นเฉพาะองค์กรต่างประเทศเท่านั้น แต่วันนี้บังเอิญว่านายคณิตมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับคนในศอฉ. อย่างไรก็ตามตนยืนยันว่าไม่มีอคติส่วนตัวกับนายคณิต และตนก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะกำหนดใครให้มาเป็นประธาน

 เมื่อถามว่าแต่วันนี้พรรคเพื่อไทยก็ไม่ยอมรับแม้กระทั่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แล้วจะให้ใครเข้ามาทำงานจุดนี้ นายจตุพร กล่าวว่า กรรมการสิทธิ์ฯหลายคนขึ้นเวทีพันธมิตรฯ และการปฏิบัติหน้าที่กรณี 7 ต.ค. 2551 กับกรณีการสังหารประชาชนเมื่อครั้งที่ผ่านมามีการปฏิบัติหน้าที่ที่แตกต่างกัน ความเสียหายมันมีมากกว่าไม่รู้กี่พันเท่า เราไม่ได้ติดที่ตัวบุคคล แต่ติดใจเรื่องของพฤติการณ์มากกว่า วันนี้การแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบฯไม่ใช่อยู่ที่ว่าพวกใครจะยอมรับได้ แต่ตั้งแล้วก็อย่าให้พวกตนตั้งคำถามได้รวมทั้งประชาชน เกิดความเคลือบแคลง

 “การแต่งตั้งคนที่จะมาเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบฯ ไม่ควรจะมีคำถามต่างๆหรือข้อสงสัยเกิดขึ้น ฉะนั้นเมื่อตั้งใครขึ้นมาก็ควรจมีความงดงาม ทุกฝ่ายไม่มีใครสงสัย ผลสอบออกมาก็จะยอมรับ ไอ้นี่ยังไม่ทันที่จะเริ่มต้นก็มีความเคลื่อบแคลงสงสัย แล้วจะทำกันไปทำไม แค่เริ่มต้นก็เป็นปัญหาแล้ว จะมีประโยชน์อะไรเล่า ในเมื่อวันนี้ยังไม่ยอมรับตั้งแต่วันตั้งประธานแล้วมันจะเดินหน้ได้อย่างไร นายตุพร กล่าวและว่า นอกจากนี้ประธานต้องตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้ก่อน นี่ยังไม่นับคดียุบรรคที่สำนวนคดียุบพรรคประชาธิปัตย์อธิบดีดีเอสไอก็เรียกมาจากหัวหน้าพนักงานสอบสวนทั้งหมดแล้วจะให้คิดยังไง”นายจตุพร กล่าว