
กกต.ตั้ง7ผู้เชี่ยวชาญร่วมอัยการสอบยุบปชป.
"อภิชาติตั้ง 7 ผู้เชี่ยวชาญร่วมอัยการสอบยุบปชป. 30 วันก่อนชี้ขาดส่ง-ส่งไม่ศาลรธน.ได้ทีคุยซ้ำเคยบอกแล้วว่าหลักฐานอ่อน ข้องใจฉกโน๊ตบุ๊คดีเอสไอทำไมบังเอิญขนาดนี้
(9มิ.ย.) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงเช้านายอภิชาติ สุขขคานนท์ ประธานกกต.นำคณะกรรมการทั้ง 4 คน และเจ้าหน้าที่กกต.ประกอบพิธีบวงสรวงศาลพระหรหมณ์ ที่หน้าอาคารสำนักงานในโอกาสครบรอบ 12 ปีกกต.ท่ามกลางสายฝนโปรยปราย
นายอภิชาต ให้สัมภาษณ์กรณีการตั้งคณะทำงานร่วมกับอัยการสูงสุด ว่า เมื่อวานนี้ ( 8 มิ.ย.) ที่ประชุมมีมติให้ตั้งคณะทำงานในส่วนของกกต.จำนวน 7 คน เพื่อพิจารณาร่วมกับอัยการสูงสุด ที่ระบุว่า หลักฐานของกกต.ยังไม่เพียงพอต่อการยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีเงินบริจาค 258 ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการของกกต.ที่จะตั้งร่วมนั้น จะเป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะและบุคคลที่รู้เรื่องดี
ทั้งนี้กรณีดังกล่าวอัยการสูงสุดก็มีความเห็นตรงกับความเห็นส่วนตัวของตนที่ได้ลงมติไปว่าหลักฐานยังไม่หนักแน่นเพียงพอต่อการส่งศาลรัฐธรรมนูญ แต่ก็แพ้โหวตกลายเป็นเสียงข้างน้อย แต่ในเมื่อกกต.มีมติก็ต้องปฏิบัติดำเนินการตามนั้น ส่วนที่จะเป็นเหตุให้พรรคประชาธิปัตย์นำเสียงข้างของตนที่ให้ยกคำร้องนั้น มาเป็นข้อต่อสู้ เนื่องจากยังไม่ได้ชี้ให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ตามกฎหมายนั้น ตนเห็นว่าไม่น่าจะนำมาอ้างได้ เพราะทุกมติย่อมมีเสียงข้างมากและข้างน้อย
“ ความเห็นผมไม่เคยเปลี่ยนแปลง และการดำเนินการขณะนี้ก็ต้องรอทางคณะทำงานที่พิจารณาร่วมกันว่าเขาจะเห็นอย่างไร และคงต้องปล่อยให้เข้าพิจารณาไปก่อนตามประเด็นที่อัยการสูงสุดต้องการ แต่ในวันนี้ผมน่าจะได้เซ็นต์คำสั่งแต่ตั้งคณะทำงานของกกต. ” นายอภิชาต กล่าว
นายอภิชาต กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษถูกโจรกรรมโน๊ตบุ๊ก ที่มีข้อมูลเรื่องยุบพรรคประชาธิปัตย์ ว่า เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น แต่ก็ไม่ทราบว่าระบบของดีเอสไอในการเก็บข้อมูลเป็นอย่างไรไม่อาจก้าวล่วง แต่ถ้าเป็นกกต. คงต้องสั่งให้มีการสอบสวนว่าเหตุใดจึงบังเอิญแบบนี้ อย่างไรก็ตามหวังว่าข้อมูลคงไม่หายไปทั้งหมด และการดำเนินการก็จะเป็นไปตามวิถีทางกระบวนการไม่ออกนอกลู่นอกทาง



