ข่าว

"ตู่-เก่ง"ไม่หนี-ได้สิทธิประกันตัว

"ตู่-เก่ง"ไม่หนี-ได้สิทธิประกันตัว

09 มิ.ย. 2553

เกิดคำถามตามมาทันทีหลังจากศาลอาญาอนุมัติให้ประกันตัวชั่วคราว "ตู่" จตุพร พรหมพันธุ์ และ "เก่ง" การุณ โหสกุล สองส.ส.พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ซึ่งเป็นผู้ต้องหาร่วมกันหรือใช้ให้ผู้อื่นหรือสนับสนุนการกระทำความผ

 แม้ว่าจะสั่งให้ฝากขังครั้งแรกตามข้อหา แต่หลังจากทนายความของสองส.ส.ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 2 ล้านบาท และใช้ตำแหน่งส.ส. ยื่นขอประกันตัว เมื่อศาลพิจารณาหลักทรัพย์แล้ว มีคำสั่งอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว และให้ "จตุพรและการุณ" มารายงานตัวอีกครั้งในวันที่  28 กรกฎาคมนี้ เวลา 09.00 น.

 ก่อนหน้านี้หลายคนคิดว่าทั้ง "ตู่และเก่ง" คงจะถูกควบคุมตัวเหมือนกับ "แกนนำนปช." ที่ค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพราะขณะนี้ปิดสมัยประชุมสภา ทั้ง "จตุพร" และ "การุณ" จึง "ไม่มีเอกสิทธิ์" ความเป็นส.ส.คุ้มครอง

 ประกอบกับความผิดของ "จตุพร" และ "การุณ" มีฐานความผิดไม่ต่างจาก "แกนนำ นปช." ในค่ายนเรศวร คือ ถูกกล่าวหาในข้อหาร่วมกันใช้และสนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานก่อการร้าย มีความผิดตามมาตรา 135/1 135/2 135/3 ประกอบมาตรา 83 84 85 86

 ในเรื่องนี้ "ดร.ปรีชา สุวรรณฑัต" ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นดุลพินิจของศาล การที่ศาลอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวนายจตุพรและนายการุณ ไม่เกี่ยบกับตำแหน่งความเป็น ส.ส. เนื่องจากขณะนี้ปิดสมัยประชุมส.ส.ทั้งสองคนจึงไม่มีสิทธิพิเศษอะไร แต่น่าจะดูที่เจตนาของทั้งสอง เพราะที่ผ่านมาได้เข้ามอบตัวต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อสู้คดี ถือเป็นการแสดงเจตนาไม่มีพฤติกรรมจะหลบหนี จึงได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว

 ซึ่งในเรื่อง "จตุพร" ก็ดูเหมือนจะรู้ในข้อกฎหมายเป็นอย่างดี เพราะก่อนสภาปิดสมัยประชุมได้แจ้งไปยังดีเอสไอ เพื่อขอมอบตัวให้ปากคำ

 ส่วนคดีความของ "จตุพรและการุณ" ในฐานะผู้ต้องหาร่วมกันสนับสนุนการกระทำความผิดอาญาฐานก่อการร้าย ซึ่งถือว่าเป็นคดีที่มีความร้ายแรง

 "ปรีชา" ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวกับการปล่อยตัวชั่วคราว ทางพนักงานสอบสวนดีเอสไอก็ยังคงเดินหน้าทำสำนวนต่อไปได้ 

 และระหว่างที่ "จตุพรและการุณ" ได้รับการประกันตัวชั่วคราว หากมีพฤติกรรมปลุกปั่น และยุยงส่งเสริมให้ประชาชนก่อความไม่สงบขึ้นทางพนักงานสอบสวนก็สามารถร้องขอต่อศาลให้ถอนประกันตัวชั่วคราวได้

 ขณะที่ "ธาริต  เพ็งดิษฐ์" อธิบดีดีเอสไอ มีความเห็นสอดคล้องกับ "ปรีชา" ที่ว่าขึ้นกับดุลพินิจของศาลประกอบกับนายจตุพร กับนายการุณ เป็นส.ส.ถือเป็นผู้ทรงเกียรติในสภาและคงไม่หลบหนี ศาลจึงให้ประกันตัวชั่วคราว

 นอกจากนี้ในอดีตที่ผ่านมาศาลไม่เคยมีคำสั่งคุมขังส.ส.จึงถือว่าตำแหน่งดังกล่าวเป็นสถานะเฉพาะที่กฎหมายให้เกียรติเป็นพิเศษ

 หลังจาก "จตุพร" และ "การุณ" ได้รับการประกันตัวชั่วคราวทำให้บรรดา "แกนนำนปช." ที่ถูกคุมขังมีความหวังที่จะได้รับอิสรภาพขึ้นมาทันที แต่คงต้องดู "พฤติกรรม" และความน่าเชื่อถือของแต่ละคนเป็นส่วนประกอบด้วย

ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย

มาตรา 135/1 ผู้ใดกระทำการอันเป็นความผิดอาญา ดังต่อไปนี้

 (1) ใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการใดอันก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต หรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อร่างกาย หรือเสรีภาพของบุคคลใดๆ

 (2) กระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ ระบบการขนส่งสาธารณะ ระบบโทรคมนาคม หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ

 (3) การกระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของรัฐหนึ่งรัฐใด หรือของบุคคลใดหรือต่อสิ่งแวดล้อม อันก่อให้เกิดหรือน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างสำคัญ

 ถ้าการกระทำนั้นได้กระทำโดยมีความมุ่งหมายเพื่อขู่เข็ญหรือบังคับรัฐบาลไทย รัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ ให้กระทำหรือไม่กระทำการใดอันจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง หรือเพื่อสร้างความปั่นป่วนเพื่อให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน ผู้นั้นกระทำความผิดฐานก่อการร้าย ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลาดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สามปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงหนึ่งล้านบาท

 การกระทำในการเดินขบวน ชุมนุม ประท้วง โต้แย้ง หรือเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้รัฐช่วยเหลือ หรือให้ได้รับความเป็นธรรมอันเป็นการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นการกระทำความผิดฐานก่อการร้าย

 มาตรา 135/2 ผู้ใด

 (1) ขู่เข็ญว่าจะกระทำการก่อการร้าย โดยมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่าบุคคลนั้นจะกระทำการตามที่ขู่เข็ญจริง หรือ

 (2) สะสมกำลังพลหรืออาวุธ จัดการหรือรวบรวมทรัพย์สิน ให้หรือรับการฝึกการก่อการร้าย ตระเตรียมการอื่นใด หรือสมคบกัน เพื่อก่อการร้าย หรือกระทำความผิดใดๆ อันเป็นส่วนของแผนการเพื่อก่อการร้าย หรือยุยงประชาชนให้เข้ามีส่วนในการก่อการร้าย หรือรู้ว่ามีผู้ก่อการร้ายและกระทำการใดอันเป็นการช่วยเหลือปกปิดไว้ ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสี่หมื่นบาท

 มาตรา 135/3 ผู้ใดเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดตาม มาตรา 135/1 หรือ มาตรา 135/2 ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการในความผิดนั้นๆ

ปิยะนุช ทำนุเกษตรไชย , เกศิณี แตงเขียว