ข่าว

ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติผู้ดีนำร่องรัดเข็มขัด

ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติผู้ดีนำร่องรัดเข็มขัด

08 มิ.ย. 2553

ไม่ทราบว่าเป็นเพราะจิตสำนึกดีโดยกำเนิด หรือเป็นเพราะเคยหงุดหงิดรำคาญใจกับความโลภไม่มีที่สิ้นสุดและการไม่รู้จักยอมเสียสละเพื่อส่วนรวมของบรรดาผู้บริหารระดับสูงของบริษัทยักษ์ใหญ่ในแดนอินทรีและยุโรปจนทำให้เศรษฐกิจโลกวิบัติเป็นแถวๆ

  นายเมอร์วิน คิง ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ จึงประกาศสละสิทธิที่จะได้รับการปรับขึ้นเงินเดือนทั้งๆ ที่เป็นสิทธิที่พึงได้ คงเป็นเพราะอยากร่วมเป็นร่วมตายกับพี่น้องร่วมชาติ ซึ่งยังไม่ฟื้นตัวจากเศรษฐกิจถดถอยครั้งรุนแรงที่สุด แถมยังถูกขย่มซ้ำจากวิกฤติการเงินในกรีซที่ลามไปทั่วทวีปเก่า จนทำให้รัฐบาลต้องลงดาบหั่นงบประมาณในภาครัฐลงสุดกำลัง หวังลดยอดขาดดุลงบประมาณที่สูงเป็นประวัติการณ์

 แล้วอย่างนี้จะให้นายคิงในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินทวนกระแสขอขึ้นเงินเดือนให้ตัวเองได้อย่างไร จากขณะนี้ที่ได้รับเงินเดือนปีละ 305,368 ปอนด์ (ราว 14.5 ล้านบาท) คราวที่มีการขึ้นเงินเดือนล่าสุดเมื่อกลางปีที่แล้ว เงินเดือนของนายคิงได้รับการปรับเพิ่ม 2.5%

 ก่อนหน้านี้ นายคิงเคยขอไม่รับการขึ้นเงินเดือนมาแล้วครั้งหนึ่ง คราวที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ว่าการธนาคารกลางเป็นสมัยที่สองเมื่อกลางปี 2551 ช่วงที่เกิดวิกฤติการเงินโลกใหม่ๆ

 มาในปีนี้ นายคิงได้เสนอต่อคณะกรรมการค่าจ้างผลตอบแทนระหว่างพิจารณาเรื่องการขึ้นเงินเดือนในปีนี้และปีหน้าว่าไม่ต้องการขึ้นเงินเดือนอีกครั้ง โดยย้ำว่าเป็นการตัดสินใจด้วยตัวเองและจะไม่แสดงความเห็นถึงเหตุผลที่ไม่ขอปรับขึ้นเงินเดือน

 ถ้าหากนายคิงทำนิ่งเฉยไม่คัดค้านเรื่องการขึ้นเงินเดือนให้ตัวเองซึ่งจะเป็นไปโดยอัตโนมัติในทุกปีในอัตรา 2.5% จนกว่าจะครบวาระในเดือนมิถุนายน 2013 ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติแดนผู้ดีก็มีสิทธิได้รับเงินเดือนใหม่ 3.75-4 แสนปอนด์ แต่ไม่มีสิทธิได้รับเงินโบนัสแต่อย่างใด

 เมื่อเดือนที่แล้ว นายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีอาวุโสที่เพิ่งขึ้นมาบริหารประเทศก็ฉลองตำแหน่งด้วยการประกาศลดเงินเดือนตัวเองลง 5% พร้อมกับประกาศกร้าวว่าจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับการจ่ายเงินเดือน "แบบบ้าคลั่ง" ให้แก่ข้าราชการอาวุโสทั้งหลายทั้งปวง

 ทั้งหมดนี้ก็เป็นไปตามนโยบายที่พรรคอนุรักษนิยมแถลงไว้ระหว่างรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง แต่ไม่ครอบคลุมไปถึงข้าราชการระดับล่าง 1 ล้านรายที่ได้รับเงินเดือนน้อยที่สุด

 ไม่รู้ว่าเป็นเวรหรือกรรมกันแน่ที่ขึ้นมาเป็นรัฐบาลในช่วงนี้

บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์