
ทำ...ทำไม?
อยากเป็นโจรก็ลาออกมาเลยดีกว่า ชายวัยฉกรรจ์อายุราว 30 ปี เขาเพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำมาราวครึ่งปีพูดถึงเหล่าบรรดาตำรวจคู่ปรับคนสำคัญของเขา ในขณะที่พ่อของเขาบ่นระบายพฤติกรรมการกระทำผิดซ้ำของลูกชายให้ดิฉันฟังว่า
“มันออกมาไม่นานมันก็ทำต่อ ก็พวกมันทั้งนั้น ถ้ามันยังคบกันอยู่มันก็อดไม่ได้” พ่อเล่าว่าเขาเป็นคนวางแผนกับตำรวจเพื่อจับกุมลูกชายเมื่อเขาไม่สามารถที่จะควบคุมการกระทำผิดของลูกชายได้โดยลำพัง
“เรื่องอื่นผมทนได้นะ ผมก็ผ่านคุกผ่านตะรางมาเหมือนกัน ผมก็นักเลงระดับแถวหน้านั่นแหละ แต่เรื่องยานี่ผมไม่เอาเลยนะ มันก็รู้นะว่าผมไม่เอาเรื่องนี้ ผมไม่อยากให้มันยุ่ง”
นักเลงรุ่นพ่อใช้ชีวิตส่วนใหญ่วนเวียนอยู่ในเรื่องบ่อนเรื่องการพนัน ทั้งบ่อนในอำเภอ บ่อนต่างอำเภอ และการเล่นการพนันข้ามจังหวัด พ่อบอกว่าความไม่ไว้วางใจพฤติกรรมของลูกชายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดนั้นทำให้เขาต้องพาลูกชายวัย 30 ไปยังที่ต่างๆ ในทุกๆ ที่ที่เขาไป
“ผมไม่ไว้ใจมัน ไปไหนผมก็เอามันไปด้วย” ถึงแม้ว่าผู้เป็นพ่อจะพยายาม “เฝ้าและควบคุม” แต่ลูกชายก็ยังหาวิธี หาช่องทาง หาโอกาสที่จะกระทำในสิ่งที่ได้เงินมาง่ายๆ โดยไม่ได้คำนึงถึงความถูกต้องชอบธรรม
“ผมไม่ได้ทำอะไร ผมลดไปตั้งเยอะแล้วนะ ผมแค่สั่งให้เขา” ชายหนุ่มแก้ตัวและพยายามที่จะแสดงเหตุผลให้เชื่อว่าเขามีพฤติกรรมที่ดีขึ้น
“ผมรู้ว่าผมเป็นคนเลว ผมก็พยายามนะ พยายามจะเลวให้น้อยลง” หลายครั้งที่เขาพูดกับดิฉันด้วยน้ำเสียงแสดงความภาคภูมิใจว่าตนเองเป็นคนดี
“ตอนนี้น่ะเรื่องยาเสพติดผมไม่ยุ่งเลยนะ ผมเข้าบ่อนอย่างเดียว” ดูเหมือนว่าการเข้าบ่อนเล่นการพนันจะถูกให้คุณค่านิยามความหมายว่า เป็นการกระทำที่ไม่เลวร้ายมากเท่ากับการเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
เขาใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ตามบ่อนการพนัน เรื่องเล่าในช่วงแรกเต็มไปด้วยเรื่องราวของผู้ที่เกี่ยวข้องกับวงการการพนัน ตั้งแต่เด็กวัยรุ่นจนถึงตำรวจ
ชายหนุ่มเล่าว่า “เดี๋ยวนี้มันไม่ได้รับส่วยอย่างเดียวนะ มันเอี่ยวด้วย” สรรพนามที่ใช้คำว่า “มัน” นั้นเขาหมายถึง เหล่าบรรดาตำรวจ
“ผมยอมรับว่าผมมันเลว แต่มันบอกว่า มันเป็นตำรวจแล้วมันมาทำอย่างผมทำไม” ชายหนุ่มตั้งคำถามแต่ไม่ได้ต้องการคำตอบจากดิฉัน
เขายังเล่าต่อว่า ในช่วงที่มีเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกเรียกไปทำหน้าที่รักษาความสงบรวมถึงตำรวจระดับบังคับบัญชาก็มุ่งให้ความสนใจแต่เรื่องการป้องกันปราบปรามการชุมนุมประท้วง มีการระดมส่งกำลังตำรวจจากจังหวัดต่างๆ เข้าไปปฏิบัติการที่เมืองหลวง ทำให้ช่วงนี้เป็นช่วงที่เหล่าบรรดาผู้กระทำผิดมีช่องทางมีโอกาสที่จะกระทำผิดมากขึ้น
“รู้มั้ยว่าช่วงเนี่ย สบายเลย ทุกคนสนใจแต่ประท้วง มันขนยาเสพติดกันสบายเลย” ยาเสพติดแพร่ระบาดมากขึ้นในชุมชน มีการขนย้ายและจำหน่ายข้ามประเทศ
แม้กระทั่งบุคคลเพิ่งพ้นโทษและมีวิถีการดำเนินชีวิตอยู่ในโลกของอาชญากรรมและการกระทำผิดซ้ำซาก ก็ยังให้ความสำคัญต่อ “ภาวะผู้นำ” ในประเด็นของผลกระทบต่อประสิทธิภาพการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม
“ไอ้หัวหน้ามันก็ถูกส่งไปกรุงเทพฯ ลูกน้องมันไม่มีนาย มันก็__กันหมด”
“พวกผมไม่ได้เรียน โคตรเหง้าเทือกเถาเหล่ากอของพวกผมก็เป็นอย่างนี้ ผมก็ยอมรับว่าผมเลว ตอนนี้ผมยังพยายามที่จะทำให้รู้สึกว่าผมเลวน้อยลงเลย แล้วยังเรียนมา มีงานทำแล้วมาเลวอย่างพวกผมทำไม”
ไม่ว่าผู้พูดจะมีเจตนาดีที่ต้องการเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี หรือมีเหตุผลเบื้องหลังมากกว่านั้น อย่างเช่นมีความไม่พึงพอใจที่มีคู่แข่งทางธุรกิจเถื่อน โดยคู่แข่งดูเหมือนว่าจะมีอำนาจมากกว่าก็ตาม แต่อย่างน้อยก็นับได้ว่า เป็นการตั้งคำถามที่ดีต่อผู้ที่ยังคงสถานะและบทบาทเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ชายหนุ่มทิ้งท้ายคำพูดไว้อย่างน่าประทับใจว่า
“กว่ามันจะเรียนมาป่านนี้ กว่าจะได้เครื่องแบบตำรวจมาสวม ต้องปฏิญาณตัวแล้วมาทำอย่างนี้ทำไม?”
ปนัดดา ชำนาญสุข



