ข่าว

 2 ว, 1 ป, 1 อ ใน สตช.

2 ว, 1 ป, 1 อ ใน สตช.

09 มิ.ย. 2553

เรียบร้อยโรงเรียนอภิสิทธิ์-สุเทพไปแล้ว สำหรับการปราบม็อบเสื้อแดง นปช.โดยอาศัยกองทัพบกดำเนินการอย่างได้ผลตรงตามเจตนารมณ์ของพรรคแกนนำรัฐบาล

 ขอให้เข้าใจทั่วกันว่ามี 2 พรรค คือ พรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ คือต้นเหตุของการล้มหายตายจากและบาดเจ็บร่วมสองพันคน เป็นการตัดไม้ข่มนามให้พวกที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ได้สำนึกไว้ว่า การมาร่วมชุมนุมทางการเมืองต้องคำนวณค่าตอบแทนให้คุ้มกับความเสี่ยงของชีวิตด้วย เพราะความเมตตาจากผู้กุมอำนาจรัฐ...ไม่มี

 หลังจากปราบม็อบเสื้อแดงเสร็จสิ้นก็จะเป็นเรื่องของการตามเก็บฝ่ายตรงข้ามที่เป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาล และบังเอิญกระทำผิดเข้าองค์ประกอบของกฎหมายที่มีอยู่ โดยมีอธิบดีดีเอสไอเป็นหัวหอก...ก็นับว่าได้ผล

 ได้ผลทางด้านจิตวิทยาและการประชาสัมพันธ์ให้แก่รัฐบาล

 อ้าว! แล้วตำรวจล่ะ จงสำนึกไว้ด้วยว่ารัฐบาลไม่ให้ราคาแล้ว

 รัฐบาลไม่จำต้องพึ่งตำรวจอีกต่อไป

 ใช้กำลังก็พึ่งทหารบก ใช้อำนาจสอบสวนจับกุมดำเนินคดีก็พึ่งดีเอสไอ ปัญหาเรื่องบัญชีแนบท้ายพระราชบัญญัติ ที่ระบุอำนาจหน้าที่ของดีเอสไอ รัฐบาลก็อนุมัติเป็นคดีพิเศษเสีย ก็สอบสวนดำเนินคดีได้ทุกเรื่องนั่นแหละ ไม่ต้องฟังข้อครหาเรื่อง Abuse of Powers เพราะไม่สนใจข้อวิพากษ์วิจารณ์จากต่างชาติอยู่แล้ว

 หัวขบวนของตำรวจจึงปล่อยให้รักษาการไปจนเกษียณอายุ

 1 ตุลาคม 2553 จะได้ใครเป็น ผบ.ตร.นี่ก็พูดกันในหมู่ตำรวจว่า 2 ว, 1 ป, 1 อ กำลังโชว์พลังภายใน เสนอหน้าตาและวจีอันไพเราะให้ผู้มีอำนาจในรัฐบาลได้พิจารณากันอย่างคึกคัก

 2 ว คือ พล.ต.อ.วิเชียร พล.ต.อ.วัชรพล 1 ป คือ พล.ต.อ.ปานศิริ 1 อ คือ พล.ต.อ.อดุลย์

 พูดถึงอาวุโสก็ต้อง พล.ต.อ.วิเชียร เพราะรับยศ พล.ต.อ. ตั้งแต่คนอื่นยังมียศ พล.ต.ต.และ พล.ต.ท.กันอยู่เลย

 แต่ถ้าพลังภายในมีอยู่ท่านหนึ่งที่มีอิทธิพล ทั้งทางการเมืองและใกล้ชิดผู้รับใช้สถาบันของชาติ

 เขาว่ากันว่าต่อให้เก่ง ดี มีพลัง หากคำนวณตัวเลขไม่เป็น หรือเสนอแผนการแจกจ่ายงบประมาณรายไตรมาสไม่ถูกใจ ก็มีสิทธิ์กินแห้ว

คมพิทักษ์ราษฎร์