
เพื่อไทยหวิดสิ้นชื่อ"สนามท้องถิ่นกทม."
สนามการเลือกตั้งท้องถิ่นที่สำคัญอย่าง "กทม." และมักถูกนำมาใช้เป็นสนามชี้วัดฐานเสียงของพรรคการเมืองยอดนิยมในสนามเลือกตั้ง ส.ส.มาแล้วทุกยุคทุกสมัย
และไม่น่าเชื่อว่าสนามเลือกตั้งที่แต่เดิมพรรคไทยรักไทยในอดีตแทบจะช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดในสนามนี้มาได้เกือบทั้งหมด กลับเกือบจะถึงคราวสูญพันธุ์กันแล้วในวันนี้ หลังจากผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาเขต (ส.ข.) 14 เขตล่าสุด เมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา ต้องประสบความพ่ายแพ้ให้แก่พรรคการเมืองเก่าแก่อย่างหมดรูป
พรรคประชาธิปัตย์สามารถกวาดชัยชนะแบบยกทีมใน 10 เขต ได้แก่ เขตลาดพร้าว หลักสี่ สายไหม สะพานสูง วังทองหลาง คลองสามวา บางเขน บางกะปิ บึงกุ่ม และจตุจักร ขณะที่พรรคเพื่อไทย ชนะยกทีมได้เพียง 3 เขต ได้แก่ เขตคันนายาว ดอนเมือง และลาดกระบัง ส่วนเขตมีนบุรี พรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย ได้ผสมกันนั้น ซึ่งถือว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้ที่นั่งมากกว่าเดิมแบบถล่มทลายจากเดิมที่ได้แบบยกทีมเพียง 2 เขตเท่านั้น
หากจำกันได้วิวัฒนาการการเลือกตั้งสนาม กทม.ของพรรคไทยรักไทย ต่อเนื่องมาถึงพรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทยในวันนี้นั้น มีวิวัฒนาการที่ลดต่ำลงเรื่อย ตามความนิยมของพรรคในแต่ละช่วงเวลา
ทั้งนี้หากจะสังเกตได้ว่าในยุคที่พรรคไทยรักไทยเข้ามาเป็นรัฐบาล และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ครองความนิยมอย่างสูง พรรคไทยรักไทยเรียกได้ว่าเป็น "เจ้าสนาม" มาโดยตลอด กระทั่งมาถึงช่วงกลายรัฐบาลทักษิณ ต่อเนื่องหลังเหตุการณ์ 19 กันยายน ความนิยมก็ลดลงเป็นลำดับ
และผลจากความใกล้ชิดระหว่างพรรคเพื่อไทยกับผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างแยกไม่ออก กระทั่งเกิดเหตุจลาจลกลางกรุงเมื่อ 2 ดือนที่ผ่านมา ก็เป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้คน กทม.เปลี่ยนใจเทคะแนนเสียงให้แก่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เว้นกระทั่งเขตที่ในความรับผิดชอบของ "สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์" มาอย่างยาวนาน
หากย้อนกลับไปดูสถิติการเลือกตั้ง ส.ข. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ในช่วงเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา โดยมีการเลือกตั้งในช่วงปี 2545 และปี 2549 ตั้งแต่ยุคของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เรืองอำนาจ จะพบว่าผลการเลือกตั้งในช่วงนั้นพรรคไทยรักไทยสมัยนั้นแม้จะเป็นพรรคใหม่ แต่ก็สามารถครองใจคนกรุง โดยวัดจากผลการเลือกตั้ง ส.ข.และ ส.ก.ที่ค่อนข้างจะสูสีกันมาก
กระทั่งล่าสุดที่มาถึงเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 19 พฤษภาคม 2553 ที่เกิดเหตุการณ์เผาป่วนเมือง ทำให้พรรคเพื่อไทยแทบจะเรียกว่าสูญพันธุ์จากสนามการเมืองท้องถิ่น โดยเฉพาะพื้นที่เขตฝั่งตะวันออก และฝั่งเหนือ เช่น ลาดพร้าว บึงกุ่ม สะพานสูง คลองสามวา สายไหม หลักสี่ จตุจักร บางเขน ซึ่งเป็นฐานเสียงเดิมของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นหลัก
ในส่วนของการเลือกตั้งปี 2549 เป็นพรรคประชาธิปัตย์ที่ชนะแบบยกทีม จำนวน 24 เขต พรรคไทยรักไทย ชนะยกทีม 16 เขต อิสระ 1 เขต และผสม ระหว่างประชาธิปัตย์และไทยรักไทย 8 เขต ส่วนการเลือกตั้ง ส.ก.เมื่อปี 2545 ปรากฏว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้ที่นั่ง 28 คน พรรคไทยรักไทย 25 คน กลุ่มมดงาน 2 คน พรรคประชากรไทย 2 คน พรรคชาติพัฒนา 1 คน พรรคชาติไทย 2 คน และกลุ่มอิสระ 1 คน และการเลือกตั้ง ส.ก.ในปี 2549 จนถึงปัจจุบันนี้ เป็น ส.ก.จากพรรคประชาธิปัตย์ 40 คน และพรรคเพื่อไทย 17 คนเท่านั้น
ขณะที่การเลือกตั้ง ส.ข.ที่เหลืออีก 36 เขต และการเลือกตั้ง ส.ก. 50 เขต จะมีขึ้นพร้อมกันในอีกเดือนกว่า คือในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ ก็เป็นที่น่าจับตามองว่า พรรคเพื่อไทยจะยังสามารถปักธงในพื้นที่ กทม.ได้หรือไม่ เพราะขณะนี้ในส่วนของ ส.ก. เจ้าของที่นั่งเดิมของพรรคเพื่อไทยได้ย้ายมาสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เกือบจะทั้งสภา กทม.แล้ว
จีรวรรณ ประสมทรัพย์ ...รายงาน



