
ฮิวแมนไรท์วอทช์สอบสลายม็อบยินดีร่วมมือคณิต
ฮิวแมนไรท์วอทช์ สอบปากเสื้อแดงเหตุการณ์สลายการชุมนุม สุณัย ยัน เป็นกลาง แค่หาข้อมูลจากทุกฝ่าย ไม่หวั่นถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง เผยสำนักงานใหญ่ร่วมส่งชุดสอบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง
(8มิ.ย.) นายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาฮิวแมน ไรท์ วอทช์ ประจำประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพูดคุยสอบถามญาติผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) กว่า 50 คน โดยประสานผ่านพรรคเพื่อไทย ว่า การเข้ามาพูดคุยกับญาติและผู้อยู่ในเหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงวันนี้เราเน้นผู้อยู่ในเหตุการณ์ที่บริเวณวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร ถนนพระราม 1 และที่แยกเฉลิมเผ่า เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเหตการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งสาเหตุที่เราเน้นพื้นที่บริเวณวัดปทุมฯนั้น เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีคนตายเกิดขึ้นทั้งที่เป็นพื้นที่ที่ประกาศว่าเป็นเขตปลอดภัย เป็นเขตอภัยทาน จึงไม่ควรมีเหตุการณ์รุนแรงหรือมีคนตาย ที่สำคัญเกิดขึ้นหลังจาก นปช.ได้ประกาศยุติชุมนุมแล้ว จึงมีความน่าสนใจมากว่า มีคนตายเกิดขึ้นได้อย่างไร ตายที่ไหน ข้างในหรือนอกวัด เวลาใด ทั้งหมดจะต้องมีข้อเท็จจริงออกมา ทั้งนี้เราให้ความสำคัญกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างมาก ทางสำนักงานใหญ่ของฮิวแมน ไรท์ วอทช์ จึงได้ส่งทีมสวบสวน ซึ่งเป็นชาวต่างชาติลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย
นายสุณัย กล่าวว่า เราคงต้องใช้เวลาในการรวบรวมข้อเท็จจริงสักระยะ โดยจะต้องมีการสอบถามข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ กลุ่มคนเสื้อหลากสีเพราะเขาได้รับผลกระทบเช่นกัน หรือคนที่ไม่เกี่ยวกับการชุมนุมแต่ได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์เราก็ต้องคุย ซึ่งเรายินดีที่จะแบ่งปันข้อเท็จจริงให้กับทุกองค์กรไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชน องค์กรอิสระ เอ็นจีโอ เพื่อที่จะได้ตรวจสอบความจริงร่วมกัน นอกจากนี้ ในส่วนของคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง ตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.- 19 พ.ค. ที่ล่าสุดรัฐบาลได้แต่งตั้ง นายคณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด เป็นประธานคณะกรรมการฯ เราก็ยินดีที่ให้ข้อมูลเช่นกัน เพื่อจะได้เป็นการตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้านที่สุด ซึ่งตนก็รอดูอยู่ว่าคณะกรรมการฯจะมีใครร่วมบ้าง
อย่างไรก็ตาม ตนยินดีที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศว่าจะไม่นิรโทษกรรมให้กับเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำความผิด ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องที่ดี เราก็รอดูอยู่ว่ารัฐบาลจะทำได้จริงหรือไม่
เมื่อถามว่าเกรงหรือไม่ว่าผลสอบข้อเท็จจริงของฮิวแมน ไรท์ วอทช์จะถูกนำไปใช้ในทางการเมือง นายสุณัย กล่าวว่า เราก็กังวลเช่นกัน ดังนั้นการทำงานจึงต้องทำให้รอบด้านที่สุด พูดคุยหาข้อมูลจากทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายนปช. รัฐบาล และผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทั้งหมด เพื่อเป็นเกราะป้องกันว่าเราทำงานตรงไปตรงมามีอิสระและเป็นกลาง
หอการค้าอังกฤษเล็งจัดงานเรียกความเชื่อมั่นให้ไทยที่ลอนดอน
วันนี้ เวลา 08.00 น. ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นาย Mark Devadason ประธานหอการค้าอังกฤษแระจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ภายกล่าวต้อนรับ มีการสนทนา สรุปดังนี้
นาย Mark Devadason ประธานหอการค้าฯ ได้แจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบว่า หอการค้าจะจัดกิจกรรมการส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทย (Thailand Briefing at Asia House) ในวันที่ 15 มิถุนายน 2553 ณ Asia House กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เพื่อกระตุ้นการลงทุนในประเทศไทย โดยการสื่อสารให้ภาคธุรกิจในสหราชอาณาจักรได้เข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ใน ประเทศไทย
ในโอกาสนี้ จึงขอให้นายกรัฐมนตรีได้ส่งสารไปถึงนักลงทุนในสหราชอาณาจักร ในงานดังกล่าว นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวข้อความสำคัญ เพื่อส่งถึงนักลงทุน ว่า เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างเข้มแข็ง แม้จะเกิดสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา และส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว แต่ดัชนีชี้วัดทางการลงทุนสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งรวมถึงความมั่นใจของผู้ริโภคด้วย ยุทธศาสตร์คือการรักษาความมั่นคงและความเรียบร้อย โดยนายกรัฐมนตรีย้ำว่า การยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินอาจต้องใช้เวลา
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีและประธานหอกรค้าฯมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับกาส่ง เสริมการลงทุนในปะเทศไทย รวมถึงสิทธิพิเศษต่างๆที่เกี่ยวกับการตั้งสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาค (Regional Operation Headquarters: ROH) ในประเทศไทย โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวด้วยว่า บริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐฯและญี่ปุ่นหลายรายได้แสดงความประสงค์ที่จะคงขยายการ ลงทุนในประเทศไทย ทั้งนี้ รัฐบาลมีความพยายามแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน รวมถึงสนับสนุนการลงทุนจากต่างประเทศด้วย เช่น โครงการ ROH มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว และการลดภาษี รวมถึงการเปิดเสรีการลงทุนจากต่างประเทศ ตามการค้าเสรีอาเซียน นอกจากนี้ ได้มีการหยิบยกเรื่องกรณีมาบตาพุดขึ้นหารือ โดยนายกรัฐมนตรีได้ย้ำว่า ขณะนี้ได้มีการเตรียมองค์ประกอบต่างๆ เช่น HIA EIA รวมถึงการทำประชาพิจารณ์ เพื่อให้บริษัทที่ลงทุนได้ดำเนินการ แต่ยังมีกฏระเบียบบางข้อที่ยังมีอยู่ และต้องใช้เวลาไปพร้อมๆกับการก่อสร้างโครงการใหม่ ส่วนในเรื่องของการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญานั้น กฎหมายไทยรองรับอยู่แล้ว แต่ปัญหาอยู่ที่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ซึ่งรัฐบาลจะดำเนินตามกฎหมายต่อไป



