ข่าว

ตำรวจสืบ-เมียพยาบาล ยิงสนั่นคารถเก๋งหน้าบ้านพัก เจ็บสาหัสกระสุนเข้าศีรษะทั้งคู่

ตำรวจสืบ-เมียพยาบาล ยิงสนั่นคารถเก๋งหน้าบ้านพัก เจ็บสาหัสกระสุนเข้าศีรษะทั้งคู่

11 ส.ค. 2569

เกิดเหตุสลดรับ สามีตำรวจชุดสืบสวนและภรรยาพยาบาลวิชาชีพ ถูกยิงเข้าที่บริเวณศีรษะบาดเจ็บสาหัสคาเก๋งหน้าบ้านพัก หลังมีปากเสียงกันรุนแรง ขณะที่แพทย์รีเฟอร์ด่วนส่งโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

11 ส.ค. 2569 เกิดเหตุอุกอาจในพื้นที่ข้างที่บ้านพักใกล้ทำการอำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา เกิดเหตุยิงกันภายในรถยนต์ส่วนตัวในบริเวณหน้าบ้านพักปูน 2 ชั้น ส่งผลให้สองสามีภรรยา ซึ่งฝ่ายชายเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ศรีมโหสถ และฝ่ายหญิงเป็นพยาบาลวิชาชีพ ได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งคู่ ถูกยิงเข้าที่บริเวณศีรษะ นำส่งรักษาอาการเบื้องต้นที่โรงพยาบาลศรีมโหสถ ก่อนรีเฟอร์ด่วนต่อไปยังโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

 

 

 

ร.ต.อ. วรากร สายแววรองสารวัตรเวรฯ (สอบสวน) สภ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่า มีเสียงปืนดังขึ้น 2 นัดซ้อน และมีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย ภายในรถยนต์บริเวณบ้านพักปูน 2 ชั้น ข้างที่ว่าการอำเภอศรีมโหสถ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น พร้อมประสานพ.ต.อ.สมเกียรติ เพ็ญศิริผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรศรีมโหสถ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สายตรวจ และชุดสืบสวน รุดเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างเร่งด่วน

ตำรวจสืบ-เมียพยาบาล ยิงสนั่นคารถเก๋งหน้าบ้านพัก เจ็บสาหัสกระสุนเข้าศีรษะทั้งคู่

 

ในที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย ชาย-หญิง นอนจมกองเลือดจอดอยู่ในบ้านพักปูนชั้น   อยู่ภายในรถยนต์เก๋ง Honda City สีขาว ในบริเวณบ้านพัก  หมู่ 4 ต.ตำบลโคกปีบ  อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี  ทราบชื่อต่อมา ฝ่ายหญิงคือ น.ส. จิรภา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี พยาบาลวิชาชีพ ต.เกาะหวาย อ.ปากพลี จ.นครนายก และฝ่ายชายคือจ.ส.ต. ธนกฤต (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ผบ.หมู่ สืบสวน สภ.ศรีมโหสถ

จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ทั้งคู่เป็นสามีภรรยากันที่เพิ่งแต่งงานกันได้ประมาณ 1 ปีเศษ 

 

 

หลังจากฝ่ายชายเพิ่งสึกจากการบวช เพิ่งมีลูกยังเล็ก ทั้งสองรายมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่บริเวณศีรษะ อาการสาหัสวิกฤต ภายในห้องโดยสารพบปลอกกระสุนปืนพกสั้นตกอยู่จำนวน 2 ปลอก เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้เร่งนำตัวส่งห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน โรงพยาบาลศรีมโหสถ และแพทย์ได้ทำการส่งตัว (Refer) ไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรอย่างเร่งด่วน โดยในชั้นต้นนี้เจ้าหน้าที่ฯได้กั้นเชือกป้องกันแนวไม่ให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเข้าในพื้นที่เด็ดขาดเกรงกระทบหลักฐาน

 

ตำรวจสืบ-เมียพยาบาล ยิงสนั่นคารถเก๋งหน้าบ้านพัก เจ็บสาหัสกระสุนเข้าศีรษะทั้งคู่

 

จากการสอบสวนพฤติการณ์เบื้องต้นทราบว่า เหตุเกิดขณะที่ทั้งคู่อยู่ภายในรถยนต์เก๋ง Honda City สีขาว บริเวณหน้าบ้านพัก โดยมีฝ่ายหญิงเป็นผู้ขับขี่ ระหว่างนั้นได้เกิดปากเสียงขัดแย้งอย่างรุนแรงภายในรถ ก่อนจะมีเสียงปืนดังขึ้นรวม 2 นัดซ้อน

 

 

ในช่วงเวลาดังกล่าว พ่อของผู้บาดเจ็บซึ่งอยู่ในบ้านพักได้ยินเสียงปืน จึงรีบวิ่งลงมาจากบ้านเพื่อเข้าช่วยเหลือ ซึ่งในขณะที่เข้าช่วยนั้น เท้าของผู้ขับขี่อาจจะหลุดหรือปล่อยจากแป้นเบรก ในขณะที่เกียร์รถยนต์ยังค้างอยู่ในตำแหน่งเกียร์ขับเคลื่อน (เกียร์ D) ส่งผลให้รถยนต์ไหลเข้าไปภายในบริเวณตัวบ้านพักดังกล่าว

 

 

ล่าสุดกลางดึก   เมื่อเวลา 23.55 น.พ.ต.อ.สมเกียรติ เพ็ญศิริ ผกก.สภ.ศรีมโหสถ เปิดเผยรายละเอียดความคืบหน้าทางคดีว่า สาเหตุคร่าวๆ น่าจะเป็นการขัดแย้งกันภายในครอบครัว    อาจด้วยความที่เป็นคนอารมณ์ร้อน ประมาณนี้ครับ ไม่เกี่ยวข้องกับปมขัดแย้งทางอิทธิพลหรือธุรกิจแต่อย่างใด

 

ในที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 2 คน เป็นสามีภรรยาที่อยู่ในรถด้วยกันทั้งคู่ ส่วนใครยิงใครอะไรยังไง เดี๋ยวอยู่ระหว่างการสอบสวน เพราะตอนนี้เขายังไม่เสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บสาหัส อยู่บริเวณศีรษะทั้งสองคน

 

 

พ.ต.อ.สมเกียรติ กล่าวว่า เบื้องต้นส่งโรงพยาบาลศรีมโหสถ แล้วทางโรงพยาบาลศรีมโหสถได้รีเฟอร์ (Refer) ต่อไปที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรครับ หลังจากนี้คงต้องตรวจเก็บร่องรอยหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ต่างๆ ทั้งจากตัวผู้บาดเจ็บทั้งสอง และจากในรถที่เกิดเหตุ ซึ่งเราพบปลอกกระสุนปืน 2 ปลอก พร้อมกล่าวเพิ่มเติม   แนวทางการสืบสวนและการดำเนินคดี งานนิติวิทยาศาสตร์ สั่งการให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ตรวจหาคราบเขม่าปืน ลายนิ้วมือแฝงภายในตัวรถยนต์ และชันสูตรบาดแผลจากปลอกกระสุน 2 ปลอกที่ตกในที่เกิดเหตุ

 

 

การรวบรวมพยานหลักฐาน   ให้ชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบพื้นที่ข้างที่ทำการอำเภอศรีมโหสถ เพื่อรวบรวมพยานแวดล้อมและลำดับเวลาเกิดเหตุอย่างถูกต้อง

 

 

ด้านการสอบปากคำ ประสานงานกับทีมแพทย์เพื่อติดตามอาการของผู้บาดเจ็บอย่างใกล้ชิด เมื่อผู้บาดเจ็บทั้งสองคนพ้นขีดอันตรายแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าสอบปากคำอย่างละเอียดเพื่อสรุปสำนวนคดีและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป