
เปิด 10 โรคฮิต ข้าราชการ งบค่ายาพุ่ง! กรมบัญชีกลางจับตา "นวดไทย"
น่าจับตา! กรมบัญชีกลาง เปิดข้อมูลการเบิกค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการไทย พบ 10 โรคที่ใช้งบค่ายาสูงสุด โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวาน ความดันติดอันดับต้น ๆ ช็อกพบการเบิกค่ารักษาด้วย "การนวดไทย" เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
การดูแลสุขภาพของข้าราชการไทยกำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญที่หลายฝ่ายจับตา หลัง กรมบัญชีกลาง เปิดเผยข้อมูลการเบิกจ่ายงบประมาณสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องในทุกปี ส่งผลให้รัฐบาลต้องเร่งวางแนวทางบริหารงบประมาณด้านสาธารณสุขอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้กระทบต่อการจัดสรรงบประมาณสำหรับการพัฒนาประเทศในด้านอื่น
นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า หนึ่งในแนวโน้มที่น่าสนใจคือ การเบิกค่ารักษาด้วยการนวดไทย ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสะท้อนพฤติกรรมการทำงานของข้าราชการในยุคปัจจุบัน ที่ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน จนเกิดปัญหา โรคออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) มากขึ้น
กรมบัญชีกลางจึงอยู่ระหว่างการพิจารณาออกหลักเกณฑ์และมาตรการกำกับดูแลการเบิกจ่ายค่ารักษาด้วยการนวดไทย เพื่อให้การใช้สิทธิสวัสดิการเป็นไปอย่างเหมาะสม โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุด
นอกจากแนวโน้มการรักษาออฟฟิศซินโดรมแล้ว ข้อมูลยังสะท้อนว่า กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ยังคงเป็นภาระสำคัญของระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการไทย เนื่องจากเป็นกลุ่มโรคที่มีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง และมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เปิด 10 อันดับโรคที่มีมูลค่าการเบิกค่ายาสูงสุดของข้าราชการไทย ปีงบประมาณ 2568 จากข้อมูลระบบเบิกจ่ายตรงของกรมบัญชีกลาง พบว่าโรคที่ใช้งบประมาณด้านค่ายาสูงที่สุด ได้แก่
อันดับ 1 โรคเส้นเลือดในสมองแตก/อุดตัน
- มูลค่าเบิกจ่าย 7,791.16 ล้านบาท
- ผู้ป่วยกว่า 2.03 ล้านราย
อันดับ 2 โรคเบาหวาน
- มูลค่า 6,202.11 ล้านบาท
- ผู้ป่วยกว่า 610,000 ราย
อันดับ 3 โรคไขมันในเลือดสูง
- มูลค่า 3,487.50 ล้านบาท
- ผู้ป่วยกว่า 1.59 ล้านราย
อันดับ 4 โรคความดันโลหิตสูง
- มูลค่า 3,308.80 ล้านบาท
- ผู้ป่วยกว่า 1.44 ล้านราย
อันดับ 5 โรคหัวใจล้มเหลว
- มูลค่า 2,313.13 ล้านบาท
- ผู้ป่วยกว่า 1.13 ล้านราย
อันดับ 6 โรคมะเร็ง
- มูลค่า 2,040.80 ล้านบาท
- ผู้ป่วยประมาณ 85,000 ราย
อันดับ 7 โรคไตวายเรื้อรัง
- มูลค่า 958.30 ล้านบาท
- ผู้ป่วยกว่า 720,000 ราย
อันดับ 8 โรคถุงลมโป่งพอง
- มูลค่า 842.97 ล้านบาท
- ผู้ป่วยกว่า 890,000 ราย
อันดับ 9 โรคผิวหนังพุพองเรื้อรัง
- มูลค่า 707.65 ล้านบาท
- ผู้ป่วยกว่า 780,000 ราย
อันดับ 10 โรคเรื้อนกวาง
- มูลค่า 628.94 ล้านบาท
- ผู้ป่วยกว่า 920,000 ราย
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า โรคส่วนใหญ่ที่ใช้งบประมาณสูงเป็น โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ทั้งการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และการพักผ่อน
อธิบดีกรมบัญชีกลางยังระบุว่า ค่าใช้จ่ายด้านรักษาพยาบาลเป็นงบประมาณที่คาดการณ์ได้ยาก โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในช่วงท้ายของชีวิตที่มักสูงกว่าช่วงอื่นอย่างมาก ดังนั้น แนวทางแก้ไขที่ยั่งยืนไม่ใช่เพียงการควบคุมงบประมาณหรือการรักษาเมื่อเจ็บป่วย แต่ต้องเริ่มจากการ ป้องกันโรคตั้งแต่ต้นทาง
รัฐบาลจึงมีแนวคิดผลักดันการสร้างสุขภาพที่ดีตั้งแต่วัยเด็ก ผ่านการส่งเสริมพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่เหมาะสม การออกกำลังกาย และการลดการบริโภคน้ำตาล เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรค NCDs อื่น ๆ ในระยะยาว
การสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนและข้าราชการหันมาดูแลสุขภาพตั้งแต่วันนี้ จึงไม่เพียงช่วยลดโอกาสเกิดโรคร้าย แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการลดภาระงบประมาณด้านสาธารณสุขของประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต
- ขอบคุณที่มา : bangkokbiznews
สรุปข่าวคมชัดลึก
กรมบัญชีกลางเปิดข้อมูลการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการไทย พบ 10 โรคที่ใช้งบค่ายาสูงสุด โดยกลุ่มโรค NCDs เช่น โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ ยังคงเป็นภาระหลักของงบประมาณ ขณะเดียวกันพบการเบิกค่ารักษาด้วย การนวดไทย เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปัญหา ออฟฟิศซินโดรม ทำให้กรมบัญชีกลางเตรียมออกหลักเกณฑ์ควบคุมการเบิกจ่าย พร้อมย้ำว่าการป้องกันโรคและการสร้างสุขภาพที่ดีตั้งแต่วัยเด็ก คือแนวทางสำคัญในการลดภาระงบประมาณด้านสาธารณสุขของประเทศในระยะยาว
#ข้าราชการ #กรมบัญชีกลาง #โรคNCDs #สุขภาพ #ออฟฟิศซินโดรม #คมชัดลึก



