ข่าว

อภิสิทธิ์แจงมติครม.ระงับขยายถนนขึ้นเขาใหญ่

อภิสิทธิ์แจงมติครม.ระงับขยายถนนขึ้นเขาใหญ่

08 มิ.ย. 2553

ที่ประชุมครม.มีมติระงับโครงการขยายถนนขึ้นเขาใหญ่ "เสธ.หนั่น” แนะ“สุวิทย์-โสภณ”เคลียร์กันเอง ป้องกันเกาเหลารบ. เชื่อ“มาร์ค” หยุดความขัดแย้งได้

(8มิ.ย.) เวลา 12.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมครม.มีมติให้ระงับโครงการขยายถนนขึ้นเขาใหญ่ ช่วงกม.ที่ 2 ถึงกม.10 ไว้ก่อนและให้ฟื้นฟูพื้นที่ข้างทาง อย่างไรก็ตามยังไม่ถือว่าโครงการดังกล่าว สั่งยกเลิกเนื่องจากทำตามระเบียบและแบบแผนทุกประการ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนากยรัฐมนตรี กล่าวหลังการประชุมครม.กรณีการขยายถนนธนรัตน์ที่เขาใหญ่ ที่ครม.มติให้ระงับโครงการ โดยนายสาทิตย์ กล่าวว่า ยังคงดำเนินการต่อในส่วนของช่วง 2-10 กิโลเมตร โดยเป็นการดำเนินการก่อสร้างต่อพร้อมกับการฟื้นฟูควบคู่กันไป และในส่วนของ 10 กิโลเมตรขึ้นไปก็จะส่งเรื่องเข้าคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมที่มีนายกฯเป็นประธาน ได้ประกาศเป็นพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมต่อไป ซึ่งหลังจากนี้ให้กรมทางหลวงไปตกลงกับกรมป่าไม้ว่าจะมีการตัดสินใจดำเนินการอย่างไรต่อไป ส่วนต้นไม้ที่มีการตัดออกมาก็จะต้องอยู่ภายในเขาใหญ่ ไม่ให้เอาออกไปใช้ประโยชน์ที่อื่น

พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงปัญหาความขัดแย้งรอบใหม่ระหว่างรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย กับพรรคกิจสังคมในการก่อสร้างขยายถนนธนะรัชต์ ทางขึ้นเขาใหญ่ว่า ไม่น่าจะขัดแย้ง คิดว่าทั้งสองรัฐมนตรีควรจะมานั่งคุยกัน ส่วนที่รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯจะเสนอให้ที่ประชุมครม.พิจารณายกเลิกการตัดถนนเข้าเขาใหญ่นั้น ก็คงจะได้ดูเหตุผลกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่รมว.คมนาคมยืนยันว่าหากไปยกเลิกโครงการดังกล่าวก็จะส่งผลกระทบต่อโครงการขยายถนนทั่วประเทศ มูลค่ากว่า 8 หมื่นล้านบาท รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องดูเหตุผลของเขาก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้จะส่งผลบานปลายกลายเป็นปัญหางัดข้อระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเองอีกหรือไม่ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า “แหม พี่น้องยังทะเลาะกันเลย เดี๋ยวนายกฯก็ห้ามปราบ นายกฯก็หยุดได้”

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะที่เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯมาก่อน มองว่าการทำงานของกรมทางหลวงกับกรมป่าไม้ยังไม่ประสานงานกันเท่าที่ควรหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ความจริงน่าจะพูดจากันเพื่อตกลงกันเสียก่อนที่จะทำ ไม่ทราบว่าเป็นอย่างไร ซึ่งนายกฯก็จะได้สอบสวนดูว่าใครผิดใครถูกอย่างไร

ส่วนการระงับโครงการเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุหรือไม่ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ครับ และเห็นว่าเอ็นจีโอก็ออกมาต่อต้านด้วย พอลงมือตัดถนนไปแล้ว แต่ก็ไปไม่ได้อีก

ทางด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมครม.ว่า เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนโครงการนี้เป็นโครงการขยายถนนซึ่งอยู่นอกเขตอุทยาน จุดสิ้นสุดโครงการอยู่ห่างจากตัวอุทยานประมาณ 13 กิโลเมตร และต้นไม้ที่ได้รับผลกระทบคือต้นไม้ที่อยู่ในเขตทาง อย่างไรก็ตามวันนี้ก็ได้มีการสอบถามทั้งกระทรวงคมนาคมและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 “ข้อเท็จจริงที่ได้ในเบื้องต้นก็คือมีการตัดต้นไม้น่าจะเกินความจำเป็นในการก่อสร้างถนน เฉพาะตัวถนน คือในเขตทางทั้งหมด แล้วก็ยังมีการโต้ตอบกันไปมาระหว่างกรมป่าไม้กับทางจังหวัดในเรื่องที่ว่าจะดำเนินการอย่างไรเมื่อมีต้นไม้ที่สำรวจร่วมกัน”นายกฯ กล่าว

 นายากฯ กล่าวอีกว่า ตัวโครงการและปกติของโครงการในลักษณะนี้มันเป็นไปตามระเบียบของมันในเรื่องของการก่อสร้าง แต่การที่จะไปดำเนินการในขั้นปฏิบัติมีปัญหาซึ่งยังโต้แย้งกันอยู่ว่าได้ทำถูกต้องหรือไม่ ความหมายตรงนี้ก็คือว่าถ้าดูในแง่ว่าโครงการนี้ต้องทำผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ อยู่นอกเขตกันชนอุทยานหรือไม่ มันไม่ได้มีปีญหาตรงนั้นแต่มันมีปัญหาในขั้นตอนที่มีการดำเนินการ ซึ่งครม.เห็นว่าควรจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงขึ้นมา โดยตนจะให้นายกอร์ปศํกดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกฯ ไปทาบทามกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมาทำหน้าที่เป็นประธาน เราก็จะได้ทราบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดขึ้นจากตรงไหนอย่างไรใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ
 
 ส่วนการแก้ไขปัญหาและแนวทางที่จะดำเนินการต่อไปนั้น นายกฯ กล่าวว่า   ครม.ก็มีมติดังนี้คือ 1. กรมทางหลวงและกระทรวงทรัพย์ฯไปร่วมกันในการทำโครงการที่จะฟื้นฟูพื้นที่ในข้างทางทั้งหมด แล้วได้กำหนดรูปแบบที่เหมาะสมในส่วนของถนนกับพื้นที่ที่มีการตัดต้นไม้ไปแล้ว   2. เดิมทีมีโครงการที่จะทำตั้งแต่กิโลเมตรที่ 10 ขึ้นไปอีกถึงกิโลเมตรที่ 16 ก็ยกเลิก แล้วก็ให้ทางคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพิจารณาประกาศเขตพื้นที่รอบอุทยานอีกครั้งเพื่อเข้าสู่ กระบวนการของการเป็นพื้นที่ควบคุมตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นการป้องกันเพราะว่าจริงๆแล้วยังมีพื้นที่นอกอุทยาน นอกเขตกันชนด้วยซ้ำที่อาจจะมีการพัฒนาไปอีก แต่เราเห็นว่าเป็นพื้นที่ที่มีความอ่อนไหว ฉะนั้นจะมีการกำหนดพื้นที่รอบๆและก็จะระงับไม่ให้มีโครงการเพิ่มเติมตรงนั้น

 นายกฯ กล่าวอีกว่า ส่วนปัญหาที่เป็นปัญหาทั่วไปก็อยากจะเรียนว่าการก่อสร้างถนนที่จะเป็นปัญหามากก็จะคือการขยายถนน เนื่องจากว่าถนนที่มีการขยายหลายเส้นขณะนี้ตอนที่ก่อสร้างทางนั้นกรมทางหลวงก็ได้ไปปลูกต้นไม้ไว้ในเขตทาง เพราะฉะนั้นเวลาเนิ่นนานไปเป็นสิบหรือกี่ปีก็แล้วแต่ พอจะขยายถนนก็กลับต้องมาตัดต้นไม้ที่ปลูกเอาไว้ตอนที่สร้างถนนอันนี้จึงเป็นปัญหา ซึ่งปัจจุบันจะมีหลักเกณฑ์ที่โครงการก่อสร้างถนนจะต้องไปทำรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)เฉพาะที่เข้าไปในพื้นที่ลุ่มน้ำ 1A อย่างนี้เป็นต้น  

 แต่ว่าสภาพของถนนหลายเส้นที่จะมีการขยายรอบๆก็จะเป็นต้นไม้ที่ดูอุดมสมบูรณ์และเป็นต้นไม้ใหญ่ ตรงนี้ในส่วนของโครงการที่เหลืออยู่ก็ได้กำชับให้กระทรวงคมนาคมได้สำรวจให้ชัดเจนในเรื่องของต้นไม้ และต้องมีความรัดกุมเป็นพิเศษว่าการดำเนินการต้องเป็นไปตามกฎระเบียบต่างๆ ไม่ให้มีความผิดพลาด พร้อมกันไปนั้นก็ให้กระทรวงทรัพย์ฯกลับไปดูอีกทีว่าจะต้องปรับแก้ระเบียบเกี่ยวกับเรื่องของการก่อสร้างหรือขยายทางซึ่งมีผลกระทบกับเรื่องของการตัดต้นไม้อย่างไร เช่น จะมีการกำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมเพื่อที่จะให้มีการทำรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นหรือไออีอีหรือไม่ ซึ่งกระทรวงทรัพย์ฯก็รับเรื่องนี้กลับไปพิจารณา