
เตือนฟุกุโอกะรับมือ! "รอยเลื่อนค้างแตก" พาดผ่านกลางเมือง คาดกระทบหนัก
จับตารอยเลื่อนเคโงะ! สัญญาณเตือนภัยพิบัติ "รอยเลื่อนค้างแตก" ฟุกุโอกะ เสี่ยงแผ่นดินไหวใหญ่ระดับ 7 คาดกระทบหนัก
หลังเกิดแผ่นดินไหวที่จังหวัดคุมาโมโตะ ที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่น (Japan Meteorological Agency) หรือ JMA ระบุความรุนแรงที่ 7.1 แต่สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐฯ (U.S. Geological Survey) หรือ USGS ปรับตัวเลขให้อยู่ที่ 6.8 นั้น ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าอาจเกี่ยวข้องกับ "รอยเลื่อนที่ยังแตกไม่หมด" จากเหตุแผ่นดินไหวที่จังหวัดคุมาโมโตะเมื่อ 10 ปีก่อน
ศาสตราจารย์มิตสึเทรุ อาซายะ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมป้องกันภัยพิบัติ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์วิจัยลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ แห่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยคิวชู (Kyushu University) ให้ความเห็นว่า "รอยเลื่อนฮินากุ" ที่เคยก่อให้เกิดแผ่นดินไหวคุมาโมโตะเมื่อปี 2016 ยังมีบางส่วนที่อยู่ในภาวะเสี่ยง และครั้งนี้อาจเป็นการแตกตัวของส่วนที่เหลือ
ยังมีคำเตือนเรื่อง "รอยเลื่อนค้างแตก" ( locked fault หรือ locked fault segment) ในจังหวัดฟุกุโอกะ ที่เสี่ยงแผ่นดินไหวใหญ่
เรื่อง "รอยเลื่อนค้างแตก" คืออะไร เป็นส่วนของรอยเลื่อนที่ยังไม่เกิดการแตก เป็นรอยเลื่อนมีพลัง (Active Fault) ที่ยังไม่ปลดปล่อยพลังงานสะสมออกมา มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ และเป็นภัยพิบัติใต้พื้นโลกที่ต้องเฝ้าระวัง เป็นรอยแตกในชั้นหินที่เคยขยับตัวในช่วง 10,000 ปีที่ผ่านมา และยังมีแรงสะสมอยู่ แม้ว่าพื้นที่รอบข้างจะเคยเกิดแผ่นดินไหวไปแล้ว ทำให้มีความเสี่ยงที่พลังงานจะถูกปลดปล่อยออกมาอย่างรุนแรงในอนาคต
ฟุกุโอกะมีแนวรอยเลื่อนเคโงะ (Kego Fault Zone) ที่พาดผ่านใจกลางเมือง เมื่อปี 2005 ได้เกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่ทางตะวันตก ซึ่งเป็นส่วนตะวันตกเฉียงเหนือของแนวรอยเลื่อนเคโงะ แต่ส่วนตะวันออกเฉียงใต้ ยังไม่เกิดการเคลื่อนตัว จึงถูกมองว่าเป็น "ส่วนที่ยังแตกค้าง"
หน่วยงานวิจัยแผ่นดินไหวของรัฐบาลญี่ปุ่น ได้จัดส่วนตะวันออกเฉียงใต้ของแนวรอยเลื่อนเคโงะ และแนวรอยเลื่อนฮินากุ อยู่ในระดับ "S Rank" ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด มีคำเตือนว่า หากเกิดแผ่นดินไหวตามแนวรอยเลื่อนเคโงะ อาจเกิดแรงสั่นสะเทือนสูงสุด ระดับ 6 สูงถึง 7 ในบางพื้นที่
การประเมินแรงสั่นสะเทือนหากเกิดแผ่นดินไหวที่จังหวัดฟุกุโอกะ ตามสมมติฐาน ความรุนแรงน่าจะสูงสุดระดับ 7 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตโดยตรง 1,800 ราย ผู้เสียชีวิตจากผลสืบเนื่องจากภัยพิบัติ 800 ราย และมีผู้ต้องอพยพอีก 319,000 ราย และอาคาร 36,000 หลัง พังถล่มเสียหาย หรือถูกไฟไหม้จนหมดสิ้น
การคาดการณ์เหล่านี้ เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ผู้อยู่อาศัยต้องตระหนักว่าแผ่นดินไหวครั้งใหญ่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และต้องมองว่าอันตรายนี้เป็นภัยคุกคามโดยตรง ไม่ใช่เป็นเพียงความเป็นไปได้ในอนาคต



