
หนุ่มนอนดับปริศนา ญาติพบ “งูทับสมิงคลา” มุมห้อง คาดถูกกัดยามดึก
เตือนภัยหน้าฝน! หนุ่มวัย 21 ปี นอนหลับแล้วดับปริศนา ญาติเคลียร์ห้อง พบ “งูทับสมิงคลา” ซุกมุมห้อง คาดถูกกัดยามดึก
เพจ ฮุก31เสิงสาง เผยข่าว เมื่อวันที่ 29 ก.ค.2569 เวลาประมาณ 08:17 น. รับแจ้งจากรพ.เสิงสาง บุคคลเสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ เป็นชายหนึ่งรายอายุ 21 ปี สภาพศพนอนเสียชีวิตภายในห้องพักหลังร้าน บริเวณในห้องมีข้าวของกระจัดกระจายเต็มห้อง ลักษณะเหมือนไม่ค่อยได้จัดระเบียบห้องนอน ซึ่งเจ้าของร้านแจ้งว่าตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบเห็นผู้เสียชีวิตครั้งสุดท้ายช่วง 23:00น. จนเช้าอีกวันเจ้าของร้านมาเตรียมเปิดร้านจึงพบเห็นเป็นเหตุดังกล่าว
จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจร้อยเวรประจำวัน แพทย์เวรประจำวันโรงพยาบาลเสิงสาง หน่วยกู้ภัยฮุก31เสิงสาง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ไม่พบร่องรอยใดๆ ผิดปกติ เจ้าหน้าตำรวจและแพทย์มีคำสั่งให้เคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตไปโรงพยาบาลเสิงสางเพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิต และเมื่อชันสูตรโดยละเอียดก็ไม่พบร่องรอยใดๆบนร่างผู้เสียชีวิต แต่มีอาการน้ำลายฟูมปากตอนที่ศพมาถึงโรงพยาบาล
การชันสูตรในโรงพยาบาลเสิงสาง ซึ่งกระบวนการชันสูตรนั้นเป็นการชันสูตรเบื้องต้นเพื่อหาร่องรอยบนร่างกายว่ามีความผิดปกติหรือไม่ แต่ก็ไม่พบร่องรอยใดๆเลย แพทย์เวรประจำวันจึงแนะนำให้ส่งต่อไปผ่าศพชันสูตรโดยละเอียดที่โรงพยาบาลมหาราช แต่ทางญาติของน้องปฏิเสธเนื่องจากตอนนั้นยังเข้าใจว่า น้องอาจจะเสียชีวิตจากสุขภาพประจำตัวและญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต อีกอย่างในการส่งศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลมหาราช ต้องใช้เวลาอีก 2 วันกว่าจะทราบสาเหตุ และมีขั้นตอนเอกสารที่ซับซ้อนในการขอรับศwกลับมา ญาติจึงขอรับศพกลับไปดำเนินพิธีทางศาสนาตามปกติ
สุดท้ายญาติและเจ้าของร้านกลับมาเก็บข้าวของส่วนตัวของน้องในห้องนอนพบ งูทับสมิงคลา 1 ตัวในมุมของห้อง จึงสันนิษฐานว่าอาจจะถูกงูกัดตอนนอนหลับพักผ่อน เนื่องจากงูทับสมิงคลา เมื่อกัดมนุษย์แล้วจะแทบไม่รู้สึกอะไรเลย และมีอาการน้ำลายฟูมปากเกิดขึ้น หลังจากที่พาน้องไปโรงพยาบาลเสิงสาง ซึ่งตรงกับฐานข้อมูลของงูทับสมิงคลาหลังถูกกัดแล้วจะมีอาการเช่นเดียวกัน จึงอาจจะเป็นสาเหตุให้น้องเสียชีวิต ทางร้านได้ขอไว้อาลัยให้กับน้องผู้เสียชีวิตด้วย เนื่องจากน้องทำงานในร้านนี้และเป็นผู้ที่ตั้งใจทำงานอย่างดีเยี่ยม อ่อนน้อมถ่อมตน ขอให้น้องไปสู่ภพภูมิที่ดี
ทั้งนี้ งูทับสมิงคลา จัดเป็นหนึ่งในงูพิษที่อันตรายถึงชีวิตและมีความรุนแรงสูงมากที่สุดในประเทศไทย โดยมีพิษทำลายระบบประสาทที่รุนแรงมาก ออกฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อให้อ่อนแรง เขี้ยวขนาดเล็กมากจนแทบไม่รู้สึกเจ็บตอนโดนกัด จึงทำให้แผลมีขนาดเล็กมาก ไม่ค่อยเจ็บหรือบวมแดง ทำให้ผู้ป่วยชะล่าใจ
ต่อมาจะมีอาการหนังตาตก ตามัว พูดไม่ชัด น้ำลายฟูมปาก กลืนน้ำลายไม่ได้ จากนั้นกล้ามเนื้อกระบังลมเป็นอัมพาต ทำให้หายใจเองไม่ได้ ขาดอากาศหายใจ และเสียชีวิตในที่สุดหากรักษาไม่ทัน
ทั้งนี้เมื่อถูกกัดให้รีบไปโรงพยาบาลทันที แม้จะไม่มีอาการเจ็บปวดแผลก็ตาม โดยแพทย์จะต้องให้นอนพักดูอาการอย่างใกล้ชิดติดต่อกันอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
ที่สำคัญคือห้ามตื่นตระหนก พยายามขยับตัวให้น้อยที่สุด เพื่อไม่ให้พิษกระจายเร็ว และห้ามกรีดแผลหรือใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านที่ผิดวิธี



