ข่าว

ค้านประกันตัว"ตู่-เก่ง"หวั่นก่อเหตุซ้ำ

ค้านประกันตัว"ตู่-เก่ง"หวั่นก่อเหตุซ้ำ

08 มิ.ย. 2553

ดีเอสไอ ยื่นฝากขัง “ตู่- เก่ง” สนับสนุนก่อการร้าย พร้อมค้านประกัน อ้างมีพฤติการณ์ปลุกปั่น สร้างความวุ่นวาย เกรงก่อเหตุซ้ำ ด้านทนายยื่นค้านฝากขัง ระบุ เคยมอบตัวแล้ว รอยื่นคำให้การ 30 วัน ไม่เคยข่มขู่พยานหรือหลบหนี พร้อมเตรียมเงินสดคนละ1ล้าน - ตำแหน่ง ส.ส.ร

(8มิ.ย.) เวลา 09.00 น. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก  นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เดินทางมายังศาลอาญา ตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)

 ขณะที่ พ.ต.ท.ถวัล มั่งคั่ง พนักงานสอบสวน ดีเอสไอ ได้ยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก นายจตุพร และนายการุณ ผู้ต้องหา ร่วมกันหรือใช้ให้ผู้อื่นหรือสนับสนุนการกระทำความผิดอาญาฐานก่อการร้ายอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 135/1 , 135/2 , 135/3 ประกอบมาตรา 83 , 84 ,85 และ 86 ซึ่งมีอัตราโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 3 - 20 ปี และปรับตั้งแต่ 60 , 000 - 1 , 000 , 000 บาท โดยเหตุเกิดระหว่างเดือน พ.ย. 52 ถึง พ.ค. 53 ที่ กทม. และปริมณฑล และเขตพื้นที่บางจังหวัดของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 8 - 19 มิ.ย.นี้ เนื่องจากการสอบสวนคดีนี้ยังไม่แล้วเสร็จ ต้องสอบสวนพยานบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องในคดีอีก 90 ปาก และรอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานต่างๆ ทางนิติวิทยาศาสตร์อีกจำนวนมาก อีกทั้งมีเหตุผลที่จะให้ศาลออกหมายขังผู้ต้องหาได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 เนื่องจากผู้ต้องหาไม่ใช่ผู้ถูกจับและยังไม่ได้มีการออกหมายจับ แต่คณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอ และพนักงานอัยการที่ร่วมสอบสวน ร่วมพิจารณาแล้วเห็นว่า มีพยานหลักฐานสมควรเพียงพอจึงแจ้งข้อหาให้ทราบและมีเหตุที่จะขอให้ศาลออกหมายขังได้

 โดยผู้ต้องหาเป็น ส.ส. พรรคเพื่อไทย และเป็นแกนนำหลัก มีพฤติการณ์สับเปลี่ยนกันพูดปราศรัยบนเวทีชุมนุมของ กลุ่ม นปช. ได้ปลุกปั่น ยุยง ส่งเสริมผู้ชุมนุมให้เกลียดชังรัฐบาล หรือฝ่ายตรงข้ามกระทั่งกลายเป็นการชุมนุมที่ไม่สงบ มีหรือใช้อาวุธปืนสงครามที่มีความร้ายแรง ก่อวินาศกรรม ก่อเหตุจลาจล เผาบ้านเผาเมือง ห้างสรรพสินค้า ธนาคารต่างๆ รวมทั้งศาลากลางจังหวัดหลายแห่งจนเป็นข่าวครึกโครมทั่วโลก ขณะที่เวลานี้ไม่อยู่ในระหว่างสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร จึงไม่ได้รับการคุ้มครองสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาตรา 131

 โดยท้ายคำร้อง ระบุด้วยว่า หากผู้ต้องหาขอประกันตัวต่อศาล คณะพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาด้วย เนื่องจากผู้ต้องหามีส่วนร่วมในการปลุกปั่น และยุยงส่งเสริมให้ประชาชนก่อความไม่สงบขึ้นหรือกระทำผิดกฏหมายดังกล่าวมาก่อน และสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันยังไม่เป็นที่ไว้วางใจในเหตุการณ์รุนแรงต่างๆ หากปล่อยตัวไปอาจจะหลบหนีหรือไปก่อเหตุร้ายดังกล่าวขึ้นอีก
 อย่างไรก็ดี ขณะนี้ศาล อยู่ระหว่างการพิจารณาคำร้องขอฝากขังดังกล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เดินทางมาศาล นายจตุพร ซึ่งสวมสูทสีดำ เสื้อเชิ้ตสีขาว และนายการุณ ที่ สวมเสื้อสูทสีเทา เสื้อเชิ้ตสีขาว มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโดเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ สน.พหลโยธิน และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของศาลอาญา ประมาณ 30 นาย รักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบอาคารศาลอาญา โดยมีผู้สนับสนุนกลุ่ม นปช. ที่สวมเสื้อหลากสี พร้อมดอกกุหลาบแดง มารอให้กำลังใจนายจตุพร และนายการุณ กว่า 500 คน

 ขณะที่นายคารม พลทะกลาง ทนายความของ นปช. กล่าวว่า ตนได้ยื่นคำร้องคัดค้านการฝากขังต่อศาลแล้ว โดยระบุว่า 1.นายจตุพร และนายการุณ ได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนดีเอสไอไปแล้ว 2. ได้แจ้งต่อพนักงานสอบสวนจะรวบรวมเอกสารหลักบาน ยื่นคำให้การชี้แจงภายใน 30 วัน และ 3. ทั้งสองไม่เคยมีพฤติการณ์ข่มขู่พยาน หรือหลบหนี โดยทั้งสองมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง นอกจากนี้ตนยังเตรียมหลักทรัพย์เป็นเงินสด และตำแหน่ง ส.ส. ยื่นประกันตัวทั้งสอง คนละ 1 ล้านบาทด้วย

 ส่วนนายวิเชียร ขาวขำ ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย นั้น ได้ยื่นหนังสือขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ออกไปเป็นวันที่ 21 มิ.ย. นี้ เวลา 10.00 น. เนื่องจากติดภารกิจอยู่ที่ต่างจังหวัด ไม่สามารถเดินทางมาพบได้ รวมทั้งการออกหมายเรียกเป็นเวลาที่กระชั้นชิด เพราะหากนายวิเชียรมาพบพนักงานสอบสวนและพนักงานสอบสวนได้ขออำนาจศาลในการคุมตัวแล้ว นายวิเชียร ไม่สามารถจัดหาหลักทรัพย์เพื่อยื่นประกันตนเองได้ทัน นอกจากนี้การออกหมายเรียกของพนักงานสอบสวนดีเอสไอนั้น ควรจะให้ไปพบที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งการออกหมายเรียกให้มาพบที่ศาลอาญาไม่อาจกระทำได้ อีกทั้งคดีนี้ผู้ต้องหาก็ไม่ได้หลบหนีแต่ไปพบพนักงานสอบสวนเอง และผู้ต้องหาไม่เคยไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานต่างๆ ดังนั้นการที่พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายและมีเจตนาไม่บริสุทธิ์