
สตม.รื้อระบบเช็คแก๊ง'โคลัมเบีย'...ฉก12ล้าน
ตีแผ่พฤติกรรมแก๊งโคลัมเบียต้องสงสัยทุบรถฉกเงิน 12 ล้านบาท พบแฝงตัวก่ออาชญากรรมหลายรูปแบบ ตำรวจ สตม.รื้อประวัติบุคคลเข้าออกเทียบเคียงใบหน้าในหนังสือเดินทางปลอม สาวหาผู้ร่วมขบวนการ ?!!
เงินสด 12 ล้านบาท ที่คนร้ายต่างชาติ 2 คนใช้ก้อนหินทุบกระจกรถกระบะโตโยต้า วีโก้ รุ่นพรีรันเนอร์ 4 ประตู สีดำ ทะเบียน ชบ 7463 กรุงเทพมหานคร ของบริษัท ไทยมาร์ทสโตร์ จำกัด บริเวณลานจอดรถแบงก์กรุงไทย สำนักงานใหญ่ ถนนสุขุมวิท แม้หลักฐานเบื้องต้นจะชี้ไปที่คนสัญชาติสเปน แต่ลึกๆ แล้วชุดสืบสวนทั้งของตำรวจนครบาลและ สตม.เชื่อว่าเป็นฝีมือแก๊งโคลัมเบีย
คล้อยหลังเหตุการณ์ครั้งนั้น 3 วัน ช่วงก่อนเที่ยงวันที่ 7 มิถุนายน 2553 มีแก๊งต่างชาติเช่ารถเชฟโรเลตขับเข้าไปในหมู่บ้านมณีรินทร์ ท้องที่ สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี เมื่อกดกริ่งแล้วไม่มีคนอยู่จึงเข้าไปรื้อค้นทรัพย์สินภายในบ้าน
ระหว่างนี้ รปภ.หมู่บ้านเกิดความสงสัยเตรียมจะเข้าจับกุม แต่แก๊งต่างชาตินี้ไหวตัวทันแหกด่าน รปภ.หลบหนีไป ทิ้งไว้แต่รถเช่าเอาไว้ดูต่างหน้า เมื่อตำรวจตรวจสอบกับบริษัทให้เช่ารถก็พบว่า หนังสือเดินทางที่ใช้เป็นหลักฐานเช่ารถเป็นของปลอม ข้อมูลทุกอย่างปลอมหมด ยกเว้น "ใบหน้า" คนร้ายที่อยู่ในหนังสือเดินทาง
ชุดสืบสวนตำรวจนครบาลให้ข้อมูลว่า แก๊งคนร้ายชาวโคลัมเบียจะเข้าประเทศไทยในลักษณะนักท่องเที่ยว ใช้วีซ่าจริงได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศได้ไม่เกิน 90 วัน โดยมั่วสุมกันอยู่แถวซอยนานา ถนนสุขุมวิท กรุงเทพฯ จากนั้นจะติดต่อกับแก๊งปลอมหนังสือเดินทางในประเทศไทย ให้ปลอมหนังสือเดินทาง ระบุชื่อ-นามสกุล สัญชาติปลอม ยกเว้นรูปถ่ายจะใช้ของจริง
ทั้งนี้แก๊งโคลัมเบียในประเทศไทยได้แตกแขนงออกไปเป็นหลายแก๊ง ทั้งลักทรัพย์ ยกตู้เซฟ หรือแก๊งทุบรถ โดยใช้หนังสือเดินทางปลอมไปเช่ารถยนต์ตามบริษัทให้เช่ารถทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดทั่วประเทศ แจ้งที่อยู่ปลอมไว้กับบริษัทเช่า รวมถึงให้เบอร์โทรศัพท์มือถือเฉพาะกิจ ซึ่งเปิดไว้สำหรับกระทำความผิดโดยเฉพาะ
ทริกเล็กๆ น้อยๆ ของแก๊งนี้จะเลือกเช่ารถที่มีทะเบียนประกอบด้วยเลข 1 หรือไม่ก็เลข 3 เพื่อนำมาใช้สกอตเทปมาติดเลข 1 ให้กลายเป็นเลข 4 และจากเลข 3 ให้กลายเป็นเลข 8 ตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วขับรถตระเวนไปตามหมู่บ้านจัดสรรโครงการใหญ่ๆ ให้ผู้ร่วมทีมลงไปกดกริ่ง ถ้าไม่มีคนอยู่ก็ฉวยโอกาสเข้าไปลักทรัพย์
"พวกนี้จะใช้วิธีสะกดรอยตามเหยื่อติดตามดูพฤติกรรมจนแน่ใจแล้วลงมือ ก่อนหน้านี้ตำรวจก็เคยจับติดคุกอยู่ จากการสอบถามได้ความว่า ที่โคลัมเบียกลุ่มคนมีเงินจะมีอยู่ 3 กลุ่ม คือ นักการเมือง นักธุรกิจ และพ่อค้ายาเสพติด พอมาเมืองไทยเขาก็คิดว่าถ้าตระเวนไปตามหมู่บ้านใหญ่ๆ ดูมีฐานะ ยังไงเสียก็คงได้ทรัพย์สินติดมือกลับไป" หนึ่งในชุดสืบสวนตำรวจนครบาล ที่เคยจับงานทลายแก๊งโคลัมเบียให้ข้อมูล
สำหรับคดีทุบรถฉกเงิน 12 ล้านบาท ชุดสืบสวนรายนี้ก็มั่นใจว่า แก๊งโคลัมเบียจะใช้วิธีติดตามสะกดรอยเหยื่อมานานจนรู้ความเคลื่อนไหวดี เมื่อสบโอกาสก็ลงมือก่อเหตุ
พฤติกรรมของแก๊งต่างชาตินี้จะใช้ผู้หญิงบริการคนไทยเป็นคนเช่าอพาร์ตเมนต์เอาไว้เก็บทรัพย์สิน โดยอ้างว่าเป็นนักธุรกิจต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เมื่อผู้หญิงหลงเชื่อก็จะถูกหลอกใช้ให้ทำธุรกรรมเช่าห้องพัก บ้างก็ทำธุรกรรมบางอย่างที่ชาวต่างชาติไม่สามารถทำได้เอง
นอกจากนี้ การที่ตำรวจไทยเคยจับกุมเพื่อนร่วมชาติได้ พวกนี้จึงมีวิธีหลบเลี่ยง ด้วยการหันมาใช้เบอร์มือถือเฉพาะกิจ เวลาจะติดต่อกันก็จะใช้วิธีติดต่อผ่านอินเทอร์เน็ต ไม่ใช้มือถือติดต่อกันเองโดยตรง ป้องกันไม่ให้ตำรวจตรวจสอบย้อนกลับมายังหมายเลขต้นสายได้ ด้วยวิธีนี้เลยสร้างความปั่นป่วนให้วงการสืบสวนตำรวจไทยค่อนข้างมาก
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีรายงานว่าชุดสืบสวน สตม.แกะรอยย้อนดูพฤติกรรมของแก๊งโคลัมเบียนี้ จนสามารถจับกุมเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดได้บางส่วน พร้อมของกลางจำนวนหนึ่ง ตอนนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ เชื่อว่าอาจจะมีบางส่วนรู้เห็นหรือระแคะระคายกับคดีทุบรถฉกเงิน 12 ล้านบาทบ้างไม่มากก็น้อย
ขณะเดียวกันก็นำหลักฐานในการกระทำผิดเพียงชิ้นเดียวที่มีอยู่ คือใบหน้าที่แท้จริงของคนร้ายในหนังสือเดินทางปลอม นำไปเทียบเคียงกับข้อมูลการเดินทางเข้าออกประเทศไทยทั้งหมด โดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มบุคคลสัญชาติโคลัมเบียและใกล้เคียง เนื่องจากตอนเข้าประเทศคนกลุ่มนี้จะใช้หนังสือเดินทางของจริง เรียกว่าเป็นการรื้อระบบประวัติบุคคลเข้าออกนำมาตรวจสอบชนิดคนต่อคนเลยก็ว่าได้
ต่อไปนี้ต้องระวัง "คนข้างหลังคุณ" อาจเป็นแก๊งโคลัมเบียก็ได้ !?!



