
สาว19ฆ่าโหดชิงทรัพย์แม่เฒ่าร้านเช่าหนังสือ
สาว 19 บุกฆ่าชิงทรัพย์อาม่าในร้านเช่าหนังสือการ์ตูนย่านดินแดง นักศึกษานำหนังสือเช่ามาคืนเห็นกำลังรื้อทรัพย์สินจึงแอบโทรแจ้งตำรวจตะครุบตัวได้ในที่เกิดเหตุ เจ้าตัวอ้างมาให้ผู้ตายดูดวงแต่กลับแนะนำให้ไปขายตัวจึงโมโหใช้ขวดกระหน่ำตีจนแน่นิ่ง ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ
เหตุการณ์คนร้ายบุกฆ่าชิงทรัพย์อาม่า เปิดเผยเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 7 มิถุนายน ร.ต.ท.หญิง สุรีรัตน์ อัมพันสิริรัตน์ พนักงานสอบสวน (สบ 1) สน.ดินแดง รับแจ้งคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ และทำร้ายเจ้าของบ้านเสียชีวิตในร้านเช่าหนังสือการ์ตูนชื่อ "Smiling Moon" ตั้งอยู่เลขที่ 205/22 ซอยประชาสงเคราะห์ 27 แขวงและเขตดินแดง กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ พร้อม พ.ต.ท.สมิง รอดรัษตะ รอง ผกก.ปป.สน.ดินแดง เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและเจ้าหน้าที่สายตรวจทันที เนื่องจากคนร้ายยังอยู่ในที่เกิดเหตุ
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่าเป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ชั้นล่างเปิดเป็นร้านให้เช่าหนังสือการ์ตูน ด้านหลังถูกกั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจก แต่ประตูล็อก โดยมองเห็นศพผู้หญิงนอนคว่ำหน้าอยู่ที่ริมทางขึ้นบันได เจ้าหน้าที่จึงพังประตูเข้าไปตรวจสอบ ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.พรรณจิต กฤษฎี อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 276 ถนนเทศบาลนิมิตเหนือ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. ทราบว่าเป็นเจ้าของร้าน สวมเสื้อลายดอกสีฟ้า กางเกงขาวยาวสีดำ นอนคว่ำหน้าจมกองเลือด มือทั้ง 2 ข้างถูกมัดไพล่หลังด้วยเศษผ้าสีขาว ตรวจสอบศีรษะพบว่ามีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งหลายแผล
ขณะเดียวกัน หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจพังประตูบานเลื่อนกระจกเข้าไปก็รีบขึ้นไปตรวจสอบที่ห้องนอนชั้น 2 พบคนร้ายกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ จึงเข้าควบคุมตัวไว้ ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.อัจฉรา กิติพิเชษฐสรรค์ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่109/1 หมู่ 11 ต.เมืองเดช อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี พร้อมของกลางเสื้อยืดลายพรางสีเขียวขาว กางเกงยีนเปื้อนเลือด ซ่อนอยู่ในถุงพลาสติก เมื่อค้นในกระเป๋ากางเกงพบเงินสด 6,400 บาท ช็อกโกแลต 2 แท่ง นอกจากนี้ยังมีขวดน้ำผึ้งห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำตัวไปสอบปากคำที่ สน.ดินแดง
ด้านนายปริญญา พฤฒิชัย อายุ 21 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พยานที่เห็นเหตุการณ์ ให้การว่า ได้นำหนังสือการ์ตูนที่เช่ามาคืน และจะเช่าเล่มใหม่ต่อ เมื่อไปถึงร้านกลับไม่พบ น.ส.พรรณจิต เจ้าของร้าน จึงเดินเข้าไปดูด้านหลัง พอมองผ่านประตูกระจกบานเลื่อนเข้าไปก็พบเจ้าของร้านนอนจมกองเลือดที่หน้าทางขึ้นบันได ในสภาพถูกมัดมือไพล่หลัง และเห็นคนร้ายกำลังรื้อค้นตู้เย็นอยู่ จึงค่อยๆ ย่องออกมาจากร้านแล้วรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้ทราบในทันที โดยตนยืนสังเกตการณ์อยู่ฝั่งตรงข้ามร้าน เนื่องจากเกรงว่าคนร้ายจะหลบหนีก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาถึง กระทั่งตำรวจมาจับกุมคนร้ายได้ทันก่อนจะหลบหนีไป
จากการสอบปากคำเบื้องต้น น.ส.อัจฉราให้การรับสารภาพ อ้างว่าเวลาประมาณ 10.00 น. เดินทางมาหาผู้ตาย เพื่อมาดูดวง เนื่องจากผู้ตายรับตรวจโชคชะตาด้วย ได้ให้ผู้ตายตรวจโชคชะตาไปเรื่อยๆ แล้วได้รับคำแนะนำจากผู้ตายว่า ให้ลงนะหน้าทอง และจะเป็นผู้ลงให้ แต่ผู้ตายขอขึ้นไปปิดประตูชั้นบนดาดฟ้าก่อน เนื่องจากเกรงว่าฝนจะตกสาดใส่ เพราะการทำพิธีดังกล่าวต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน
"เมื่อผู้ตายเดินกลับลงมาแล้ว หนูถามไปว่า ตอนนี้ไม่มีงานทำ จะทำงานอะไรดี ที่จะได้เงินเยอะๆ เนื่องจากขณะนี้เป็นหนี้ค่าประกันตัวคดีลักทรัพย์ในห้างมาบุญครองอยู่ ผู้ตายตอบสวนกลับมาทันทีว่า ให้ไปขายตัว ด้วยความโมโหจึงจิกหัวผู้ตายฟาดกับพื้นบันได ก่อนจะคว้าขวดน้ำผึ้งฟาดศีรษะไป 1 ครั้ง และถูกผู้ตายหันมาด่าทอพร้อมกับพยายามต่อสู้ จึงใช้ขวดน้ำผึ้งขวดเดิมฟาดซ้ำลงไปที่ศีรษะเป็นครั้งที่ 2 จนผู้ตายแน่นิ่งไป และใช้ขวดน้ำผึ้งฟาดซ้ำอีกครั้ง ก่อนจะเอาเศษผ้ามามัดมือไพล่หลังไว้" น.ส.อัจฉรา กล่าว
น.ส.อัจฉรา กล่าวต่อว่า หลังจากจับผู้ตายมัดมือไพล่หลังแล้วก็เดินไปเปิดตู้เย็นดื่มน้ำ และหยิบเอาช็อกโกแลต 2 แท่ง จากนั้นจึงค้นกระเป๋าของผู้ตายพร้อมกับหยิบเอาเงิน แต่จำไม่ได้ว่าหยิบไปเท่าไหร่ รู้แต่ว่าก่อนจะมาดูดวงมีเงินติดตัวอยู่ 2,428 บาท และเดินขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปื้อนเลือดเพื่อเตรียมหลบหนี แต่ถูกตำรวจบุกเข้าจับกุมได้เสียก่อน
ต่อมาเวลา 17.30 น. พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 พ.ต.อ.ชาตรี กาญจนกันติ ผกก.สน.ดินแดง พร้อมฝ่ายสืบสวน คุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงก่นด่าสาปแช่งของไทยมุงกว่า 100 คน
พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาอ้างว่ามาดูดวง แล้วถูกผู้ตายบอกให้ไปขายตัวเลยบันดาลโทสะคว้าขวดน้ำผึ้งตีศีรษะผู้ตายจนเสียชีวิต แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ เนื่องจากพบเงินสดของผู้ตายอยู่ในตัวผู้ต้องหา น่าจะเป็นการฆ่าชิงทรัพย์โดยตรงมากกว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ก่อนจะควบคุมตัวกลับไปดำเนินคดีต่อไป



