
การสร้างความปรองดองในเซียร์ราลีโอน (1)
แม้จะเอาตัวรอดจากทั้งศึกนอกสภาและศึกในสภารวมทั้งความแตกแยกภายในพรรคร่วมรัฐบาลจนต้องมีการปรับ ครม.อีกครั้ง แต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คนดวงดีแห่งปีก็ยังพร่ำพูดราวกับเป็นบทสวดมนต์ติดปากในเรื่องของการสร้างความปรองดองแห่งชาติ
ตรงกันข้ามกับนักโทษหนีคุกและผู้ต้องหาก่อการร้ายทักษิณ ชินวัตร จอมอาฆาตมาดร้ายและไม่สำนึกในบาปมหันต์ที่ก่อไว้ ได้ลงทุนจ้างศาสตราจารย์จี เจ อเล็กซานเดอร์ คนูปส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมสงครามระหว่างประเทศ ให้เข้าร่วมทีมกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อร่วมตรวจสอบการสลายการชุมนุมของรัฐบาลไทยเมื่อเดือนเมษายนและพฤษภาคม หวังจะหาช่องทางนำรัฐบาลไทยขึ้นฟ้องศาลในข้อหาละเมิดสิทธิมนุษยชนให้ได้
พร้อมกันนั้นก็ข่มขวัญรัฐบาลด้วยการอวดอ้างสรรพคุณของศาสตราจารย์คนูปส์ ชาวเนเธอร์แลนด์ผู้นี้ ว่าเคยทำคดีใหญ่ๆ ด้านอาชญากรรมสงคราม สงครามของรัฐต่อมนุษยชาติ และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ มาหลายคดีแล้ว ทั้งที่ในอดีตยูโกสลาเวีย ในรวันดา และในเซียร์ราลีโอน เป็นต้น
เสียดายที่ทั้งสามประเทศนี้โดยเฉพาะในรวันดาและเซียร์ราลีโอนล้วนแต่ยากจนและอยู่หลังเขา ยากที่จะติดต่อกับโลกภายนอก ไม่เช่นนั้นคงจะหัวเราะจนฟันหักว่าเกียรติคุณอันสวยหรูนี้มีไว้หลอกพวกมหาเศรษฐีหน้าโง่ และมีแต่ความอาฆาตมาดร้ายต่อประเทศชาติเท่านั้นเอง
ถ้าเก่งจริง ป่านนี้บรรดาอาชญากรตัวเอ้ใน 2-3 ประเทศนี้คงจะไม่ลอยนวลเหมือนเช่นทุกวันนี้ และทุกประเทศก็คงจะอยู่เย็นเป็นสุขเต็มไปด้วยความสมานฉันท์อย่างที่นายอภิสิทธิ์เพียรพยายามเพรียกหาจากผู้ต้องหาก่อการร้ายที่หลบหนีการจับกุม
ก่อนหน้านี้ ดิฉันเคยพูดถึงความพยายามสร้างความปรองดองแต่ล้มเหลวในรวันดามาแล้ว ตอนนี้ก็ต้องยกตัวอย่างของเซียร์ราลีโอนซึ่งยังไม่มีอะไรคืบหน้าแม้จะผ่านพ้นไป 8 ปีแล้วก็ตาม ทั้งๆ ที่พยายามลอกเลียนแบบแนวทางสร้างความปรองดองของอดีตประธานาธิบดีเนลสัน แมนเดลาแห่งแอฟริกาใต้ ที่ผู้ต้องหาก่อการร้ายทักษิณเชิดชูนักเชิดชูหนาก็ตาม
โดยนายแมนเดลาใช้หลัก "รู้ผิด รู้อภัย" เป็นเครื่องชี้นำ ด้วยการเกลี้ยกล่อมให้ทหาร ตำรวจและคนขาวทุกคนที่เคยทำผิดกับคนดำในยุคที่ยังมีการเหยียดผิวมาสารภาพผิดต่อชาวบ้านผิวดำผู้ตกเป็นเหยื่อ จนท้ายสุดชาวบ้านก็ยอมให้อภัยและอยู่ร่วมกันอย่างสันติเรื่อยมา
แต่ที่เซียร์ราลีโอนกลับไม่สัมสัมฤทธิผลเช่นนั้น เนื่องจากรัฐบาลลอกเลียนได้เพียงแต่เปลือกแต่ไม่ลึกไม่ไปถึงแก่น แถมไม่มีความจริงใจที่จะสร้างความปรองดองขึ้นจริง หนำซ้ำยังฉกฉวยประโยชน์ทุกอย่างจากนโยบายนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้



