
ครม.ใหม่ญี่ปุ่นมากสีสันจับตารมต.ลูกครึ่งไต้หวัน
โตเกียว-นายกฯ ใหม่ญี่ปุ่นเตรียมตั้งส.ว.ลูกครึ่งไต้หวัน อดีตผู้ประกาศข่าวสาวฝีปากกล้าร่วมในครม.ชุดใหม่
สื่อมวลชนหลายสำนักของญี่ปุ่นพากันโหมประโคมข่าวว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของนายนาโอโตะ คัง นายกรัฐมนตรี ซึ่งจะแต่งตั้งอย่างเป็นทางการในวันอังคาร (8 มิ.ย.) คงจะเต็มไปด้วยสีสันการเมืองหลากหลาย แม้ว่ารัฐมนตรีส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นคนหน้าเดิม
โดยสีสันของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่มาจากการแต่งตั้งส.ส.ปากกล้า 2 คนที่กล้าวิจารณ์นายอิจิโร โอซาวา อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปไตยแห่งญี่ปุ่น (ดีพีเจ) เจ้าของฉายา "โชกุนเงา" ให้ดำรงตำแหน่งสำคัญ ได้แก่ นายยูคิโอะ เอดาโนะ วัย 46 ปี เป็นเลขาธิการพรรคดีพีเจ อันเป็นตำแหน่งสูงสุดรองจากหัวหน้าพรรค และนายโยชิโตะ เซนโงกุ วัย 64 ปี เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยจะเป็นทั้งมือขวาของนายคังและเป็นโฆษกรัฐบาลด้วย
แต่ว่าที่รัฐมนตรีคนใหม่ที่เชื่อว่ามากสีสันที่สุดได้แก่ "เรนโฮ" ผู้ประกาศข่าวสาวที่หันไปเอาดีทางการเมือง ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีที่รับผิดชอบด้านการปฏิรูประบบบริหาร ในฐานะที่เธอเป็นส.ว.ลูกครึ่งญี่ปุ่น-ไต้หวัน แถมยังปากกล้าและมีจุดยืนที่แน่วแน่ที่จะรื้อทิ้งบรรดาโครงการที่สิ้นเปลืองของรัฐบาล
ความมุ่งมั่นของเธอทำให้นายทาเคโอะ ฮิรานูมะ อดีตรัฐมนตรีการค้าของพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) วิจารณ์อย่างเจ็บแสบเมื่อต้นปีนี้ว่า เธอไม่ใช่คนญี่ปุ่น อันเนื่องมาจากคำถามตรงไปตรงมาของเธอที่ว่า ทำไมญี่ปุ่นถึงจะต้องเป็นผู้พัฒนาซูเปอร์คอมพิวเตอร์หมายเลข 1 ของโลกด้วย เป็นหมายเลข 2 ไม่ได้หรือ เพื่อปูทางให้รัฐบาลพรรคดีพีเจสามารถลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลงได้
เรนโฮ สาวลูกครึ่งที่มีพ่อเป็นชาวไต้หวัน แม่เป็นชาวญี่ปุ่น แจ้งเกิดจากการเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณารถยนต์ยี่ห้อ แคลเรียน ก่อนจะเป็นผู้จัดรายการข่าวทั้งวิทยุและโทรทัศน์หลายรายการ จากนั้นได้เป็นผู้ประกาศข่าวของทีบีเอสและทีวี อาซาฮี โดยเน้นเรื่องเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ เช่น แผ่นดินไหวรุนแรง "เกรท ฮันชิน"
นอกจากนี้ เธอยังวิพากษ์วิจารณ์นโยบายทางการทูตของญี่ปุ่นต่อจีน และการไม่ยอมรับไต้หวัน โดยตั้งคำถามว่าเหตุใดญี่ปุ่นจึงสุภาพมากเมื่อเวลาเจรจากับจีน แต่ไม่ให้ความสนใจไต้หวัน และทำไมไต้หวันจะมีฐานะเป็นประเทศบ้างไม่ได้ ทั้งนี้ นับตั้งแต่ได้เป็นวุฒิสมาชิกเมื่อปี 2547 เรนโฮเดินทางไปไต้หวันหลายครั้ง ทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ และเคยไปทำข่าวช่วงที่อดีตประธานาธิบดีเฉิน สุ่ย เปียน หาเสียงเลือกตั้ง ทำให้เธอมีความสนิทสนมกับสมาชิกพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าของไต้หวันด้วย



