ข่าว

“อนุพงษ์”ย้ำจุดยืนกองทัพไม่คิดทำร้ายประชาชน

“อนุพงษ์”ย้ำจุดยืนกองทัพไม่คิดทำร้ายประชาชน

07 มิ.ย. 2553

“อนุพงษ์” ย้ำจุดยืนกองทัพไม่คิดทำร้ายประชาชน พร้อมเดินหน้านโยบายปรองดองของรัฐ และชื่นชมทหารชั้นผู้น้อยเสียสละ อดทนดูแลสถานการณ์บ้านเมือง 4 กองทัพภาค เข้มป้องกัน แกนนำ นปช.หลบหนีออกนอกประเทศ

 ที่กองทัพบก เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 7 มิ.ย.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ได้เป็นประธานการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบก โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.วิโรจน์ บัวจรูญ ประธานที่ปรึกษากองทัพบก พล.อ.ธีระวัฒน์ บุณยะประดับ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (1) พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (2) พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองเสนาธิการทหารบก พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 พล.ท.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน แม่ทัพภาคที่ 3 พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้บัญชาการกองกำลัง 7 กองกำลัง ผู้บัญชาการกองพล และ ผู้บังคับหน่วย ได้เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพียง

 แหล่งข่าวในที่ประชุม ระบุว่า ระหว่างการประชุม พล.อ.อนุพงษ์ ได้เล่าให้ผู้บังคับหน่วยได้ทราบถึงลำดับของสถานการณ์ เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภายใต้กรอบนโยบาย รวมถึงได้กล่าวชมเชยการปฏิบัติงานของกำลังพล โดยเฉพาะพลทหาร และนายสิบที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ อดทน มีวินัย ทำให้สถานการณ์คลี่คลาย และประเทศกลับมามีความสงบเรียบร้อย นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า การปฏิบัติภารกิจการรักษาความสงบเรียบร้อยดังกล่าว กองทัพปฏิบัติตามจุดยืนเดิมมาโดยตลอดคือไม่ทำร้ายประชาชน มีหน้าที่ทำให้สถานการณ์บ้านเมืองเกิดความเรียบร้อย ไม่เป็นฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง ปฏิบัติตามบทบาทของกองทัพที่ต้องสนับสนุนการบริหารราชการของรัฐ และในช่วงต่อไปกองทัพจะใช้กลไกที่มีอยู่ในการสร้างความเข้าใจ สร้างความรัก ความสามัคคี ตามนโยบายปรองดองของรัฐบาล เพื่อให้สังคมไทยกลับคืนสู่ความสงบสุขอย่างยั่งยืนตลอดไป

 “พล.อ.อนุพงษ์ ได้บอกกับผู้บังคับหน่วย ให้อดทน อดกลั้น กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และขอให้ผู้บังคับหน่วยยึดมั่นในหน้าที่ของตัวเอง และจะต้องชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมืองที่เกิดขึ้น เพราะเชื่อว่ายังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ยังไม่เข้าใจกับสถานการณ์บ้านเมือง และสภาวะปัจจุบัน แม้ว่าขณะนี้จะผ่านพ้นไปในทิศทางที่ดีแล้วก็ตาม ขณะเดียวกันจะต้องเดินหน้าให้ประชาชนเกิดความปรองดองให้ได้ และเชื่อมั่นว่าสถานการณ์บ้านเมืองนับจากนี้ไปจะดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะบ้านเมืองผ่านสภาวะอันเลวร้ายมาแล้ว ส่วนเรื่องการติดตามแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นั้น ที่ประชุมไม่ได้มีการพูดถึง เนื่องจากเรื่องดังกล่าวได้มีการกำชับเป็นกรอบแนวทางไปแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเจอแกนนำ นปช.ที่ไหนก็สามารถจับกุมได้ทันที ขณะเดียวกันกองทัพทั้ง 4 ภาค ก็ปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลเข้มตามด่านจุดตรวจต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคล หรือ บุคคลที่ต้องคดีก่อการร้าย ของ ศอฉ. หลบหนีออกประเทศ เพราะเกรงว่าจะไปสร้างปัญหาได้” แหล่งข่าวในที่ประชุม ระบุ