
นิเทศน์จุฬาฯเริ่มศึกษาปฏิรูปสื่อแล้วย้ำเป็นกลาง
คณบดี นิเทศน์จุฬาฯ รับเริ่มศึกษาเรื่องปฏิรูปสื่อบ้างแล้ว ย้ำเป็นกลางไม่อยู่ฟากใคร ชี้รัฐกำลังรอความชัดเจนจากคณะ จะเร่งทำให้เร็วที่สุด แต่ต้องให้ทุกฝ่ายมีโอกาสแสดงความเห็นครบถ้วน ย้ำไม่ใช่แค่ปฏิรูปแต่ต้องเปลี่ยนวิธีทำ
(7มิ.ย.) ร.ศ.ยุบล เบ็ญจรงค์กิจ คณบดีคณะนิเทศน์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวสิทยาลัย กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าได้ประสานงานมาเพื่อให้ช่วยงานในเรื่องการปฏิรูปสื่อว่า เท่าที่ได้คุยกับนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นเพียงกรอบคราวๆในเรื่องแนวทางการปฎิรูปว่าควรเป็นอย่างไร ซึ่งโดยรวมก็เห็นคล้ายๆกัน แต่ยังไม่ได้พูดคุยลงลึกในรายละเอียดแต่อย่างใด ทั้งนี้เรื่องแนวทางการปฏิรูป การทำงานและกรอบระยะเวลา นั้นทางรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีคงต้องการรอความชัดเจนจากทางเรา ซึ่งเราต้องศึกษาในเบื้องต้นจากการจัดเวทีสาธารณะ และการพบปะกับองค์กรสื่อต่างๆ หลังจากนั้นจึงจะเสนอแนวทางในการทำงานต่อรัฐบาล ต่อไป
ร.ศ.ยุบล กล่าวว่า เรื่องการตอบรับและการศึกษานั้นเราเข้าใจดีว่าต้องทำให้เร็ว เพราะล่าช้าไปคงไม่ดี แต่การทำที่เร็วเกินไปก็อาจได้รายละเอียดไม่ครบถ้วน และทำให้ผลการศึกษานั้นไม่ถูกต้อง นอกจากนี้เราต้องการให้ทุกภาคส่วนได้มีโอกาสแสดงความเห็นและสื่อสารออกมา และไม่อยากให้ใครไม่มีโอกาสนี้ และทางคณะเห็นว่า เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของเราและสถานศึกษาที่ต้องร่วมมือกันหาทางออก และเราก็จะช่วยในสิ่งที่ช่วยได้ โดยถือว่าเป็นกลางและไม่ได้อยู่ฝ่ายไหน และไม่ได้ต้องการมาเป็นคณะทำงานปฏิรูปสื่อ
รศ. ยุบลกล่าวต่อว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ขึ้น ทางคณะก็ได้เริ่มมองและศึกษาเรื่องนี้เอาไว้บ้างแล้ว และแต่ยังไม่ครอบคลุม นอกจากนี้เราได้เห็นว่าสื่อเป็นปัจจัยตัวหนึ่งที่สร้างปัญหาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นหลังจากเหตุการณ์สงบจึงควรมีการดำเนินการอะไรบางอย่าง ซึ่งขณะนี้จากการเก็บข้อมูลเบื้องต้นนั้น เราก็ได้เริ่มคุยกับองค์กรวิชาชีพ องค์กรสื่อ และองค์กรในกำกับไปบ้างแล้ว นอกจากนี้ยังจะทำวิจัยเกี่ยวกับวิทยุชุมชน ก่อนที่จะนำมาสรุปเป็นข้อเสนอต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในความเห็นของนักวิชาการส่วนใดของสื่อที่จะควรจะปฏิรูป รศ. ยุบล กล่าวว่า แต่ละส่วนก็มีปัญหาที่แตกต่างกันไป องค์กรสื่อเองก็มีปัญหาเรื่องบุคคลากรเรื่องความพร้อมของการทำงาน หรือเรื่องการนำเสนอก็มีปัญหา เนื่องจากหลายเรื่องต้องการข้อมูลแต่ก็มีปัญหาเรื่องเวลาที่จำกัด เพราะสื่อต้องแข่งกับเวลา นอกจากนั้ยังมีปัญหาเรื่องการจัดพื้นที่ข่าว เพราะแม้ตามหลักจะต้องให้แต่ละฝั่งมีพื้นที่ที่เท่ากัน แต่เราก็ต้องมาตรวจสอบว่าพื้นที่ที่ให้อย่างเท่ากันนั้น เกิดอย่างสุจริตหรือไม่ อย่างไรก็ตามในการปฏิรูปสื่อนี้ต้องทำกันทุกภาคส่วนขณะที่สื่อเองก็ต้องพร้อมที่จะยอมรับการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นเราจ้องมาคุยกันทุกแง่มุม เพราะมันจะไม่ใช่แค่การปฏิรูป แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีที่เคยทำกันมา



