
สะเทือนใจ! พนักงานเล่า.. ฝ่าควันเข้าไปช่วยน้องชาย แต่สุดท้ายช่วยน้องไม่ได้
สะเทือนใจ! พี่ชายเหยื่อไฟไหม้ร้านดัง เล่านาทีได้ยินเสียงร้อง พยายามฝ่าควันเข้าไปช่วยน้องวัย 21 ปี แต่ไปต่อไม่ได้ วอนเร่งนำร่างกลับบ้าน
วันนี้(13 ก.ค.69) เวลา 13.50 น. ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ นายแก้วอุดอน ปุงปานี อายุ 24ปี พี่ชายของ นาย พอนปะเสิด ปุงปานี 21 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิต เปิดเผยทั้งน้ำตา ตนและน้องชายทำงานอยู่ร้านเดียวกัน ในวันเกิดเหตุ ตนและน้องเข้ากะทำงานช่วงเวลา 18.00 น. และเลิกงานประมาณ 02.00 น. ก่อนเกิดเหตุทั้งคู่ยังได้นั่งรับประทานอาหารและพูดคุยกันตามปกติ ซึ่งนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นหน้าน้องชาย
นาย แก้วอุดอน เล่าว่า ช่วงเกิดเหตุตนกำลังเข้าห้องน้ำ จึงไม่ได้เห็นต้นเพลิงหรือเหตุการณ์ช่วงแรก กระทั่งเดินออกมาจะกลับเข้าไปในร้าน พบผู้คนจำนวนมากวิ่งหนีออกมา จึงรีบวิ่งตามออกมา โดยไม่ได้ยินเสียงสัญญาณเตือนไฟไหม้หรือเสียงแจ้งเหตุใด ๆ ในขณะนั้น
หลังออกมาด้านนอก ตนรีบวิ่งตามหาน้องชาย โดยเริ่มจากบริเวณประตูด้านหลัง ก่อนจะวิ่งอ้อมมาด้านหน้าร้าน ถามพนักงานและคนที่ออกมาว่าเห็นน้องหรือไม่ หรือทราบว่าน้องอยู่จุดใด แต่ไม่มีใครให้คำตอบได้
เมื่อไม่พบน้อง ตนจึงหยิบถังดับเพลิงร่วมกับพนักงานอีกคน ก่อนพยายามฉีดดับไฟบริเวณหน้าประตู และเดินเข้าไปด้านในประมาณ 2-3 ก้าว พร้อมตะโกนเรียกชื่อน้องหลายครั้ง เนื่องจากทราบว่าปกติน้องทำงานอยู่บริเวณโซนกลางของร้าน แต่ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ เพราะภายในเต็มไปด้วยควัน
นาย แก้วอุดอน ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ระหว่างพยายามเข้าไปช่วย ได้ยินเสียงคนร้องขอความช่วยเหลือจากภายในร้าน ทำให้ยิ่งอยากฝ่าเข้าไปช่วยน้องชาย แต่ไม่สามารถเข้าไปต่อได้ เนื่องจากมีทั้งควันหนาทึบและไอความร้อนจำนวนมาก จนรู้ว่าหากฝืนเข้าไปอาจเป็นอันตราย
สำหรับมาตรการความปลอดภัยภายในร้าน นายแก้วอุดอน ระบุว่า ก่อนหน้านี้ทางร้านเคยแนะนำตำแหน่งทางออกฉุกเฉินและจุดวางถังดับเพลิงให้พนักงานทราบ โดยมีทางออกทั้งหมด 4 จุด และเท่าที่ทราบสามารถใช้งานได้ทุกจุด
อย่างไรก็ตาม ตนยอมรับว่าไม่เคยมีการซ้อมอพยพหนีไฟภายในร้าน แม้ตนจะเคยผ่านการซ้อมดับเพลิงจากที่อื่นมาก่อน ส่วนระบบสปริงเกอร์หรือระบบดับเพลิงอัตโนมัติภายในร้าน ตนไม่ทราบว่ามีหรือไม่
ส่วนประตูฉุกเฉินที่เป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้ นายแก้วอุดอน ระบุว่า จากที่ตนทราบ ประตูสามารถเปิดใช้งานได้ตามปกติ ไม่ได้มีการล็อกกุญแจ แต่ทางร้านกำหนดให้มีพนักงานเป็นผู้รับผิดชอบในการเปิดเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยในวันเกิดเหตุตนวิ่งออกมาทางประตูบริเวณห้องน้ำ ซึ่งคาดว่าเป็นประตูฉุกเฉินสำหรับพนักงาน
สำหรับกระแสข่าวที่ระบุว่ามีการให้ลูกค้าเช็กบิลก่อนออกจากร้าน หรือมีสิ่งของวางกีดขวางประตูฉุกเฉินนั้น นายแก้วอุดอน ระบุว่า ไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้ เนื่องจากช่วงเกิดเหตุอยู่ภายในห้องน้ำ ส่วนกรณีที่มีการตั้งโต๊ะขายสินค้าบริเวณทางออกนั้น เท่าที่เห็นยังมีคนสามารถใช้ทางดังกล่าววิ่งออกมาได้
เมื่อถูกถามถึงผู้ที่ควรรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ นายแก้วอุดอน เผยว่า ขณะนี้ยังไม่อยากกล่าวโทษหรือชี้ว่าเป็นความผิดของฝ่ายใด เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับครอบครัวในเวลานี้ คือการนำร่างของน้องชายกลับบ้าน
นอกจากนี้ ยังเป็นห่วงสภาพจิตใจของครอบครัวผู้สูญเสียทุกคน และหวังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้ามาดูแล เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ แม้ยืนยันว่าเรื่องเงินไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้
“ตอนนี้สิ่งที่ผมต้องการที่สุด คืออยากเอาร่างน้องกลับบ้าน พ่อแม่กำลังรอลูกกลับไปพร้อมหน้าพร้อมตา คนมันจากไปแล้ว ถ้าเป็นไปได้ก็อยากพาน้องกลับบ้านให้เร็วที่สุด” พี่ชายผู้สูญเสียกล่าวทั้งน้ำตา พร้อมย้ำว่า น้องชายที่เสียชีวิตมีอายุเพียง 21 ปี และเป็นน้องแท้ ๆ ของตนเอง



