ข่าว

ศูนย์โอท็อป ชายแดนใต้   "พลังท้องถิ่นกระตุ้นศก.รากหญ้า

ศูนย์โอท็อป ชายแดนใต้ "พลังท้องถิ่นกระตุ้นศก.รากหญ้า

08 มิ.ย. 2553

ปัญหา "ปากท้อง" ที่เกิดขึ้นกับชีวิตผู้คนจังหวัดชายแดนภาคใต้ กลายเป็นอีกหนึ่งปมความทุกข์ที่ต้องการให้ภาครัฐหาทางแก้ไขเร่งด่วนพอๆ กับต้องการเห็นสันติสุขปรากฏอีกครั้ง เพราะผลพวงจากปัญหาความไม่สงบนับตั้งแต่ปี 2547 ไม่ได้ส่งผลเพียงแค่การดำเนินชีวิตของคนในพื้น

 กระทั่งล่าสุดกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ก็เริ่มเห็นแสงสว่างปรากฏบนเส้นทางเลี้ยงชีวิตอีกครั้ง เมื่อ "ศูนย์สินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอท็อป) จังหวัดชายแดนภาคใต้" ซึ่งตั้งอยู่ในต.ท่ากำชำ อ.หนอกจิก จ.ปัตตานี ได้ฤกษ์เปิดตัวและเปิดพื้นที่ให้ชาวบ้านขนสินค้าและของดีประจำถิ่นมาวางขายนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา

 "ก๊ะเม๊าะ จินิ" อายุ 52 ปี ชาวบ้าน หมู่ 6 ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ในฐานะรองประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ผู้ผลิตน้ำพริกกุ้งเสียบปัตตานี กล่าวว่า การมี "ศูนย์โอท็อป ชายแดนภาคใต้" ถือเป็นสิ่งที่ดีในการช่วยเหลือชาวบ้านได้อย่างแท้จริง เพราะหากเทียบกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจที่รัฐพยายามขับเคลื่อนพบว่าส่วนมากจะเป็นการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการรายใหญ่ ในขณะที่ประชาชนจะได้รับความช่วยเหลือในระดับที่ยังมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก

 "ศูนย์โอท็อปชายแดนภาคใต้แห่งนี้จะช่วยให้สินค้า 3 จังหวัดมีช่องทางออกสู่ตลาดอย่างเป็นหลักแหล่งแล้ว จะยังเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ผลิตสินค้ามีช่องทางจำหน่ายมากว่าที่ผ่านมา เนื่องจากในอดีตที่ต้องขนของเร่ขายตามตลาดหรือออกงานตามสถานที่ต่างๆ จึงมั่นใจว่าศูนย์โอท็อปแห่งนี้จะช่วยให้คนในพื้นที่ 3 จังหวัดมีรอยยิ้มขึ้นมาได้บ้าง" ก๊ะเม๊าะ กล่าว

 เช่นเดียวกับ "ชยาวรรณ กันทอง" จากกลุ่มผู้ผลิตกระเป๋าชายแดนใต้ กล่าวว่า ข้อดีของศูนย์โอท็อปแห่งนี้ คือการเปิดโอกาสให้คนในพื้นที่นำสินค้าที่มีอยู่มาวางจำหน่ายได้อย่างเท่าเทียม และไม่มีการเก็บค่าเช่าแผงซึ่งถือเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยให้อยู่รอดแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นระบบเศรษฐกิจในท้องถิ่นให้ขับเคลื่อนได้เต็มที่อีกด้วย

  "ที่สำคัญทำเลและที่ตั้งของสถานที่แห่งนี้ถือเป็นประตูเข้าและออกพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ทำให้มั่นใจจะสามารถกระจายสินค้าไปยังนอกพื้นที่โดยผ่านนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมาอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งนับเป็นการแก้ปัญหาได้ตรงความต้องการของชาวบ้านระดับรากหญ้าอย่างแท้จริง" ชยาวรรณ กล่าว

  ขณะที่ว่าที่ ร.ต.เลิศเกียรติ วงศ์โพธิพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวยืนยันว่า ศูนย์แห่งนี้เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของทุกฝ่ายในท้องถิ่นชายแดนภาคใต้ ด้วยความมุ่งหวังที่จะกระตุ้นและยกระดับเศรษฐกิจความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนให้ดีขึ้นและมั่นใจว่าหลังจากเปิดให้บริการแล้ว ที่แห่งนี้จะกลายเป็นศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้า 3 จังหวัดครบวงจร อีกทั้งจะกลายเป็นศูนย์กลางกระจายผลผลิตชายแดนภาคใต้ออกสู่ตลาดทั่วประเทศทั้งในรูปแบบปลีกและส่ง

  "ด้วยทำเลที่ตั้งซึ่งเป็นประตูด่านแรกสู่พื้นที่ชายแดนภาคใต้ ประกอบกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี (อบจ.)อาสาเป็นหัวเรือใหญ่ทำหน้าที่บริหารจัดการและประสานงานกับองค์กรท้องถิ่นนำสินค้าเด่นประจำจังหวัดมาจำหน่ายเพื่อยกระดับให้ศูนย์โอท็อปชายแดนภาคใต้แห่งนี้ ทำให้มั่นใจได้ว่าอนาคตจะเป็นแหล่งสร้างงาน สร้างอาชีพและสร้างรายได้ให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ดีขึ้นเป็นลำดับ" ว่าที่ ร.ต.เลิศเกียรติ กล่าว

  ด้วยงบประมาณก่อสร้าง 33 ล้านบาท บวกกับแรงขับเคลื่อนในด้านต่างๆ จากทุกภาคส่วนในท้องถิ่น ทำให้เกิดศูนย์โอท็อปชายแดนใต้ขึ้นมาอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ในอนาคตยังมีแผนการพัฒนาให้สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่สำคัญที่ใครไปใครมาต้องแวะ โดยเฉพาะเป้าหมายการเปิดศูนย์อาหารฮาลาล ซึ่งรวบรวมอาหารรสเลิศจากพื้นที่ 3 จังหวัดมาจัดจำหน่าย ตลอดจนการเปิดโซนแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นชายแดนภาคใต้ รวมทั้งจุดจำหน่ายสินค้าทางทะเลราคาย่อมเยาอีกด้วย

"สุพิชฌาย์ รัตนะ "