
4 กองทัพภาคปูพรมล่าฮาร์ดคอร์
แม้ว่ารัฐบาล-ศอฉ.จะยกเลิก "เคอร์ฟิว" แต่สถานการณ์ก็ไม่นิ่งตาม เพราะมีผู้กระทำความผิด "กลุ่มฮาร์ดคอร์" หลบหนีอยู่จำนวนหนึ่ง
ทำให้การประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมา ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ศอฉ.
มีมติร่วมกันที่จะยังคงประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ต่อไปอย่างไม่มีกำหนด เพราะดัชนีชี้วัดเกี่ยวกับสถานการณ์ยังไม่นิ่งร้อยเปอร์เซ็นต์
เพราะในพื้นที่ “ภาคอีสาน-ภาคเหนือ” ยังมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงอยู่เนืองๆ โดยเฉพาะเหล่าบรรดา “วิทยุชุมชน” ที่ยังปลุกระดมให้กลุ่มคนเสื้อแดงออกมาต่อต้านรัฐบาล “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรี
มีมติให้คง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไว้ในพื้นที่ กทม. และพื้นที่ต่างจังหวัดรวม 24 จังหวัด เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ประกาศไว้ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน ที่ผ่านมา เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ทหาร ในการดูแลความสงบเรียบร้อยของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ปักหลักชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์
สาเหตุหลักที่ “รัฐบาล-ศอฉ.” ตัดสินใจประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เนื่องจากมีกองกำลังติดอาวุธที่แอบแฝงอยู่ในพื้นที่การชุมนุมเพื่อรอจังหวะตอบโต้ “รัฐบาล-ศอฉ.”
ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยรวมแต่อย่างใด โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย แม้ว่าที่ผ่านมาชาวต่างชาติจะเลิกการเดินทางเข้ามาในประเทศ เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย
แต่หลังเหตุการณ์ “เลวร้าย” ผ่านพ้นไปในทิศทางที่ดีแล้ว และเป็นสัญญาณที่ดีที่ชาวต่างชาติทั้ง 26 ประเทศยกเลิก และพร้อมที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยได้อย่างตามปกติแล้ว
นอกจากนี้สิ่งหนึ่งที่ “รัฐบาล-ศอฉ.” มีความเป็นห่วงและกังวลมาก โดยเฉพาะการจับกุมกลุ่มแกนนำคนเสื้อแดง ที่ขณะนี้ยังหลบซ่อนอยู่
โดยเฉพาะกลุ่มฮาร์ดคอร์ “อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง-สุภรณ์ อัตถาวงศ์” ที่ระเห็จไปคนละทิศละทาง บ้างก็มีข่าวว่ามีนักการเมืองระดับชาติและระดับท้องถิ่น คอยคุ้มกะลาหัวเอาไว้ เพื่อตบตาการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
จากสายข่าวพบการเคลื่อนไหวของกลุ่มฮาร์ดคอร์ตามพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะตัวของ “อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง” ไปโผล่อยู่ที่บ้านเกิดใน จ.ราชบุรี กบดานอยู่ใต้ปีกนักการเมือง
ส่วน “สุภรณ์ อัตถาวงศ์” อยู่ในพื้นที่แถบตะวันออกเฉียงเหนือ แต่จากการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ก็ยังไม่พบ “ตัวเป็นๆ“ ของกลุ่มฮาร์ดคอร์ที่ว่าแม้แต่รายเดียว
ทำให้ ณ เวลานี้ “รัฐบาล-ศอฉ.” ต้องเร่งปฏิบัติการจับกุม เพราะส่วนหนึ่งยังคงห่วงว่ากลุ่มฮาร์ดคอร์เหล่านี้จะไปปลุกระดมมวลชนคนเสื้อแดงลุกขึ้นมาต่อต้านรัฐบาลระลอกใหม่
เบื้องต้น “สุเทพ เทือกสุบรรณ” รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะ ผอ.ศอฉ. ได้สั่งตรงมายัง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เพื่อปิดชายแดนติดตาม “ไล่ล่า” กลุ่มฮาร์ดคอร์เหล่านี้
โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน 19 จังหวัด ที่เป็นฐานที่มั่น “ชั้นดี” ของกลุ่มคนเสื้อแดง จึงได้กำชับให้ พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 ในการกวดขันเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพื่อป้องกันให้กลุ่มฮาร์ดคอร์ที่หลบหนีอยู่ในเวลานี้ ออกนอกประเทศ โดยเฉพาะประเทศกัมพูชา ซึ่งที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยใช้เป็นฐานที่มั่นในการตอบโต้ประเทศไทยมาแล้วครั้งหนึ่ง
ส่วนในพื้นที่ภาคเหนือ 17 จังหวัด ก็มีมวลชนคนเสื้อแดงไม่น้อยกว่าในพื้นที่ภาคอีสาน โดยเฉพาะคุ้มนักการเมืองก็มีมากโขพอที่จะให้กลุ่มฮาร์ดคอร์ที่หลงเหลือจากการจับกุมใช้เป็นที่พักพิงเพื่อซ่องสุมคอยจังหวะเหมาะสมขึ้นมาตอบโต้รัฐบาลอีกครั้ง
โดยให้ พล.ท.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน แม่ทัพภาคที่ 3 เฝ้าระวังในการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะการหลบซ่อนเข้าไปอาศัยอยู่แนว “กันชน” ตะเข็บชายแดนฝั่งตรงข้าม
ขณะที่ในพื้นที่ภาคกลาง 26 จังหวัด แม้ว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้วก็ตาม แต่ด้วยความรับผิดชอบ พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ก็สั่งกองกำลังที่มีอยู่ ทั้งกองกำลังบูรพา จ.ปราจีนบุรี และกองกำลังสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี เพื่อวางมาตรการเข้มป้องกันกลุ่มคนเหล่านี้หลบหนีเช่นกัน เนื่องจากพื้นที่ทั้งสองกองกำลังอยู่ติดกับแนวชายแดนไทย กัมพูชา และพม่า
สำหรับพื้นที่ภาคใต้ 14 จังหวัด ที่ขณะนี้สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เริ่มปะทุขึ้นมาอีกระลอกหลังจากสถานการณ์ “เผาบ้าน เผาเมือง” ในพื้นที่ กทม. และต่างจังหวัดจบลง โดยการลงพื้นที่ของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผู้บัญชาการทหารบก เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ที่ผ่านมา ก็ได้กำชับให้ พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4
สกรีนพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย เช่นกัน เพื่อป้องกันการอาศัยจังหวะในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้วุ่นวาย หลบหนีออกนอกประเทศตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย เห็นทีการปิดชายแดน 4 ด้าน “เหนือ-อีสาน-ใต้-กลาง” เพื่อค้นหาตัวกลุ่มแกนนำฮาร์ดคอร์ คงไม่ไกลเกินเอื้อม หากร่วมกันสนธิกำลังของตำรวจทั้ง 9 ภูธรด้วยแล้ว งานนี้กลุ่มฮาร์ดคอร์คงรอดยาก
ทีมข่าวความมั่นคง



