
“พิพัฒน์” ยันคัดกรองสุวรรณภูมิไม่หละหลวม สั่งเลิกผ่อนปรน “ลูกเรือ” ตรวจเข้มเทียบผู้โดยสาร
“พิพัฒน์” ยันระบบสนามบินไม่หลวม ยอมรับอดีตเน้น “ให้เกียรติลูกเรือ” สั่งรื้อแนวปฏิบัติทันที ปรับเกณฑ์ตรวจเข้มกัปตัน-แอร์เท่าเทียมผู้โดยสารทั่วไป มั่นใจเครดิตไทยยังดี ออสเตรเลียไม่แบน
กรณีสาวแอร์โฮสเตสสายการบินไทยถูกจับกุม หลังลักลอบนำเฮโรอีนเข้าประเทศออสเตรเลีย สังคมตั้งคำถามว่า เหตุใดถึงเล็ดลอดออกจากสนามบินสุวรรณภูมิไปได้
30 มิ.ย. 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า ตนได้แจ้งไปยัง ผู้อำนวยการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ซึ่งปกติที่ผ่านมาสำหรับผู้โดยสารขาออกนอกประเทศ เรามีการตรวจวัตถุระเบิด ในส่วนยาเสพติดเรามีสุนัขช่วยดมกลิ่น ซึ่งยอมรับว่าต้องมีการปรับปรุงในส่วนนี้
ส่วนเหตุการณ์นี้จะทำให้คนไทยเดินทางไปต่างประเทศลำบากขึ้นหรอืไม่นายพิพัฒน์ กล่าวว่า คนไทยที่ไปต่างประเทศจะมีการสุ่มตรวจแต่ก็คงไม่ใช่เฉพาะแค่คนไทย ซึ่งคนทุกประเทศเมื่อไปถึงประเทศปลายทาง ต้องถูกสุ่มตรวจด้วยสุนัขอยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติที่จะต้องมีการตรวจคนทุกชาติ ไม่ได้เน้นที่คนไทยอย่างเดียว ดังนั้นเราต้องกลับมามองบุคลากรที่เป็นนักบิน สจ๊วตและแอร์โฮสเตส ที่ในอดีตเราต่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน ตอนนี้จึงต้องมีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้นเหมือนกับผู้โดยสารทั่วไป
เมื่อถามว่าสายการบินไทยมีมาตรการอะไรออกมาบ้างแล้วหรือไม่ เช่น การยกเลิกเที่ยวบินไปยังออสเตรเลีย นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ยัง แต่เรามีการประสานอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเหตุการณ์เพิ่งเกิด หลังจากนี้คงต้องให้ผู้บริหารของการบินไทย AOT รวมถึงสถาบันการบินพลเรือน เพื่อกำชับให้มีความเข้มงวดมากขึ้น และยืนยันว่ายังไม่มีการยกเลิกเที่ยวบินไปยังออสเตรเลีย
ส่วนจากเหตุการณ์นี้จะทำให้สายการบินจากประเทศไทยถูกตรวจสอบเข้มข้นขึ้นหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เขาตรวจสอบเข้มข้นตลอดเวลาอยู่แล้ว ไม่ว่าสายการบินเหล่านั้นจะบินมาจากประเทศอะไร โดยเฉพาะในประเทศออสเตรเลีย ขนาดอาหารที่เราพกไป เมื่อตรวจพบก็ให้นำออกไป
เราหละหลวมไม่ได้ เราถือปฏิบัติตามปกติ ถ้าบอกว่าเราหละหลวมแสดงว่าของเราใช้การไม่ได้ แต่เรามีมาตรการตรวจเป็นปกติอยู่แล้ว ทั้งในเรื่องความปลอดภัยและยาเสพติด ซึ่งมีการตรวจอยู่ตลอดเวลา แต่การซุกซ่อนแบบนี้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ก็มีการตรวจสอบและเช็คการข่าวเชิงลึก ดังนั้นขอให้สบายใจ แต่เป็นเรื่องธรรมดาว่าเราเป็นผู้ระวัง โดยเชื่อว่าจะมีโอกาสที่เล็ดลอดเหมือนกันในหลายประเทศ แต่เราต้องพยายามหามาตรการเพิ่มขึ้น อาจต้องอาศัยเทคโนโลยีหรือเครื่องมือมาใช้ในการตรวจสอบ "
นายพิพัฒน์ ยอมรับว่าที่ผ่านมามีแนวปฏิบัติในการให้เกียรติบุคลากรการบิน ทั้งกัปตัน สจ๊วต และแอร์โฮสเตส จึงอาจไม่ได้เน้นย้ำการตรวจค้นยาเสพติดด้วยสุนัขดมกลิ่นอย่างเข้มงวดเท่าผู้โดยสารทั่วไป
เมื่อถามว่าในต่างประเทศมีการใช้อุปกรณ์ตรวจหรือไม่ นายพิพัฒน์ ระบุว่า ส่วนใหญ่เขาใช้สุนัขดมกลิ่น แต่วิธีการซุกซ่อนของขบวนการมีหลายวิธี ทั้งบรรจุในกระป๋องอาหาร เมื่อตรวจก็พบว่าเป็นอาหารกระป๋อง จึงไม่สามารถรับรู้ในส่วนข้างใน แต่ทางที่ดีคือต้องหาวิธีการและเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สามารถสแกนข้างในได้ว่ามียาเสพติดหรือไม่
นายพิพัฒน์ เชื่อมั่นว่า เหตุการณ์นี้จะไม่ส่งผลให้ประเทศออสเตรเลียสั่งแบนหรือยกเลิกเที่ยวบินจากสายการบินไทย เนื่องจากทั้งสองประเทศมีความร่วมมือซึ่งกันและกันมาโดยตลอด พร้อมยืนยันว่าเครดิตประเทศไทยยังไม่เสียหาย เพราะเรามีมาตรฐานต่างๆ ตามสากล



