
บุคลิกใหม่ของตำรวจ
ต้องยอมรับว่าวิทยุชุมชนในต่างจังหวัดโดยเฉพาะภาคเหนือและอีสาน มีอิทธิพลต่อชาวบ้านมากทีเดียว
ช่วงวิกฤติบ้านเมือง 2-3 เดือนที่ผ่านมานี้ เกิดสงครามช่วงชิงมวลชน ยุยง ปลุกปั่น ผ่านสื่อวิทยุและโทรทัศน์ ทั้งฝ่ายเสื้อแดงกับเครือข่ายของรัฐ
กองทัพกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พยายามใช้สื่อวิทยุเป็นเครื่องมือเช่นกัน
วันก่อน พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ผบก.ประจำกองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดตัวคลื่นวิทยุตำรวจนครบาลเอฟเอ็ม 99.5 ช่วงเย็นเพื่อรายงานการจราจรและคดีสำคัญๆ ที่ประชาชนให้ความสนใจ
ถือเป็นเรื่องใหม่ที่ตำรวจใช้สื่อในการทำความเข้าใจกับประชาชน อย่างน้อยก็ให้เกิดความรู้สึกทางบวกบ้าง
สื่อวิทยุในกรุงเทพฯ มีคนฟังไม่น้อยโดยเฉพาะในช่วงเย็นเน้นเรื่องจราจรตอนกลับบ้าน ช่วงค่ำมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่มาตอบปัญหาและนำเสนอโครงการต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อคนกรุงเทพฯ และปริมลฑล
เริ่มวันแรกพฤหัสบดีที่ 3 มิถุนายน ที่ผ่านมา ได้ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 เจ้าของโปรเจกท์ดังมากมาย มาย้ำถึงโครงการเพื่อประชาชนอีกครั้งไม่ว่างานจากชุดปะ ฉะ ดะ, ตำรวจสายสมรและใหม่ล่าสุด "ตำรวจนครบาล 1 พึ่งได้"
อันหลังนี้ ผู้การแต้มมีแนวคิดจะปรับปรุงการทำงานของตำรวจโรงพักเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีกับชาวบ้าน อย่างน้อยก็สร้างภาพลักษณ์ใหม่ๆ ให้แก่ตำรวจนครบาล
ผู้การฯ ยังท้าด้วยว่า โรงพักในเขต บก.น.1 จะปรับรูปโฉมใหม่หมด ชาวบ้านโทรแจ้งเรื่องเดือดร้อน, ขอความช่วยเหลือ หรือแม้แต่คดีความต่างๆ ตำรวจที่รับสายในโรงพัก จะมีคำตอบหรือทางออกให้นัยว่าพึ่งพาได้ทุกเรื่อง
ที่ผู้การแต้มเน้นคือ การพูดจาต้องไพเราะ สุภาพ ไม่มีกระโชกโฮกฮากเหมือนแต่ก่อน เรียกว่าน้องๆ โอเปอเรเตอร์ตามบริษัทห้างร้านเลยทีเดียว
ทั้งรายการวิทยุตำรวจนครบาลและโครงการ "ตำรวจนครบาล 1 พึ่งได้" จะเป็นจุดเปลี่ยนให้ช่องว่างระหว่างชาวบ้านกับตำรวจแคบลง หากการสื่อสารกับชาวบ้านปฏิบัติได้จริง ความเชื่อถือศรัทธากลับมา งานของตำรวจจะง่ายขึ้นเยอะ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของระดับปฏิบัติด้วย หากยังรีดไถ ไม่ใส่ใจทุกข์สุขของชาวบ้าน ก็ยากจะสำเร็จ
ถ้าจะทำกันจริงๆ ลองไปศึกษารูปแบบสื่ออย่างมืออาชีพ ไปดูงานตามสถานีวิทยุ โทรทัศน์เพื่อนำมาปรับปรุงตำรวจหัวด้านนี้น่าจะมีอยู่ หาโปรดิวเซอร์เก่งๆ รับรองโครงการนี้ไปได้สวย
ดีเจวิทยุชุมชนยังเกิดได้ทำไมรายการ "ตำรวจพบประชาชน" จะหวังไม่ได้ หากผู้บังคับบัญชาสนับสนุนจริงๆ !!



