ข่าว

ปชป.แจงส.ส.ตะวันออกไม่ได้ทวงโควตารมต.

ปชป.แจงส.ส.ตะวันออกไม่ได้ทวงโควตารมต.

07 มิ.ย. 2553

โฆษกปชป.แจงส.ส.ภาคตะวันออกไม่ได้ทวงโควตารมต.แค่สะท้อนเสียงชาวบ้าน ย้ำปรับครม.เพื่อบรรลุ 3 ภารกิจหลักท้า “ พร้อมพงศ์ ” เปิดชื่อส.ส.ตกเขียว ปูด “ สุทิน ” ให้สัมภาษณ์สื่อนอกเตรียมก่อการร้าย

(7มิ.ย.) เวลา 11.00 น. นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงกรณีการปรับคณะรัฐมนตรีว่า กรณีที่มีข่าวการเคลื่อนไหวของส.ส.ภาคเหนือและภาคตะวันออกที่ไม่พอใจการปรับครม.ครั้งนี้นั้น ถือว่าเกิดจากเสียงสะท้อนของประชาชนในพั้นทีที่กลัวว่าจะไม่สามารถขับเคลื่อนโครงการต่างๆผ่านรัฐมนตรีของภาคนั้น ๆ ได้ ทั้งนี้ตนได้พูดคุยกับส.ส.ภาคตะวันออกแล้ว ได้รับการยืนยันว่าเป็นเพียงการสะท้อนความคิดของประชาชนเท่านั้น ไม่ได้มาทวงหรือต่อรองตำแหน่ง ซึ่งพรรคได้ยืนยันว่าจะไม่ให้เกิดช่องว่างในการขับเคลื่อนนโยบายในทุกภาคของประเทศ

 สำหรับเรื่องตัวบุคคลนั้นเป็นที่เข้าใจกันตั้งแต่มีการจัดตั้งรัฐบาลครั้งแรกแล้วว่าต้องมีการสับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสม และไม่ใช่ว่าคนที่ถูกปรับออกไปนั้นมีความบกพร่องในการทำงาน ส่วนกรณีของนายไพฑูรย์ แก้วทอง อดีตรมว.แรงงานที่ส.ส.ภาคเหนือออกมาแสดงความไม่พอใจนั้น ถือว่าเป็นการเปิดโอกาสให้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถท่านอื่นในพรรคได้มีโอกาสเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานของนายกรัฐมนตรี และนายไพฑูรย์ก็ยังเป็นผู้ใหญ่ที่เคารพของพรรคด้วย

 การปรับครม.นั้นเพื่อดำเดินภารกิจ 3 ประการให้ประสบความสำเร็จคือ 1. แผนปรองดอง 5 ข้อของนายกรัฐมนตรี 2. การเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการชุมนุม และ 3. เพื่อเดินหน้าฟื้นความเชื่อมั่นให้กลับคืนมา เห็นได้จากการที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปร่วมประชุมเวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรั่ม ที่ประเทศเวียดนามนั้น ได้รับการตอบรับอย่างดีจากสื่อมวลชนต่างประเทศ รวมทั้งไม่มีการซักถามถึงการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่แม้จะมีความพยายามจากเครือข่ายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผ่านบริษัทล็อบบี้ยิสต์ก็ตาม ซึ่งการเคลื่อนไหวขอพ.ต.ท.ทักษิณในต่างประเทศนั้นปรากฎชัดและสอดคล้องกันกับการเคลื่อนไหวในประเทศ

 นพ.บุรณัชย์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยออกมากล่าวหาว่า การปรับครม.ครั้งนี้มีการใช้เงิน 7-8 หลักเพื่อต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องเท็จ นายพร้อมพงศ์จงใจพูดให้เกิดความคลุมเครือ รัฐบาลชุดนี้ไม่มีพฤติกรรมเหมือนรัฐบาลในอดีตที่พรรคเพื่อไทยมีส่วนร่วมด้วยในการใช้ธุรกิจการเมืองมาสร้างความเสียหายให้กับบ้านเมือง ดังนั้นขอท้านายพร้อมพงศ์ว่า ให้พูดความจริงให้ชัดว่าเป็นใคร พรรคจะได้ดำเนินการฟ้องร้องเพื่อไม่ให้มีการใส่ร้ายทางการเมืองอีก หากไม่กล้าพูดประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเองว่านายพร้อมพงศ์ชอบเล่นการเมืองแบบเก่า ปั้นน้ำเป็นตัว และชอบใส่ร้าย

 นพ.บุรณัชย์ กล่าวอีกว่า พรรครู้สึกกังวลจากกรณีที่นิตยสารไทม์ฉบับวันที่ 7 มิ.ย.ลงบันทึกคำให้สัมภาษณ์ของนายสุทิน คลังแสง อดีตส.ส.มหาสารคาม พรรคพลังประชาชน ที่ระบุว่า “ รู้สึกกังวลว่าขณะนี้ในภาคอีสานจะเป็นฐานปฏิบัติการใต้ดินเพื่อต่อต้านอำนาจรัฐ เพราะขณะนี้คนที่นี่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง ดังนั้นเราต้องเตรียมพร้อมสำหรับการดำเนินการก่อการร้าย ” ( People are filled with hatred, and we must be prepared for a campaign of terrorism ) ซึ่งการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ถือเป็นการยืนยันว่าความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้นจะนำไปสู่ขบวนการใต้ดินโดยการก่อการร้าย ดังนั้นรัฐบาลต้องดำเนินการแก้ปัญหาและผู้ที่ให้สัมภาษณ์ก็ควรออกมาชี้แจงว่าสิ่งที่พูดไปนั้นหมายความว่าอย่างไร