
อนุฯ กมธ.ฟอกเงิน ประสาน ก.ล.ต.-ธปท.-ปปง. ตรวจสอบกลุ่ม Payment ลอบโอนเงิน Forex
อนุฯ กมธ.ฟอกเงินฯ ประสาน 3 หน่วยงานระดับประเทศ สอบ 3 บริษัทระบบชำระเงิน หลังหลักฐานมัดตัว แอบเป็นตัวกลางโอนเงินเข้าเว็บ Forex เสียหายกว่าพันล้านบาทต่อปี
มีรายงานข่าวว่า นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการป้องกันการฟอกเงิน เร่งประสานความร่วมมือกับ 3 หน่วยงานตรวจสอบระดับประเทศ เพื่อเข้าตรวจสอบกลุ่มบริษัทระบบรับชำระเงิน (Payment Gateway) หลังพบเบาะแสสำคัญว่าอาจเป็นช่องทางโอนเงินให้กับแพลตฟอร์มซื้อขาย Forex ต่างประเทศที่ผิดกฎหมายในไทย ซึ่งสร้างความเสียหายสะพัดกว่าพันล้านบาทต่อปี
จากการตรวจสอบเอกสารและหลักฐานธุรกรรมเบื้องต้น พบพฤติการณ์ของกลุ่มบริษัทในไทยที่ได้รับใบอนุญาตระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ แต่กลับมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับกลุ่มโบรกเกอร์ Forex ชื่อดังอย่างย้อนแย้ง
- บริษัท พ. (นามสมมุติ): พบพฤติการณ์รับชำระเงินผ่านระบบ QR Code หน้าเว็บไซต์ โอนเข้าบัญชีบริษัทโดยตรงเพื่อเติมเงินเข้าสู่ระบบของ โบรกเกอร์ A
- บริษัท ม. (นามสมมุติ): พบหลักฐานสลิปการโอนเงินและเส้นทางธุรกรรมเชื่อมโยงกับการเติมเงินเข้าสู่แพลตฟอร์มของ โบรกเกอร์ O และ โบรกเกอร์ F
- บริษัท อ. (นามสมมุติ): พบเบาะแสการทำหน้าที่เป็นตัวกลางชำระเงิน (SmartPay) ให้กับกลุ่มแพลตฟอร์มรายใหญ่ ทั้ง โบรกเกอร์ V, โบรกเกอร์ F, โบรกเกอร์ E และ โบรกเกอร์ A
ทางคณะอนุกรรมาธิการฯ เตรียมทำหนังสือจี้ถามและขอความร่วมมือในการกวาดล้างขบวนการนี้ ประกอบด้วย
1. สำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบว่ามีบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือกลุ่มทุนใดแอบเบื้องหลังเข้าไปรับเงินจากธุรกิจ Forex ผิดกฎหมายเหล่านี้หรือไม่
2. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตรวจสอบกลุ่มบริษัทที่ได้ใบอนุญาตบริการชำระเงินแทน (Payment Service Provider) แต่กลับนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ รับเงินผิดกฎหมายเข้าสู่ระบบการเงินของประเทศ ซึ่งสร้างความเสียหายรวมกว่าพันล้านบาทต่อปี
3. สำนักงาน ปปง. ขอความร่วมมือให้แกะรอยเส้นทางการเงิน ยึดอายัดทรัพย์สิน และขยายผลดำเนินคดีฐานฟอกเงินกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแบบถอนรากถอนโคน
ปัจจุบันในประเทศไทยยังไม่มีการออกใบอนุญาตให้โบรกเกอร์ Forex รายใด ให้ดำเนินธุรกิจชวนประชาชนซื้อขายเงินตราต่างประเทศอย่างถูกกฎหมาย การใช้ช่องทางกลุ่มบริษัทรับชำระเงินเหล่านี้ จึงเป็นเป้าหมายสำคัญที่เจ้าหน้าที่ต้องสกัดกั้นเพื่อลดจำนวนเหยื่อที่ต้องสูญเสียทรัพย์สินจนหมดตัว



