ข่าว

"ลัก"ท้าวัดรอยรุ่นพี่ 
2ปีขึ้นมือ1ยช.โลก

"ลัก"ท้าวัดรอยรุ่นพี่ 2ปีขึ้นมือ1ยช.โลก

07 มิ.ย. 2553

"น้องลัก" ลักษิกา คำขำ นักหวดสาววัย 16 จากจันทบุรี ประกาศเดินตามรอยรุ่นพี่ "น้องนก" นพวรรณ เลิศชีวะกานต์ ขออีก 2 ปี จะทำอันดับก้าวไปเป็นมือ 1 ของโลกในระดับเยาวชนให้ได้


 หลังจากที่การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้เปิดโครงการศูนย์พัฒนากีฬาอาชีพ พร้อมกับร่วมสนับสนุนงบประมาณให้แก่นักกีฬาอาชีพไทย เพื่อเข้าร่วมแข่งขันรายการระดับนานาชาติ โดยมี 12 ชนิดกีฬาที่อยู่ในข่าย ประกอบด้วย กอล์ฟ, ตะกร้อ, เทเบิลเทนนิส, บิลเลียด, แบดมินตัน, โบว์ลิ่ง, ฟุตบอล, มวยอาชีพ, รถจักรยานยนต์, รถยนต์, วอลเลย์บอล และเทนนิส
 ล่าสุด นายพีระ ฟองดาวิรัตน์ รองผู้ว่าการ กกท.ฝ่ายกีฬาอาชีพและสิทธิประโยชน์ และนายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ บอร์ด กกท. ในฐานะที่ปรึกษาโครงการศูนย์พัฒนากีฬาอาชีพ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการฝึกซ้อมของ "น้องลัก" ลักษิกา คำขำ สาวน้อยวัย 16 ปี จากจันทบุรี หนึ่งในนักกีฬาที่ได้รับงบสนับสนุนจากโครงการดังกล่าว
 "น้องลัก" กล่าวว่า แม้จะเพิ่งตกรอบแรกจากศึกเทนนิสเยาวชนหญิงเดี่ยว เฟรนช์ โอเพ่น ที่ฝรั่งเศส และตกรอบ 2 จากประเภทเยาวชนหญิงคู่จากรายการเดียวกัน แต่ก็ยังไม่ท้อใจ และจะขอเร่งฝึกซ้อมพัฒนาฝีมือของตัวเองต่อไป โดยจากนี้ไปมีคิวไปแข่งขันที่ประเทศเยอรมนี และขอเวลา 2 ปี เพื่อทำคะแนนสะสมแซงขึ้นไปเป็นมือ 1 ของโลกเหมืนอย่างที่ นพวรรณ เลิศชีวะกานต์ สาวเชียงใหม่เคยทำได้มาแล้ว
 "เมื่อเสร็จจากประเทศเยอรมนีแล้ว ก็มีคิวไปแข่งขันที่ประเทศอังกฤษรายการโรแฮมตัน จากนั้นจะไปแข่งเยาวชนวิมเบิลดัน และจากการเป็นนักกีฬาที่ได้รับงบสนับสนุนค่าใช้จ่าย ทำให้ฝีมือมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คือ จากเดิมที่เริ่มต้นด้วยมืออันดับ 900 กว่าเมื่อปี 2007 แต่ตอนนี้อันดับดีขึ้นเรื่อยๆ ปี 2008 อยู่ที่ 400 กว่า ถึงปีนี้อยู่ที่ 41 ของโลก เชื่อมั่นว่าไม่เกิน 2ปี ก่อนที่หนูจะอายุ 18 น่าจะขยับขึ้นไปเป็นมือ 1 ของโลกได้" น้องลักกล่าว
 ด้านนายชัยภักดิ์กล่าวว่า นอกจากเงินสนับสนุนจาก กกท.แล้ว ลักษิกายังได้รับงบสนับสนุนจากสหพันธ์เทนนิสนานาชาติ หรือไอทีเอฟ ที่ให้ทุนไปแข่งขันยังต่างประเทศเพิ่มด้วย นอกจากนี้ ลักษิกากำลังรอคำตอบอยู่ว่า จะได้ไปแข่งเทนนิสยูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 1 ในเดือนสิงหาคม ที่สิงคโปร์หรือไม่ เพราะรายการนี้ไอทีเอฟจะจัดให้มีการแข่งขันรอบเมนดรอว์รวม 32 คน โดยดูจากอันดับโลก 40-50 อันดับแรก และให้โควตาแต่ละชาติสูงสุดแค่ 2 คน ทำให้สาวไทยรายนี้มีสิทธิ์ไปยูธโอลิมปิกมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ส่วนนายพีระกล่าวว่า ในแง่ของพัฒนาการจะเห็นได้ชัดเจนว่า ลักษิกามีรูปร่างที่สูงใหญ่ขึ้นมาก แถมอันดับโลกก็ดีขึ้นจนผิดหูผิดตา ทำให้ กกท.พอใจเป็นอย่างมาก จากการประเมินผลเบื้องต้นน่าจะได้รับการสนับสนุนต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อลักษิกาสามารถทำรายได้ที่มากขึ้นจนเลี้ยงตัวเองได้ กกท.ก็อาจจะเลิกให้เงินสนับสนุน เช่นเดียวกับกีฬาอาชีพอื่นๆ เพราะโครงการนี้เป้าหมายหลักเหมือนอาชีพครูคือ พาไปให้ถึงฝั่งเท่านั้น ที่เหลือนักกีฬาก็จะต้องเดินหน้าต่อไป