
ไฟไหม้รร.บ้านก่ออ.วารินชำราบอุบลฯวอด
ไฟไหม้อาคารเรียน 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้อายุ 64 ปีไฟโหมลุกไหม้วอดทั้งหลัง ตำรวจมุ่ง2ประเด็นลอบวางเพลิงก่อความวุ่นวาย และไฟฟ้าลัดวงจร
(6มิ.ย.) เวลา 05.00 น. พ.ต.ต.ทองดี นาหนองตูม สารวัตรเวร สภ.วารินชำราบ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้อาคารเรียนโรงเรียนบ้านก่อ(ก่อวิทยาคาร) ต.แสนสุข อ.วารินชำราบ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ และนำเจ้าหน้าที่ตำรวจไปที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังลุกไหม้อาคารเรียน 2 ชั้นแบบครึ่งปูนครึ่งไม้ จึงขอรถดับเพลิงจากเทศบาลเมืองวารินชำราบ 5 คัน เข้าทำการสกัดเพลิงแต่ไม่สามารถดับเพลิงได้ทันเนื่องจากรถดับเพลิงไม่สามารถใช้งานได้เต็มที่เพราะมีสภาพเก่าประกอบกับอาคารเรียนชั้นบนเป็นไม้จึงเป็นเชื้อเพลิงได้เป็นอย่างดี ทำให้เพลิงได้โหมลุกไหม้โรงเรียนวอดไปทั้งหลังโดยไม่สามารถดับเพลิงได้ทัน
พล.ต.ต.เสริมสุข วีระวงศ์ รักษาการ ผบก.ภ.จังหวัดอุบลราชธานี,พ.ต.อ.ไอศูรย์ สิงหนาท รองผบก.ภ.พ.ต.อ.บุญยศ บุญไพศาล รอง ผบ.ก.ภ.พ.ต.อ.มงคล ลิ้มสุวรรณ ผกก.สภ.วารินชำราบ รุดไปที่เกิดเหตุ สั่งการให้สอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดโดยละเอียด โดยในเบื้องต้นทราบว่าช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงที่นายเกียรติศักดิ์ สายเสมา นักการภารโรง ออกเวรเดินทางกลับบ้านพัก ส่วนครูเวรได้มอบหมายให้นายเกียรติศักดิ์ นักการภารโรงเรียนเข้าเวรแทน
สำหรับอาคารที่เกิดเหตุก่อสร้างเมื่อปีพ.ศ.2486 รวมอายุกว่า 67 ปี เป็นอาคารไม้ 2 ชั้นใต้ถุนโล่งและต่อเติมผนังคอนกรีตกั้นเป็นห้องเรียนเรียนชั้นล่าง ใช้เป็นอาคารอำนวยการประกอบด้วยห้องเรียน 3 ห้อง,ห้องผู้บริหาร 1 ห้อง,ห้องประชุม 1 ห้อง และห้องธุร การ 1 ห้อง มีขนาดความยาวอาคาร 30 เมตร
นายเกียรติศักดิ์ สายเสมา นักการภารโรงกล่าวว่า เข้าเวรดูแลอย่างเคร่งครัดเนื่องจากมีคำสั่งกำชับให้เข้มงวดการดูแลรักษาทรัพย์สินทางราชการเป็นพิเศษในช่วงนี้ ส่วนครูเวรได้มอบหมายให้ตัวเองทำหน้าที่ในเวลากลางคืน ก่อนเกิดเหตุเหตุการณ์ทุกอย่างก็ปกติ จนกระทั่งเวลา 04.30 น.นายเกียรติศักดิ์ ได้ลุกจากห้องพักเวร และเดินทางกลับบ้านพัก กระทั่งทราบว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ โดยเบื้องต้นนายเกียรติศักดิ์ ให้การกับพนักงานสอบสวนว่าโรงเรียนดังกล่าวมีนายขันชัย สินธุประสิทธิ์ เป็น ผู้อำนวยการและไม่เคยมีปัญหากับคนในชุมชน
ส่วนผู้เห็นเหตุการณ์ นางเสาวนีย์ บุญมาวัฒน์ แม่ค้าซึ่งมีบ้านใกล้โรงเรียนกล่าวว่า เห็นควันไฟพุ่งจากห้องฝั่งทิศตะวันออก ชั้น 2 ซึ่งเป็นห้องผู้บริหาร และไฟได้โหมลุกไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็วจึงพร้อมเพื่อนบ้านพากันช่วยขนของออกจากอาคารและโทรศัพท์แจ้งเหตุ มีชาวบ้านสังเกตเห็นรถปิคอัพวิ่งออกจากด้านหลังอาคารที่เกิดเหตุ อาจจะเป็นมือเพลิงที่ก่อเหตุในครั้งนี้
พ.ต.อ.มงคล ลิ้มสุวรรณ ผกก.สภ.วารินชำราบ ได้ให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนทุกคนที่เห็นเหตุการณ์โดยละเอียด พร้อมทั้งประสานกองวิทยาการจังหวัดอุบลราชธานีเข้าทำการพิสูจน์ เก็บรวบรวมหลักฐานเพื่อหาสาเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ต่อไป ในเบื้องต้นตั้งไว้ 2 ประเด็นได้แก่การลอบวางเพลิงเพื่อสร้างสถานการณ์ และ ไฟฟ้าลัดวงจร



