ข่าว

"อภิสิทธิ์"ยันไม่เคยคิดไล่ล่าปชช.ที่บริสุทธิ์

"อภิสิทธิ์"ยันไม่เคยคิดไล่ล่าปชช.ที่บริสุทธิ์

06 มิ.ย. 2553

นายก"อภิสิทธิ์"ยันไม่เคยคิดไล่ล่าปชช.ที่บริสุทธิ์ เตรียมเดินหน้าสร้างความปรองดองในสังคมเต็มที่ ยอมรับแม้บางเรื่องเสร็จไม่ทันรัฐบาลชุดนี้ก็ตาม เผย เหตุยังหาคนนั่งเก้าอี้ปธ.สอบข้อเท็จจริงเหตุ 19 พ.ค. ไม่ได้ เพราะต้องการได้คนที่เป็นที่ยอมรับทุกฝ่าย ลั่นพร้อม

(6มิ.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ"เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" ถึงสถานการณ์ทางการเมืองภายหลังจากเสร็จสิ้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า รายละเอียดต่างๆในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา ตนไม่คงจะจำเป็นที่จะต้องหยิบยกขึ้นมาพูดอีก เนื่องจากการในการอภิปรายที่ผ่านมา ตนเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคงจะได้รับทราบข้อมูลรายละอียดจากการถ่ายทอดไปแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่มีความเป็นห่วง คือ เนื้อหาในการอภิปรายบางช่วงบางตอนอาจจะสร้างความเข้าใจผิดให้กับพี่น้องประชาชน และสังคมได้ โดยเฉพาะเรื่องการผลักใสไล่ล่าพี่น้อชประชาชนที่เดินทางมาร่วมชุมนุมที่ผ่านมา เรื่องนี้ตนขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะตลอดระยะเวลาที่มีการชุมนุมรัฐบาลได้คำนึงอยู่เสมอว่าพี่น้องประชาชนที่เดินทางมาร่วมชุมนุมส่วนใหญ่เดินทางมาร่วมชุมนุมด้วยเจตนาด้วยความบริสุทธิ์ เพื่อเรียกร้องในสิ่งที่เห็นว่าเป็นสิทธิ์ทางการเมือง และขอความเป็นธรรมในสังคม ดังนั้นเราจะเห็นได้ในช่วงที่มีการชุมนุมรัฐบาลไม่เคยเข้าไปในพื้นที่การชุมนุมเลย แต่รัฐบาลจะใช้วิธีการปิดล้อม หรือกระชับวงล้อม เพื่อให้การชุมนุมยุติลง โดยหลีกเลี่ยงการปะทะกัน ส่วนสาเหตุที่เจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปยึดพื้นที่ในบริเวณสวนลุมพินี เนื่องจากเราทราบว่าเป็นพื้นที่ที่มีการไปเก็บรักษาอาวุธเอาไว้ ส่วนเหตุการยิงกันที่พื้นที่วัดปทุมฯนั้น เรื่องนี้คงจะต้องมีการสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า และเมื่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้เสร็จสิ้นลง ตนและรัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการเรื่องแผนการสร้างความปรองดองทั้ง 5 ข้อ ซึ่งนโยบายทั้ง 5 ข้อที่ตนได้ประกาศเอาไว้ได้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เช่น เรื่องที่เป็นเรื่องที่มีความเร่งด่วนมากที่สุด คือ การปฎิรูปประเทศที่มีปัญหาเรื่องความเลื่อมล้ำทางสังคม และในทางเศรษฐกิจในประเทศมาช้านาน เรื่องนี้ได้มีความคืบหน้าไปอย่างมาก โดยมีนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน และคุณหญิงสุพัตรา มาศดิถต์ ได้เข้ามาดูแลทำงานในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเรื่องการที่จะต้องเร่งดำเนินการในทันที คือ การจัดการสำรวจความต้องการของประชาชน เพื่อนำมาเรียงลำดับความสำคัญในการดำเนินการ นอกจากนี้คนที่จะเข้ามาดูแลรับผิดชอบภาพรวมของโครงการนี้ทั้งหมด ตนให้ตัวแทนภาคประชาชนทำการคัดเลือกบุคคล ที่เป็นที่ยอม หรือเป็นบุคคลท่านใด รัฐบาลเองก็พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ และรัฐบาลจะไม่เข้าไปชี้นำในเรื่องดังกล่าวนี้ เพราะรัฐบาลต้องการในกลไกต่างในเรื่องนี้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ นายกฯ กล่าวถึงการปฎิรูปการสื่อสารมวลชน ว่า รัฐบาลได้ประสานไปยังคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีแนวความคิดที่จะดำเนินการในเรื่องดังกล่าวนี้อยู่แล้ว ให้ไปดำเนินการให้ไปดำเนินการร่วมกับองค์กรสื่อวิชาชีพต่างๆ เพื่อให้ดูแลร่วมกัน ซึ่งการพัฒนาสื่อสารมวลชน ตนเห็นว่าการมช้สิทธิเสรีภาพต่างๆของสื่อจะต้องไม่สร้างขัดแย้ง หรือความเกลียดชัง ให้นำไปสู่เหตุการณ์ความรุนแรงอีก ซึ่งเรื่องทั้งหมดนี้ตนได้หารือกับคณะบดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าเรื่องนี้จะมีความชัดเจนภายในสัปดาห์หน้า ส่วนปัญหาเรื่องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ และเรื่องกฎหมายต่างๆ ตนได้ทาบทามนายสมบัติ เจริญคันธวงศ์ อธิการบดี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า ซึ่งได้มีการตอบรับในเรื่องนี้แล้ว และใน ขณะนี้ได้มีการติดต่อนักวิชาการ และอาจารย์จากคณะนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยต่างๆ เข้ามาร่วมดูแลในเรื่องนี้ สำหรับเรื่องการสอบข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ทั้งหมด ในขณะนี้มีการทาบามบุคคลเข้ามาเป็นประธานอยู่ แต่เนื่องจากการแต่งตั้งคณะกรรมการนั้น หากจะให้ครบถ้วนจะต้องให้บุคคลทุกฝ่ายให้การยอมรับคณะกรรมการชุดนี้ ดังนั้นในเรื่องนี้ตนขอเวลาอีกสักระยะหนึ่ง เพระตนต้องการให้คณะกรรมการชุดนี้ได้รับการยอมรับอย่างแท้จริง เพราะหากมีการแต่งตั้งไปแล้ว และไม่ได้รับการยอมรับนับถือ ก็อาจจะเกิดปัญหาความขัดแย้งต่อไปในอนาคตได้ "ผมยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้พร้อมที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการสอบข้อเท็จจริงขององค์กรอิสระต่างๆ ที่จะเข้ามาดำเนินการตรวจสอบ โดยเฉพาะคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ รวมทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพรรคฝ่ายค้าน ในการสอบสวนผม หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งตรงนี้ก็ถือว่าเป็นหลักประกันว่าการหาข้อเท็จจริงต่างๆ ซึ่งหากข้อเท็จจริงใดๆ ออกมาว่าจะต้องดำเนินการอะไรเกี่ยวกับผม หรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ผมและผู้ที่เกี่ยวข้องก็พร้อมที่จะเคารพ และดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา อย่างไรก็ตามแผนการสร้างความปรองดองในบางข้อ อาจจะมีบางเรื่องที่จะไม่สามารถดำเนินการให้เสร็จสิ้นได้ทันในรัฐบาลชุดนี้ แต่ในจังหวะ และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม แผนต่างๆสามารถเดินไปได้ในระดับหนึ่ง บ้านเมืองมีความมั่นคง การตัดสินใจทางการเมืองก็จะเป็นเริ่องที่ผมจะต้องกลับมาพิจารณา " นายกฯ กล่าว