ข่าว

กก.สิทธิฯขีดเส้น4ด.สรุปสอบสลายม็อบแดง

กก.สิทธิฯขีดเส้น4ด.สรุปสอบสลายม็อบแดง

05 มิ.ย. 2553

กรรมการสิทธิฯ ตั้งอนุ กก.เฉพาะกิจสอบสลายม็อบเสื้อแดง โดยประธาน กสม.ลงคุมเอง ขีดเส้น 4 เดือนหาข้อเท็จจริงทุกด้านว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ ก่อนฟ้องร้องแทนเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย ด้านวธ.พาทูต-สื่อนอกชมโบราณสถานดึงนักท่องเที่ยวกลับมาไทย

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เดินหน้าตรวจสอบการสลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก

 รายงานข่าวแจ้งว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาใหม่เป็นการเฉพาะกิจ เพื่อตรวจสอบการสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นจนจบ โดยมีนางอมรา พงศาพิชญ์ ประธาน กสม. เป็นประธานคณะอนุกรรมการ และมีนายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ กรรมการสิทธิฯ ร่วมเป็นกรรมการด้วย

 ส่วนหน้าที่อนุกรรมการนั้น รายงานข่าวแจ้งว่าจะทำงานใน 2 ส่วน ได้แก่ 1.การหาข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นวันที่ 10 เมษายน ที่สี่แยกคอกวัว เหตุการณ์วันที่ 28 เมษายน ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ เหตุการณ์ยิงเอ็ม 79 เข้าที่ถนนสีลม รวมทั้งการกระชับพื้นที่และการเข้าสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม

 ประการที่ 2 เปรียบเทียบกับข้อกฎหมาย รวมถึงการรับเรื่องร้องเรียน และเตรียมฟ้องร้องแทนผู้ที่ได้รับความเสียหาย ตามอำนาจที่รัฐธรรมนูญ 2550 ได้เพิ่มเติมเอาไว้ให้ ดังนั้นเมื่อจะดำเนินการในส่วนนี้จึงต้องให้นายไพบูลย์ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเป็นหนึ่งในคณะอนุกรรมการ

 นายไพบูลย์ กล่าวว่า การสอบสวนเหตุการณ์ของคณะอนุกรรมการนั้นจะไม่มุ่งไปที่เหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งโดยเฉพาะ แต่จะหาหลักฐานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม ซึ่งเป็นวันเริ่มการชุมนุม นอกจากนี้เราต้องหาข้อมูลจากทุกฝั่ง หาพยานหลักฐาน ทั้งพยานเอกสาร พยานวัตถุ และพยานบุคคล เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงมากที่สุดแม้ว่าหลักฐานอาจจะหายากก็ตาม

 "เบื้องต้นเราได้กำหนดกรอบการทำงานไว้ 4 เดือน แต่สามารถขยายเวลาได้หากข้อมูลไม่ครบ และเมื่อได้ข้อเท็จจริงครบถ้วนแล้ว ก็จะนำมาเปรียบเทียบว่าการปฏิบัติงานนั้นเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ ก่อนที่จะนำเสนอต่อคณะกรรมการสิทธิฯ ชุดใหญ่พิจารณาและเผยแพร่ต่อไป" นายไพบูลย์ ระบุ

 นายไพบูลย์ กล่าวถึงการฟ้องร้องแทนผู้ที่ได้รับความเสียหายว่า ตอนนี้คณะกรรมการสิทธิฯ เปิดรับเรื่องร้องเรียนอยู่ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมามีญาติผู้เสียชีวิตมาร้องขอความเป็นธรรมจากคณะกรรมการสิทธิฯ เราก็รวมเรื่องไว้พิจารณาในคณะอนุกรรมการสอบข้อเท็จจริงที่ตั้งขึ้นมาแล้ว

 ส่วนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันเดียวกัน มีการสัมมนาสาธารณะของสถาบันการต่างประเทศสราญรมย์ ดร.โรเบิร์ต บีสวาส ดีเนอร์ บรรณาธิการวารสาร “การศึกษาด้านความสุข” และวารสาร “จิตวิทยาเชิงบวก” บรรยายเรื่อง “ค้นหาความหมายของความสุขเพื่อฝ่าวิกฤต” กล่าวถึงสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยช่วงที่ผ่านมาว่า ย่อมทำให้เกิดความทุกข์ใจ แต่หากมองในอีกด้านหนึ่ง ภาวะขัดแย้ง สงคราม หรือวิกฤติการณ์ นำผลด้านดีมาเช่นกัน

 "จากความขัดแย้งหรือภาวะสงครามที่เกิดขึ้นทั่วโลก จะพบว่าคนที่ได้รับผลกระทบจะสามารถฟื้นตัวขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และในหลายกรณีจะฟื้นกลับมามีสภาพที่ดีกว่าเดิม จิตใจเข้มแข็งยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับบริเวณที่ถูกลาวาภูเขาไฟเผาไหม้ มักเกิดทะเลสาบและระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์กว่าเดิมทดแทน อย่างไรก็ตามผู้ที่พิการหรือได้รับผลกระทบทางร่างกายจะฟื้นความสุขกลับคืนมาได้ไม่เต็มที่นัก" ดร.โรเบิร์ต ระบุ

 ด้าน นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ จิตแพทย์ กรมสุขภาพจิต มองว่า แม้จะเจ็บปวดกับสถานการณ์ความสูญเสีย แต่หากมองด้านบวกก็เห็นว่าเรายังรักษาประชาธิปไตยไว้ได้ และทุกฝ่ายพยายามลดความสูญเสีย รวมทั้งทำให้คนไทยต้องกลับมาตั้งคำถามว่ายังต้องการสภาพสังคมเช่นนี้อีกหรือไม่ ขณะนี้ทุกคนควรกลับสู่ชีวิตปกติ ช่วยกันหลีกเลี่ยงความรุนแรงเกลียดชัง และเปิดรับข้อมูลที่รอบด้านมีทางออกจากสื่อที่ไม่สร้างความเกลียดชังเพิ่มเติม

 ขณะเดียวกัน มาตรการเยียวยาผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สลายม็อบ ยังคงเดินหน้าด้วยการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง โดยในวันนี้ (5 มิ.ย.) มีงาน "Together We Can Charity รวมกันเราทำได้" ที่กรุงเทพมหานครร่วมกับศูนย์การค้าสยามพารากอนจัดขึ้น มีประชาชนสนใจไปเลือกซื้อสินค้าช่วยเหลือผู้ประกอบการ และประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากความไม่สงบทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมาจำนวนมาก งานจะมี 2 วัน คือวันที่ 5-6 มิถุนายน ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น.

 นอกจากมีผู้ประกอบการมาออกร้านจำหน่ายสินค้าลดราคา 160 บูธแล้ว ยังมีคอนเสิร์ตการกุศลจากนักร้อง 10 ค่ายเพลง มาร่วมกันสร้างบรรยากาศคืนรอยยิ้มด้วย และยังเปิดให้ประชาชนร่วมบริจาคเงินเข้ากองทุนรวมกันเราทำได้ เพื่อนำไปฟื้นฟูถนน สะพาน ป้ายจราจร ที่เสียหายจากการชุมนุมที่ผ่านมา ซึ่งสามารถบริจาคผ่านเอสเอ็มเอส หมายเลข 4567890 ผ่านทุกระบบ หรือว่าบริจาคสมทบบัญชีกองทุนรวมกันเราทำได้ ที่ธนาคารกรุงไทยสาขาย่อย ศาลากลางกรุงเทพมหานคร เลขที่บัญชี 088-004-3202

 ด้านกระทรวงวัฒนธรรมนำคณะเอกอัครราชทูตและภริยาจาก 20 ประเทศ 1 องค์กร ได้แก่ บังกลาเทศ บัลแกเรีย ชิลี เดนมาร์ก ฮังการี อินเดีย เกาหลี โปแลนด์ สเปน สหภาพยุโรป รัสเซีย คิวบา อิสราเอล มองโกเลีย พม่า ปากีสถาน เปรู โปรตุเกส แอฟริกาใต้ สโลวัก ยูเครน และสื่อมวลชนจากต่างประเทศ เดินทางเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ได้แก่ แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี 

 นางโสมสุดา ลียะวณิช รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะคณะกรรมการมรดกโลก กล่าวว่า จากการที่ประเทศไทยประสบปัญหาความไม่สงบทางการเมืองในช่วงเดือนพฤษภาคม 2553 ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติมีจำนวนลดลงเป็นอย่างมาก ไม่เข้ามาเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม เพราะมีความวิตกกังวลในปัญหาดังกล่าว ดังนั้นกระทรวงวัฒนธรรมจึงเห็นว่าต้องเร่งสร้างภาพลักษณ์ที่ดีสู่สายตาชาวต่างชาติว่า สถานการณ์ในประเทศไทยเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ซึ่งคณะเอกอัครราชทูตและภริยาจะเป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของเราไปยังประเทศของตนเอง เพื่อดึงนักท่องเที่ยวให้กลับมาเที่ยวประเทศไทยหลังเกิดความสงบอีกครั้ง

 "ในเชิงวิชาการ ประเทศไทยจะได้รับประโยชน์ในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านข้อมูลการบริหารจัดการแหล่งมรดกโลกของประเทศต่างๆ เพื่อนำมาใช้พัฒนาแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่กำลังจะเสนอเป็นมรดกโลก โดยเฉพาะอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำเอกสารขั้นตอนสุดท้าย โดยแปลภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อเสนอเป็นมรดกโลกในปี 2554" นางโสมสุดา กล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการเยี่ยมชมแหล่งโบราณคดีในเมืองอุดรธานี อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทครั้งนี้ได้รับความสนใจจากคณะเอกอัครราชทูตและภริยาอย่างยิ่ง มีการถ่ายภาพ สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับโบราณวัตถุที่สำคัญภายในพิพิธภัณฑ์ตลอดเวลา