
นครบาลถกเครียดหาตัวแก๊งทุบรถชิงเงิน12ล้าน
นครบาลประชุมเครียดเร่งหาตัว"แก๊งทุบรถ"กระบะวีโก้ ชิงเงิน 12ล้าน คาดฝีมือชาวต่างชาติ อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานขอหมายจับ ระบุอาจมีคนร้ายมากกว่า 2 คน ผบช.น.สั่งตรวจสอบภาพวงจรปิดหารถเกี่ยวข้อง ขณะที่ฝ่ายสืบสวนพบยางล้อหลังรถเหยื่อ ถูกกรีด-ปล่อยลม คาดฝีมือแก๊งที
(5มิ.ย.) ภายหลังเกิดเหตุคนร้ายทุบกระจกรถนายวิรัตน์ ปัญญาพฤติโชติ เจ้าของรถกระบะโตโยต้า รุ่นวีโก้ ชิงเงินสด 12 ล้านขณะจะนำเงินไปฝากที่ธนาคารกรุงไทย สำนักงานใหญ่ ถ.สุขุมวิท ช่วงเย็นวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา ล่าสุดเวลา 11.00 น.วันนี้ (5มิ.ย.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต ผบก.สส. พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง ผบก.น.5พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา ผกก.สส.บก.น.5พ.ต.อ.มานพ น่วมลิวงศ์ ผกก.กก.3บก.สส. และพ.ต.ต.ปิโยรส กันหะสิริ สว.สส.สน.ลุมพินี ได้ร่วมประชุมเพื่อคลี่คลายคดีดังกล่าว โดยใช้เวลาในการประชุมนานกว่า 1ชั่วโมงจึงเสร็จสิ้น
ภายหลังการประชุมพล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวถึงผลการตรวจสอบรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีบรอนซ์ ทะเบียน กค 924พัทลุง ซึ่งเป็นรถต้องสงสัยที่คาดว่าน่าจะเป็นของคนร้าย ว่า ขณะนี้คดีดังกล่าวได้คืบหน้าไปมาก ตอนนี้รู้ตัวคนร้าย 2คนแล้วน่าจะเป็นชาวต่างชาติ เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเสนอศาลขออนุมัติออกหมายจับเร็วๆ นี้
“ส่วนรถเก๋งวีออสนั้นเชื่อว่าคนร้ายใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุ ตรวจสอบพบว่าเป็นรถเช่ามาจากจ.ภูเก็ตแล้วนำมาก่อเหตุที่กรุงเทพฯ ตอนนี้ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมว่า มีรถยนต์ทั้งหมดกี่คันกันแน่ คาดคนร้ายน่าจะมีมากกว่า 2คน ส่วนมีคนไทยร่วมขบวนการหรือไม่นั้นกำลังสืบสวนสอบสวนอยู่ “ผบช.น.กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ได้รู้ชื่อคนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าวหรือไม่ พล.ต.ท.สัณฐานกล่าวว่า กำลังเร่งออกหมายจับ เมื่อถามต่อว่า เงินสด 12ล้านบาทยังอยู่หรือไม่ พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวว่า “อยากให้อยู่นะครับ จะได้เงินคืน”
นอกจากนี้ พล.ต.ท.สัณฐาน ยังกล่าวด้วยว่า สำหรับคดีนี้คนร้ายรู้ความเคลื่อนไหวของผู้เสียหายตลอด โดยคนร้ายกลุ่มนี้จะนั่งเฝ้าอยู่ตามแหล่งแลกเงินตราต่างประเทศ และสถานที่ท่องเที่ยวในกทม. ตนคาดว่า คนร้ายที่ก่อเหตุนี้ได้ไปดูลาดเลาที่จ.ภูเก็ตแล้ว แต่นักท่องเที่ยวน้อย จึงหันมาก่อเหตุที่กทม.แทน เชื่อว่าน่าเป็นขบวนการของคนร้ายข้ามชาติ
ด้าน พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รองผบช.น. กล่าวว่า ถ้าข้อมูลพร้อมก็ให้พนักงานสอบสวนขอหมายจับทันที ขณะนี้ชื่อคนร้ายมีข้อมูลบ้างแต่ยังไม่ชัดเจนขอตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน เมื่อถามว่าคนร้ายเป็นแขกขาวหรือไม่ พล.ต.ต.สุเมธ กล่าวว่า ไม่ใช่แขกขาวแต่คนผิวขาว
ถามว่าคนร้ายชุดนี้เคยก่อคดีอื่นหรือไม่ พล.ต.ต.สุเมธ กล่าวว่า แผนประทุษกรรมคนร้ายเชื่อว่า น่าจะเป็นมืออาชีพ โดยต้องตรวจสอบข้อมูลประวัติคนร้ายเกี่ยวกับคดีลักษณะเดียวกันว่า เคยก่อเหตุมาก่อนหรือไม่ ถ้าผู้ใดพบเบาะแสรถเก๋งโตโยต้า วีออส ก็ช่วยแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบด้วย
ต่อมาเมื่อเวลา 13.30 น.วันเดียวกัน พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ ผกก.สน.ลุมพินี กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.สัณฐาน .พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุเมธ ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดีนี้เพื่อแบ่งงานกันไปปฏิบัติ โดย สั่งการให้ สน.ลุมพินี รับผิดชอบเรื่องสำนวนการสอบสวน สอบปากคำผู้เสียหาย พยาน และผู้ที่เกี่ยวข้อง ส่วน กก.สส.น.5 ให้รวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับภาพวงจรปิดตามเส้นทางที่ นายวิรัตน์ ผู้เสียหายขับรถผ่านตั้งแต่หน้า บริษัท ซุปเปอร์ริช (ประเทศไทย) จำกัด ย่านราชดำริ จนถึง ธนาคารกรุงไทยสำนักงานใหญ่ สำหรับ บก.สส.บช.น.รับคำสั่งให้ลงพื้นที่ภาคใต้เพื่อหาเบาะแสเกี่ยวกับเจ้าของรถเก๋งโตโยต้า รุ่นวีออส สีบรอนซ์เทา ทะเบียน กค 924 พัทลุง ซึ่งเป็นรถต้องสงสัยว่าน่าจะเป็นยานพาหนะของคนร้าย อย่างไรก็ตามตำรวจต้องขอเวลาทำงานอีกสักระยะจึงจะสามารถขออำนาจศาลออกหมายจับตัวผู้ต้องสงสัยคดีนี้ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรถต้องสงสัยคันดังกล่าวจากการสืบสวนหาตัวเจ้าของทราบว่า เป็นรถของบริษัทให้เช่ารถแห่งหนึ่งในพื้นที่ภาคใต้ โดยมี นายวิเชียร ชูชุบ ชาว จ.ภูเก็ต เป็นผู้ครอบครองรถ ส่วนผลการตรวจหาหลักฐานเพิ่มเติมที่รถกระบะ 4 ประตู ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีดำ ทะเบียน ชบ 7463 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถของผู้เสียหาย พบว่าที่ยางล้อหลังด้านขวา ถูกของมีคมกรีดทำให้ลมค่อยๆ ซึมออกจนหมด เจ้าหน้าที่คาดว่า น่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มคนร้ายที่วางแผนกรีดยางรถผู้เสียหายตั้งแต่จอดไว้ที่หน้า บริษัท ซุปเปอร์ริช (ประเทศไทย) จำกัด ทั้งนี้เพื่อป้องกันผู้เสียหายขับรถติดตามหลังลงมือก่อเหตุลักทรัพย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งแผนประทุษกรรมดังกล่าวทางฝ่ายสืบสวนมีข้อมูลว่า น่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มอาชญากรแก๊งค์ชาวโคลอมเบีย ที่เคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันในท้องที่ บก.น.1 บก.น.4 และ บก.น.6 โดยหลังจากนี้ชุดคลี่คลายคดีของ บก.น.5 จะเดินทางไปขอข้อมูลกับสถานีตำรวจท้องที่ที่เคยเกิดเหตุเพื่อนำมาเป็นแนวทางในการสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายต่อไป



