
เด็ดปีก “หนูเฉิน-จีนเทา”! ป.ป.ส.-DSI บุกยึดสารเคมี 50 สกัดกั้นผลิตยาบ้าพันล้านเม็ด
ป.ป.ส. จับมือ DSI และข่าวกรองเกาหลี ปูพรมถล่ม 10 จุด 4 จังหวัด ทลายเครือข่าย “หนูเฉิน-จีนเทา” ยึดสารตั้งต้นลอตมหึมา 50 ตัน ผงะ! หากหลุดรอดผลิตยาบ้าได้ทะลุ 1,100 ล้านเม็ด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 9 มิ.ย. 2569 เวลา 20.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลปฏิบัติการ “พิฆาตยาเสพติด” ณ โกดังโรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ
สำนักงาน ป.ป.ส. ผนึกกำลังภาคีความมั่นคงและหน่วยข่าวกรองเกาหลี ทลายเครือข่าย “หนูเฉิน-จีนเทา” ตัดตอนสารตั้งต้นผลิตยาเสพติดข้ามชาติปฏิบัติการ “พิฆาตยาเสพติด” เครือข่ายนายหนูเฉิน และเครือข่ายจีนเทาครั้งนี้
สืบเนื่องมาจากรัฐบาลไทยได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลเกาหลี โดยสำนักข่าวกรองแห่งชาติสาธารณรัฐเกาหลี (National Intelligence Service - NIS) ได้ขยายผลทางการข่าว และมีการส่งตัวนักค้ายาเสพติดรายสำคัญตามที่ได้เป็นข่าวในห้วงเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา
โดยได้ส่งตัว นายหนูเฉิน ให้กับทางการไทย และ ต่อมาสำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานภาคี ทั้งตำรวจ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกันขยายผลทางการข่าว จึงทราบว่านายหนูเฉิน มีเครือข่ายที่เชื่อมโยงไปยังธุรกรรมต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงทั้งในไทยและต่างประเทศ และหนึ่งในธุรกรรมนั้น คือ การลักลอบซื้อ - ขาย และส่งสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ เพื่อนำไปใช้ในโรงงานผลิตยาเสพติดในพื้นที่ผลิตสามเหลี่ยมทองคำ โดยปฏิบัติการในวันนี้ มีการปฏิบัติการทั้งสิ้น 3 บริษัท ในพื้นที่ 4 จังหวัด (กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ระยอง และนนทบุรี) ทั้งหมด 10 จุดปฏิบัติการ
นอกจากนี้ ยังพบว่าบริษัทเหล่านี้มีความเชื่อมโยงไปยังกลุ่มจีนเทาที่กระทำผิดในไทย ที่ลักลอบนำสารเคมีไปใช้การผลิตเอโทมิเดต (วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2) ซึ่งนำไปผสมในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า (ผิดกฎหมาย) และได้มีการจับกุมไปแล้ว จำนวน 4 ครั้ง ดังนั้น การปฏิบัติการครั้งนี้ จึงเป็นการผนึกกำลังกันอีกครั้งเพื่อขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องและตัดตอนการผลิตยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำไม่ให้เข้าสู่ประเทศไทย
โดยผลปฏิบัติการสามารถตรวจยึดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ในกระบวนการผลิตยาเสพติดได้จำนวน 5 ชนิด
- อาเซโตน 9,105 กิโลกรัม (อุตสาหกรรมพลาสติก)
- กรดไฮโดรคลอริก 225 กิโลกรัม (อุตสาหกรรมโลหะ การฟอกขาว ผลิตปุ๋ยทำความสะอาด ยา และสารอินทรีย์)
- กรดอะซิติก 10,170 กิโลกรัม (อุตสาหกรรมย้อมผ้า ฟอกหนัง)
- กรดซัลฟิวริก 4,500 กิโลกรัม (ใช้ล้างคราบไขมัน หรือชุบผิวโลหะ)
- กรดไดออกทิล ทาเลต (Dioctyl Phthalate) 26,000 กิโลกรัม
จำนวนรวม 50 ตัน
โดยสารเคมีดังกล่าวหากส่งไปถึงโรงงานผลิตยาเสพติด จะสามารถนำไปผลิตยาบ้าได้ปริมาณ 1,100 ล้านเม็ด (เท่ากับปริมาณการตรวจยึดยาบ้าได้ทั้งปี) หรือไอซ์ 21 ตัน
ทั้งนี้ สารเคมีดังกล่าวเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ตามบัญชี 5.1 ในประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย พ.ศ. 2556 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และขณะเข้าตรวจสอบไม่พบหลักฐานที่แสดงว่าพื้นที่ที่เข้าตรวจสอบได้รับใบอนุญาตให้ครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 54(3) แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 จึงได้ยึดวัสดุสิ่งของและสิ่งอื่น ๆ ไว้ดำเนินการตามกฎหมาย



